อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

'หมอกุ๊กไก่'พลิกชีวิตสู้วิบาก หนี้ร้อยล้านเหนื่อยแต่ไม่ท้อ

สัปดาห์นี้เปิดชีวิต “หมอกุ๊กไก่” เรียนเก่งม.5 สอบติดแพทย์ ฝ่าวิกฤติครอบครัวล้มละลาย กู้กยศ.มานะทำงานไถ่บ้านคืน วิบากชีวิตซ้ำสามีป่วยโรคหัวใจ เหนื่อยแต่ไม่ท้อ ยิ้มสู้บนกองหนี้ร้อยล้านที่เรียกว่าความสุข อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.00 น.


คำพูดที่ว่า “เป็นหมอแล้วสบาย เป็นอาชีพที่มั่นคง” อาจไม่ใช่คำนิยามของทุกคนที่เป็นหมอ เพราะยังมี “หมอกุ๊กไก่-พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช” ที่ให้คำจำกัดความของชีวิตว่า...ความเป็นหมอไม่ได้สบายเช่นที่ใครหลายคนให้คำนิยามไว้เลยแม้แต่น้อย...แล้วทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น

เส้นทางชีวิตของเธอเริ่มด้วยตั้งแต่รุ่นของ “เหล่ากง” คนจีนที่เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างโรงสีข้าวที่จ.อุบลราชธานี ต่อมารุ่นปู่ก็สานต่อกิจการเรื่อยมา จนกระทั่งมาถึงรุ่นของคุณพ่อ “หมอกุ๊กไก่” เธอคิดว่าฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ลำบากมาก พ่อแม่มีเงินส่งเสียลูก 4 คนได้เรียนหนังสือ “หมอกุ๊กไก่” เป็นลูกคนที่ 3 ชอบเรียนหนังสือ แม่จึงอยากให้เรียนหมอ ซึ่งเธอคิดว่าเรียนอะไรก็ได้ขอให้พ่อแม่มีความสุข รวมถึงตัวเองด้วย

ตอนเด็กๆ มีคนถามว่าหมอคืออะไร?? เธอไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ลองสอบเทียบจาก ม.5 ไป ม.6 เพื่อเอนทรานซ์เป็นหมอ ปรากฏว่าสอบติดหมอที่ ม.ขอนแก่น แต่เนื่องจากไม่มีความรู้ในชั้นม.6 และเป็นคนที่อยากรู้อะไรต้องเรียนรู้ให้หมดเสียก่อน จึงคิดกลับไปเรียนให้จบ ม.6 แต่ทุกคนไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้เรียนในทันที





เธอจึงตัดสินใจเรียนโดยที่ไม่ได้เครียดอะไร แต่จุดพลิกผันที่ถือเป็น...วิกฤติแรก ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว “ครอบครัวโดนฟ้องล้มละลาย” ซึ่งเธอกำลังเรียนปีสุดท้าย บ้านกำลังจะถูกยึด ธุรกิจกงสีส่วนแบ่งไม่ลงตัว มีการโกงกันเองในโรงสี ซึ่งพ่อของเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะเป็นคนรักครอบครัวไม่อยากทะเลาะกับพี่น้อง

พิษเศรษฐกิจช่วงนั้น ทำให้พี่น้องไม่สามารถช่วยเหลือกันได้ ต่างคนก็ต่างเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ตอนนั้นพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกๆ ทั้ง 4 เรียนแล้ว...แต่เธอไม่ขอยอมแพ้ เพราะอีกนิดก็จะเรียนจบแล้ว จึงทำเรื่องกู้กยศ. ถ้าเรียนหมอจบจะได้มีต้นทุนความรู้ แต่สิ่งที่ยากกว่าการเรียน คือ แรงใจและกำลังใจ





ถามว่าอายไหมที่ไร้ที่อยู่ เงินก็ไม่มีเรียน...จริงๆ เธอก็รู้สึกอาย แต่โชคดีที่ใจเข้มแข็งเริ่มทำงานอาชีพหมอ จึงขอกู้ไถ่บ้านหลังเดิมคืน และคว้าโอกาสแพทย์เกียรตินิยมอันดับ 1 โดยที่ยังไม่ต้องใช้ทุน 3 ปีแรก เรียนต่อหมอเด็ก

“บางทีอยู่เวรแบบ 3 วันติดต่อกันกว่าจะขึ้นเดือนใหม่ คือมันหนักมาก แล้วยังต้องหางานพิเศษที่คลินิกความงาม เพื่อหาเงินผ่อนบ้านจากธนาคาร ซึ่งตอนนั้นหนี้ 3-4 ล้านบาทมันเยอะมาก ไหนจะต้องเตรียมตัวสอบเฉพาะทาง แล้วพ่อเกิดอุบัติเหตุไฟคลอก ต้องนอนไอซียูนานเป็นเดือน แต่เราไม่สามารถกลับไปดูแลได้”

หลังจากใช้ทุนหมด ทางโรงพยาบาลตั้งแผนกฉุกเฉินใหม่ ขณะเดียวกันการเป็นหมอรพ.เอกชน รายได้ตกเดือนละ 2-3 แสน แต่เธอก็เลือกที่จะรับแค่เดือนละ 4 หมื่น ตั้งใจใช้ความรู้ที่เรียนมาสอนนักศึกษาและบริการประชาชนด้วยความภูมิใจที่สุด ได้มีชีวิตครอบครัวแต่งงานกับสามี ซึ่งเหมือนชีวิตจะราบรื่น แต่ก็ต้องสะดุดกับ...วิกฤติฝนครั้งที่ 2 ที่ซัดเข้ามาไม่หยุด 





เธอร่วมกับสามีว่าจะสร้างวัด ชวนกันไปสำรวจพื้นที่ซึ่งเป็นทางขึ้นเขา ปรากฏว่าสามีเจ็บหน้าอก จึงสงสัยว่าอายุแค่ 40 ปีทำไมถึงเจ็บ ปรากฏว่าตรวจพบเป็น “โรคหัวใจ” เส้นเลือดหัวใจตีบเกือบทั้งหมด เธอเครียดและรู้สึกแย่มากๆ ตลอดเวลาที่ทำงานต้องขับรถไปกลับกรุงเทพฯ-ชลบุรี เพื่อดูแลสามี ในที่สุดสุขภาพเธอเริ่มแย่เสียเอง และทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงคิดว่าดูแลประชาชนมาเป็น 10 ปี ถึงเวลาแล้วตัดสินใจลาออกกลับไปดูแลพ่อแม่และสามี

ตอนนั้นลาออกก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ไปรับจ็อบคลินิกบ้าง อยู่เวรหมอเด็กที่รพ.เอกชน บางทีก็เวรฉุกเฉิน รวมถึงเรียนต่อที่สถาบันโรคผิวหนัง และแม่ฟ้าหลวง ปัจจุบันเรียนแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยด้วย จนมาถึงจุดๆ หนึ่งที่ต้องเปิดคลินิกเพื่อดูแลสามี เช่น ศึกษาว่าทำไมหลอดเลือดจึงตีบตัน พยายามหางานวิจัย”

“หมอกุ๊กไก่” จึงนำเอนไทน์เอจจิงมาใช้ ด้วยการทำคีเลชั่นให้หลอดเลือดขยายและสะอาดขึ้น รวมถึงฉีดสเต็มเซลล์ร่วมด้วย ทำให้การรักษาสมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะช่วงนั้นมีข้อมูลเรื่องกระเทียมของอเมริกาด้วย จึงช่วยทำให้อาการสามีทรงๆ มีหัวใจเต้นผิดจังหวะบ้าง แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้น ปัจจุบันสามีไม่มีอาการหัวใจไม่เต้นผิดจังหวะ และใช้ชีวิตปกติ สามารถมีลูกได้ 1 คน ซึ่งหลังจากผ่านมรสุมลูกแล้วลูกเล่า...จนฟ้าหลังฝนเริ่มสดใส



คลินิกด้านความงามโดยทั่วไปจะเน้นปรับรูปหน้า ลดริ้วร้อย ทำหน้าใส แต่ “หมอกุ๊กไก่” พยายามเน้นเรื่องเอนไทน์เอจจิง คือ ทำให้สวยออกมาจากภายใน ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นพลาสติก แต่เปลี่ยนให้สวยธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกทักว่า “ไปฉีดโบท็อกซ์มาเหรอ หน้าตึงเชียว??” เพราะสวยเป็นธรรมชาติดูมีคลาสมากกว่า

จากเด็กต่างจังหวัด ตอนนี้ชีวิตมีความสุขกว่าเมื่อก่อน แม้จะมีหนี้สินร้อยกว่าล้านที่กู้เงินมาสร้างคลินิกให้หมุนเวียนอยู่ เป็นวิกฤติลูกที่ 3 ที่ยังคงดำเนินต่อไปและต้องผ่านไปให้ได้ ส่วนพ่อแม่ก็ไม่ลำบากเธอส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน โดยที่ท่านทั้ง 2 คนไม่ต้องทำงานแล้ว

นี่แหละเพราะเธอเคยลำบากถึงจุดที่เรียกว่า...แย่ที่สุดมาแล้ว “หมอกุ๊กไก่” ฝากไปถึงทุกๆ คนว่า “อย่ามองว่าปัญหาคือสิ่งที่แย่ที่สุดในชีวิตที่เราไม่อยากเจอ ให้มองว่าอุปสรรคคือที่จะทำให้เราเติบโต แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ขึ้น ถ้าเรารู้จักแก้ปัญหาชีวิต เราจะ step up ขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ามัวแต่กลัวปัญหา หนี้ปัญหา ชีวิตและความคิดเราจะแคบลงๆ ดังนั้นอย่ายอมแพ้และยิ้มรับสถานการณ์กันดีกว่า”
..................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์ 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 1.37K