อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

"เฒ่าดินระเบิด"ผจญ"หนองพันปี"ตอน2

บางคน ให้ตายเถอะโรบิ้น ไม่ได้ใส่ชื่อตัวเองเพื่อรอคิวสักหน่อย และไม่มีความประสงค์จะออกนามเพื่อลงไปเล่นแต่อย่างใด พวกเขาเหล่านี้มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือกินเดิมพันครับ จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.00 น.


ในบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกในค่ายที่พวกผม เหล่านายทหารหนุ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ สโมสรนายทหาร ครับ

นอกเหนือจากงานราชการที่เรา (จำเป็นต้อง) สนใจแล้วก็มีสโมสรนี่แหละที่เราสนใจ กระทั่งบ่อยครั้งไปใช้เวลาอยู่ในสถานที่นี้มากกว่าเวลาทำราชการเสียอีก คือตั้งแต่เลิกงานสี่โมงครึ่ง แล้วอยู่ยาวไปจนถึงเช้าแปดโมงครึ่งเข้าทำราชการเลย...

ในบรรดาสารพันที่มีในสโมสรนี่ สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของพวกเราเป็นพิเศษก็คือ โต๊ะบิลเลียด ทั้งๆ ที่ใช้เล่น "สนุกเกอร์" ก็ได้ เล่น "รัสเชียนพูล" ก็ได้ เล่น "ผี" ก็ได้ เอาไว้ (แอบ) นอนหลับเวลาเลิกเล่นแล้วขี้เกียจกลับบ้าน รอเวลาเข้างานตอนเช้าเลยก็ได้ ฯลฯ แต่เขาก็ยังคงเรียกกันว่า "โต๊ะบิลเลียด" อยู่นั่นแหละ แปลกจริงๆ

พอเลิกงานปุ๊บ พวกเราก็มาเสนอหน้าปั๊บพร้อมกันโดยพลันที่สโมสรนายทหารของค่าย โดยเฉพาะพวกที่แต่ละคนล้วนโสดทั้งแท่งไม่มีห่วงไม่มีใย ไม่ต้องกลัวคุณนายที่บ้านหรือลูกบังเกิดเกล้ามาตามกลับบ้านอย่างนายทหารรุ่นพี่ๆ พวกผมบางคนก็มากันทั้งเครื่องแบบปฏิบัติราชการนั่นแหละครับ เพียงถอดเสื้อเครื่องแบบออก เหลือแต่เสื้อคอกลมชั้นในแล้วก็ต่อสู้กันในเกม

ก็เหมือนกับสโมสรทั่วไปสมัยนั้น นอกจากบิลเลียดเป็นเกมพื้นฐานแล้วก็มีสนุกเกอร์ แล้วก็”ผี”ครับ

ใครรู้จักและเคยเล่น "ผี" บ้าง ยกมือขึ้น...



บิลเลียดกับสนุกเกอร์นั้นคุณคงรู้จักจากทีวีแล้ว ผมคงไม่ต้องแนะนำ ส่วน "ผี" นั้น ปกติทางสโมสรจะห้ามเล่นเพราะเป็นการพนันที่ได้เสียกันทีละมากๆ ไม่เหมือนไอ้สองอย่างแรกที่พนันกันเบาๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องดื่ม-กับแกล้มที่สั่งมากินกันในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูเท่านั้นก็ไม่กี่สตางค์ เกิดสำนวน "ได้เสียกินด้วยกัน" ระหว่างหมู่นักบิลเลียดในยุคนั้น

อันว่าในวงบิลเลียดหรือสนุกเกอร์นั้นย่อมประกอบด้วยบุคคล 2 ประเภทด้วยกันคือ "เสือ" กับ "กวาง"

เสือหมายถึง "ผู้เล่น" ซึ่งอาจเป็น 2 คน 4 คน หรือว่า 6 คนก็แล้วแต่ มีหน้าที่ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบการรับราชการแต่อย่างใดในการต่อสู้เอาแพ้เอาชนะ โดยมีเดิมพันตามแต่จะตกลง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องดื่ม เหล้า (ยุคนั้น “แม่โขง” ก็หรูแล้วครับ รองลงมาก็ “กวางทอง” ส่วน “เหล้าโรง” หรือ “กะแช่” นั้นไม่มีขายบนสโมสร ไม่อย่างนั้นก็คงใช้เป็นเดิมพันได้) หรือเบียร์ (แพงขึ้นมาหน่อย นานๆ จะเจอ) หรือน้ำอัดลมพร้อมกับแกล้ม ตามกำลังศรัทธา

แต่เนื่องจากว่าสโมสรนายทหารเป็นที่รวมของบรรดานายทหารทั้งค่าย และโต๊ะบิลเลียดเราก็มีจำกัด การที่จะลงเล่นได้ก็ต้องตามอาวุโส เอ๊ยไม่ใช่....ตามขั้นตอนก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ...ตามลำดับก่อนหลังครับ เสมอภาคกันอย่างที่สุดไม่ว่าใครยศมากกว่าใคร...ใครมาก่อนก็เขียนชื่อตัวเองจองไว้บนกระดานจดแต้ม แล้วก็นั่งคอยบนม้านั่งยาวรอบโต๊ะ ดูคู่ที่กำลังเล่นกันอยู่ รอจนกว่าจะถึงคิวของตัวเอง

สำหรับพวกเราในยุคนั้น การรอคอยคิวลงเล่นนับว่าเป็นการทรมานอย่างยิ่ง ทรมานเสียยิ่งกว่าไปรอแฟนที่สยามสแควร์เสียอีกจะบอกให้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีขึ้นประการหนึ่งว่า คนที่กำลังเล่นซึ่งเป็นเจ้าของเดิมพันนั้นจะเผื่อแผ่เดิมพันนั้นไปยังคนที่นั่งคอยอยู่รอบๆโต๊ะด้วย กล่าวคือมีสิทธิ์กินและดื่มเดิมพันนั้นเท่าๆกับผู้เล่นหรือ “เสือ”นั่นเอง เป็นการช่วยผ่อนคลายความเบื่อหน่ายและเสียงเร่งให้แทงเสียทีซีวะ จากคนรอคิวรอบโต๊ะได้อย่างดี บางคนก็ประชดเสียดสีด้วยการหันไปตะโกนทางหน้าต่างว่า “เฮ้ย...สามล้อ รอก่อนนะโว้ย เขายังตีไม่เสร็จ” เรียกเสียงฮาชอบใจจากคนรอคิว

แต่ถ้าเป็นอย่างที่ว่านี้ คำว่า “กวาง” ก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะถึงแม้ยังไม่เป็นเสือก็เป็น “ว่าที่เสือ” เดี๋ยวก็ถึงคิวของตัวเอง ตอนนี้ก็ต้องใจเย็นตามขั้นตอนไปก่อน นะจ๊ะ นะจ๊ะ...

ที่เกิดคำว่า “กวาง” ขึ้นมาก็เนื่องจากว่าคนที่มานั่งรายล้อมอยู่รอบโต๊ะเพื่อดูเสือเขาสู้กันนั้น บางคน ให้ตายเถอะโรบิ้น...ไม่ได้ใส่ชื่อตัวเองเพื่อรอคิวสักหน่อย และไม่มีความประสงค์จะออกนามเพื่อลงไปเล่นแต่อย่างใด พวกเขาเหล่านี้มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ...

กินเดิมพันครับ กินลูกเดียว ทั้งเหล้าทั้งกับแกล้ม.

...............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay


ติดตามอ่าน "เฒ่าดินระเบิด" ทุกตอนได้ที่นี่ 
"เฒ่าดินระเบิด" ผจญ"หนองพันปี"ตอน1

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 24