อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

"คำฝัด"อสม.หัวใจแกร่ง ความดีชนะทุกสิ่งทุกอย่าง

คิดฆ่าตัวตายพร้อมลูก ฉุกคิดต้องสู้เพื่อผ่านความทุกข์ไปให้ได้ เผยติดเชื้อโรคร้าย สู้ชีวิตสู่จิตอาสา อสม.บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมกว่า 10 ปี ยึดหลักทำความดีเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง เสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น.


เอดส์หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม เป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อดังกล่าวติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือกหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด น้ำหลั่งก่อนการหลั่งอสุจิ และนมมารดา อาจติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือช่องปาก,การรับเลือด,การใช้เข็มฉีดยาที่ปนเปื้อน,ติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ เป็นที่รู้กันว่าคนส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้วต้อง“ตายสถานเดียว” เนื่องจากยังไม่มียารักษาให้หายขาด ปัจจุบันแม้ว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการป้องกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ายอดผู้ติดเชื้อรายใหม่แต่ละปียังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ย้อนหลังประมาณ 10 ปีก่อน ความรู้เรื่องโรคนี้ยังไม่กระจายไปยังส่วนภูมิภาค เพียงแต่รู้ว่าใครที่เป็นหรือติดเชื้อจะถูกรังเกียจ-ถูกกีดกันจากผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ป่วยต้องทนทุกข์อยู่อย่างขมขื่น บางคนเกือบต้องปลิดชีวิตตัวเองหนีจากสภาพที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับนางคำฝัด ฤทธิศักดิ์ อายุ 52 ปี ชาว จ.เลย เธอตกเป็นจำเลยสังคมโดนคนในหมู่บ้านรังเกียจ และแล้ววันหนึ่งผู้หญิงแก่รงท่านนี้ได้ลุกขึ้นสู้ เปิดเผยตัวตนให้สังคมยอมรับ...เธอใช้ความดีเอาชนะโรคร้าย-เอาชนะความทุกข์ และคนที่รังเกียจด้วยการสมัครเป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ทุ่มเทเสียสละทำงานเพื่อสังคม มากว่า 10 ปี ปัจจุบันสามารถดำรงชีพ และได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนอย่างสนิทใจ



คำฝัด” บอกว่า “ฉันแต่งงานมีบุตร 2 คน เมื่อต้นปี 47 ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลฯ พบว่าติดเชื้อ HIV จึงบอกสามี ให้ไปตรวจ สามียืนกรานว่าไม่ติด-ไม่ยอมไปตรวจแต่ถูกรบเร้าจึงต้องจำใจไปตรวจ พอสามีรู้ว่าติดเชื้อกำลังใจหายไปหมด จากที่เคยขับรถสองแถวกลุ้มหนักไม่ยอมทำอะไร เนื่องจากเห็นข่าวคนป่วยเสียชีวิตจากโรคร้าย กินไม่ได้นอนไม่หลับจนอาการทรุด กระทั่งเขามาเสียชีวิตเดือน ก..ปีเดียวกัน จากการเสียชีวิตของสามี ฉันก็บอกชาวบ้านว่าติดเชื้อร้ายด้วยเหมือนกัน ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลกระทบถึงอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวทันที แต่เดิมขายได้วันละ 700- 800 บาท พอคนรู้ก็ขายไม่ได้เลย”

ชีวิตตอนนั้นเครียดกลุ้มใจมาก ไปเข้าไปร่วมกิจกรรมงานบุญเขาก็รังเกียจไม่ให้ร่วมด้วย รวมไปถึงลูกชายคนโตเรียน ม. 3 ลูกสาวคนเล็ก ป. 1 ถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรม สงสารมากต้องไปกราบขอร้องคุณครูให้จัดแยกออกจากลุ่มเพื่อน ให้เด็กได้เรียนเหมือนเดิม เมื่อก๋วยเตี๋ยวขายไม่ได้เสาหลักก็มาเสียชีวิตไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก ตอนนั้นคิดฆ่าตัวตาย เตรียมยาเบื่อหนูจะกินพร้อมกับลูกสาว เพราะกลัวว่าถ้าตายไปคนเดียวจะไม่มีคนเลี้ยง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ มองหน้าลูกแล้วร้องไห้ สงสารทำไม่ลง...ใจมันเลยฉุกคิดว่าเราต้องสู้-ต้องอยู่เพื่อลูก ใครจะรังเกียจก็เรื่องของเขา หลังจากนั้นไปขายลอตเตอรี่ให้นายทุน ขายได้ 2 เดือนก็เลิกเพราะพูดไม่เก่งเชียร์ไม่เป็นเลยขาดทุน สุดท้ายกลับมารับจ้างทำทุกอย่างถอนกล้า ดำนา เกี่ยวข้าว หักข้าวโพด เลี้ยงวัวไม่เกี่ยงค่าแรง มีรายได้ไม่เกินวันละ 200 กว่าบาท ให้ลูกชายไปโรงเรียนวันละ 40 บาท





แม่หัวใจแกร่ง บอกต่อว่า ดีที่ลูกชายกลัวแม่ลำบากช่วยหารายได้ไปรับจ้างล้างจานได้วันละ 50 บาท ไม่เคยขอเงินเพิ่ม กิจกรรมในโรงเรียน-เครื่องแบบเอาเงินที่ไปรับจ้างหาซื้อเอง ปัจจุบันรับราชการมีครอบครัวแล้ว ส่วนป้ารับจ้างเก็บเงินค่าโดยสารให้กับเจ้าของรถรับ-ส่งนักเรียน ได้เดือนละ 120 บาท เจ้าของรถสงสารขึ้นเงินให้ทุกปี ที่สำคัญลูกทั้งสองขึ้นรถฟรีจนเรียนจบ ต่อมามีคหบดีชาวแอฟริกาใต้แต่งงานกับหญิงไทยจ้างดูแลทำงานบ้าน ทำช่วงเช้า 10.00 น.เสร็จกลับบ้านกลับมาทำงานอีกครั้งตอน 16.00 น. ให้เดือนละ 3,000 บาท ทำอยู่ 3 ปี ตอนแรกเขาไม่ทราบว่าเป็นโรคร้าย เมื่อรู้ว่าเป็นโรคร้ายใจคิดว่าคงโดนไล่ออก แต่ตรงกันข้ามกลับให้ความเมตตาสงสารขึ้นเงินเดือนให้ทุกปี สิ้นปียังให้โบนัสด้วย ปัจจุบันเงินเดือน 10,000 บาท มีรายได้ส่งลูกสาวเรียนมหาวิทยาลัยโดยไม่ขัดสน

ย้อนไปช่วงปี 50 หลังจากล้มเหลวจากขายลอตเตอรี่ก็กลับมาอยู่บ้านรับจ้าง โดยยายเขี่ยม ภูคัง อายุ 73 ปีเพื่อนบ้านใกล้เคียงมีอาการตาบอดทั้งสองข้างจากโรคต้อหิน ลูกสาวแกนำกลับมาอยู่บ้านเพียงลำพัง หลังจากไปรักษาที่กรุงเทพฯ ไม่หาย เนื่องจากไม่มีเงินรักษา ฉันว่างงานพอดีจึงอาสาดูแลให้ ซึ่งไม่ใช่ญาติเพียงแต่บ้านติดกัน ไม่ได้ค่าตอบแทนใด ๆ ทำเพราะความสงสาร ทุกวันมีหน้าที่นำอุจจาระ-ปัสสาวะออกไปเททิ้ง และนำอาหารที่แบ่งจากไปถวายพระที่วัดมาเผื่อให้กินทุกวัน ตอนเย็นก่อนกลับบ้านต้องคล้องกุญแจไว้ เกรงว่ากลางคืนแกจะออกไป โดยไม่รู้ว่ากลางวันหรือกลางคืน ยายเขี่ยมได้รับเงินคนพิการ และเบี้ยผู้สูงอายุ 1,500 บาท เพียงพอแค่ค่านมสด และนมถั่วเหลือง บางครั้งลูกสาวก็ส่งมาสมทบบ้างแต่ไม่มากนัก”





จากผลบุญที่ทำมาช่วงเดือนพ.ย. ปี 53 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาดี(รพ.สต.นาดี) เปิดรับสมัคร อสม.จึงเข้าสมัคร ช่วงนั้นยังไม่มีเงินค่าตอบแทน มีผู้สมัคร 2 คนต้องสอบข้อเขียนความรู้เบื้องต้น พอเข้าสอบส่งกระดาษเปล่าเสียสละให้เพื่อนบ้านได้ทำงาน แต่ปรากฏว่าเขาทำได้เดือนเดียวก็ลาอออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ ทางรพ.ฯจึงเรียกเข้าทำงานโดยไม่ต้องสอบ เมื่อวันที่ 1 ..53 ดีใจมาก ทำงานด้วยความมุ่งมั่นไม่เคยขาด ก้าวแรกที่เข้าไปคิดว่าเพื่อนร่วมงานจะรังเกียจ แต่ปรากฏว่าทุกคนให้การต้อนรับเป็นกันเองอย่างดี จึงมีความรู้สึกว่า อสม.คือผู้ให้ชีวิตใหม่-ให้แสงสว่า-ให้โอกาส-ให้ความหวัง-ให้กำลังเพื่อต่อสู้ดำเนินชีวิตต่อไป จึงสัญญากับตัวเองว่าจะทุ่มเททำงานช่วยเหลือผู้คนให้สุดชีวิต ภาคภูมิใจที่ได้ทำงาน อสม.พร้อมเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้ติดเชื้อให้คนรอบข้างรับรู้ ไม่ได้รู้สึกอายหรือน้อยใจในโชคชะตา คนเราเลือกเกิดไม่ได้เป็นแล้วก็ต้องยอมรับมันให้ได้ จำไว้เสมอว่าต้องเอาความดีชนะทุกสิ่งแล้วเราจะมีความสุข

สุวรรณา เหมือนศรีชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการประจำ รพ.สต.นาดี บอกว่า มารับราชการที่ รพ.สต.นาดี ปี 46 ยังมีโอกาสพาลูกสาวไปอุดหนุนก๋วยเตี๋ยวป้าคำฝัด พอเกิดเรื่องลูกถามว่าทำไมป้าไม่ขาย พอรู้สาเหตุลูกยังบอกว่าไม่อยากไปกินแล้ว จึงมีความรู้สึกว่าขนาดลูกเรายังคิดแบบนี้แล้วคนในชุมชนจะคิดไปไกลขนาดไหน ดังนั้นจึงหาโอกาสทุกเวทีที่มีการประชุมชาวบ้าน หรือชาวบ้านที่มารับบริการอธิบาย-ทำความเข้าใจว่า โรคเอดส์ไม่สามารถติดต่อกันง่าย พยายามให้คนในชุมชนยอมรับเขา





เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ที่ป้ามาสมัครเข้ามาเป็น อสม. อย่างน้อยก็มีงานอาสาที่ต้องทำเพื่อไม่ให้ว่าง ไม่ให้รู้สึกท้อแท้ พยายามทำให้ป้ามีความรู้สึกว่าตัวเองคุณค่าในสังคม ปรากฏว่าหลังจากเข้ามาทำงานจิตอาสาแล้ว ความสามารถ และผลงานเกินค่ามากกว่าผลตอบแทนที่ทางการให้เสียอีก เพียงขอความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นงาน รพ.สต. อบต. งานชุมชน งานวัด งานในหมู่บ้าน ป้าจะเต็มที่ทุกงานจนเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน และชุมชน ผลงานที่ปฏิบัติส่งผลให้ได้รับรางวัล อสม.ดีเด่น อำเภอด่านซ้าย ปี 58

บอกตรง ๆ คอลัมน์ฯตอนนี้คือตอนที่ 211 เป็นการนำเสนอที่ลำบากใจมาก ลำบากใจที่จะเปิดชื่อคนที่ทำความดีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมันอาจส่งผลกระทบกับป้า และลูก ๆ เนื่องจากอาจมีคนบางคนที่สุขภาพกายดี แต่จิตใจป่วยเพราะคิดแต่เรื่องชั่ว ๆ หยิบประเด็นเรื่องนี้เอาไปนินทาให้คนอื่นรังเกียจป้าอีก...ขอเหอะอย่าทำ-ไม่ได้ผลหรอกกับผู้หญิงหัวใจแกร่งคนนี้... กว่า 10 ปีที่เธอผู้นี้ยืนหยัดทำเพื่อผู้อื่น-สู้เพื่อลูก ผ่านความเป็น-ความตาย ผ่านจุดดูถูกเหยียดหยามโดนรังเกียจ-ผ่านความทุกข์จากโรคร้ายมาได้...เพราะการทำความดี.
........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.เลย


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.76K