อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562

ตามดูไอเดียนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์

teenzone สัปดาห์นี้ จะพาไปเลาะสนามตามดูสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม เพื่อความก้าวไกลของประเทศไทย” อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.00 น.

teenzone สัปดาห์นี้ จะพาไปเลาะสนามตามดูสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ จากไอเดียคนรุ่นใหม่ทั้งของเยาวชนไทยและต่างชาติ ที่มาร่วมแสดงในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม เพื่อความก้าวไกลของประเทศไทย” ที่บอกได้เลยว่า หลาย ๆ ผลงานอาจโดนใจและสามารถต่อยอดนำไปใช้จริงได้

เริ่มจากผลงานของเด็กไทยที่แว่วมาว่า สามารถคว้ารางวัลมาแล้วหลายเวที นั่นก็คือสิ่งประดิษฐ์ชื่อว่า Clean Oyster” หรือ เครื่องทำความสะอาดหอยนางรม ซึ่งเป็นผลงานที่กลั่นออกมาจากสมองของสองหนุ่มวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี นูรุดดีน เจะปี ชั้น ปวส.1 และ วัฒนพงศ์ เพชรรัตน์ ชั้น ปวส. 2 ที่ต้องการยกระดับคุณภาพหอยนางรม สินค้าขึ้นชื่อของสุราษฎร์ธานี ให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า จะได้รับประทานหอยนางรมที่มีความสด สะอาด ปลอดภัย แน่นอน

Clean Oyster มีกลไกทำความสะอาดหอยด้วยระบบคลื่นน้ำ โดยสร้างสภาพแวดล้อมให้หอยรู้สึกว่าอยู่ในทะเลตามธรรมชาติ เพื่อให้หอยเปิดปากรับคลื่นน้ำเข้าไปพร้อมนำพาสิ่งสกปรกจากตัวหอย โดยสิ่งสกปรกที่ออกมาจะถูกนำไปผ่านระบบกรองสามชั้นที่ติดตั้งภายในเครื่อง ทั้งระบบกรองหยาบ กรองละเอียด ก่อนจะผ่านไบโอบอลเพื่อเติมออกซิเจนให้กับน้ำและดักจับสิ่งสกปรกเหนือผิวหน้า จากนั้นก็จะเข้าสู่บ่อพักที่มีแสงยูวีฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อให้สามารถนำน้ำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้หอยนางรมจะปล่อยแอมโมเนียออกมาตามธรรมชาติ จึงได้นำสาหร่ายพวงองุ่นมาช่วยดูดซับแอมโมเนียจากหอยนางรม ซึ่งตัวสาหร่ายเองก็จะมีสารบางชนิดที่ปรับเปลี่ยนแอมโมเนียจากหอยนางรมให้สามารถรับประทานได้

“เราได้ส่งหอยนางรมที่ผ่านกระบวนการล้างด้วยเครื่อง Clean Oyster ไปตรวจที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่ามีความสะอาดอยู่ในระดับปลอดภัยรับประทานได้ จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงความสะอาด และประโยชน์เพิ่มเติมคือ พ่อค้าแม่ค้ายังสามารถขายสาหร่ายพวงองุ่นควบคู่ได้ด้วย”



ผลงานถัดมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ตอบโจทย์ประเทศไทยในช่วงนี้อย่างมาก นั่นคือ Chill PM2.5 Air Pro Mask” เป็นผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จาก DIPOHEGORO University ประเทศอินโดนีเซีย นำโดย Arther Samuel Tamisuman และ เพื่อน ๆ อีก 5 คน น้อง ๆ เล่าว่า จาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย มีปัญหาฝุ่นควันและมลพิษเช่นกัน การสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือหน้ากากที่มีอยู่ในท้องตลาดล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็ยังมีคุณภาพไม่ดีพอ น้อง ๆ จึงเริ่มศึกษาว่ามีวัตถุดิบชนิดใดที่หาได้ภายในประเทศ สามารถจะนำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 และพวกเขาก็ค้นพบว่า สารซิลิก้าในข้าวเปลือก และสารไคโตซานในเปลือกกุ้งมีคุณสมบัติในการดูดซับควัน ฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้

“เรานำสารสกัดซิลิกาจากข้าวเปลือก และสารไคโตซานจากเปลือกกุ้ง มาทำให้อยู่ในรูปของนาโน นำไปละลายกับโพลีไวนิลแอลกอฮอล์ เพื่อขึ้นรูปออกมาเป็นแผ่นฟิล์มมีผิวสัมผัสคล้ายเส้นใยผ้า แล้วห่อหุ้มด้วยวัสดุเดียวกันกับที่ผลิตหน้ากากอนามัยที่ใช้ในโรงพยาบาล ให้มีขนาดพอดีที่จะไปใส่ไว้ในหน้ากากที่เราใช้เป็นประจำ โดยแผ่นฟิล์มกรองอากาศนาโนมีช่องว่างของเส้นใยเพียง 30-260 นาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่า PM2.5 มาก จึงมั่นใจได้ว่าจะช่วยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี ไม่เพียงแต่ฝุ่นละอองแต่ยังรวมถึงแบคทีเรียอื่นๆ อีกด้วย และที่สำคัญจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าแผ่นฟิล์มกรองอากาศนาโนนี้มีอายุการใช้งานยาวนาน ได้นานถึง 3 เดือน เพียงทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำบริสุทธิ์สัปดาห์ละครั้ง”



อีกผลงานเป็นของน้อง ๆ ในระดับมัธยมต้น Kuala Selangor Science Secondary School จากประเทศมาเลเซีย นำโดย Raja Abdul Aziz และเพื่อน ที่ร่วมกันคิดประดิษฐ์ Happy Day Bin” ถังขยะอัจฉริยะ ที่ช่วยประหยัดแรงและเวลาในการจัดเก็บ น้อง ๆ ช่วยกันเล่าว่า ในสถานที่ต่าง ๆ อย่างโรงเรียน หรือที่บ้าน จะต้องมีถังขยะวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ในการคอยเดินตรวจว่าขยะเต็มถังหรือยัง ก่อนจะจัดเก็บ ทำให้เสียเวลาอย่างมาก

หลักการของ Happy Day Bin จะเป็นตู้ที่บรรจุถุงขยะภายใน โดยถุงจะสวมอยู่ช่องรับขยะด้านบน มีพื้นที่ว่างจากก้นถุงถึงพื้นที่ตู้ซึ่งติดตั้งเซ็นเซอร์ เมื่อขยะถูกทิ้งเข้ามาภายในถุงจนเต็มมีน้ำหนักราว ๆ 1–1.5 กิโลกรัม ถุงขยะจะหลุดจากแกนช่องรับขยะและรูดปิดปากถุงโดยอัตโนมัติ เมื่อถุงขยะตกลงสู่พื้นกระทบกับพื้นตู้ เซ็นเซอร์จะแจ้งเตือนไปที่แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปเปลี่ยนถุงใบใหม่พร้อมจัดเก็บถุงขยะที่เต็มแล้วออกมา

น้อง ๆ กลุ่มนี้บอกว่า ผลงานชิ้นนี้ยังต้องพัฒนาต่อ เพราะจากการทดลองพบว่า ขยะที่มีน้ำหนักเบา อาทิ กระดาษ จะเกิดปัญหาแม้ขยะจะเต็มแล้วแต่ถุงจะไม่ตกลงสู่พื้นทำให้เซ็นเซอร์ไม่ทำงาน จึงต้องมีการเพิ่มเซ็นเซอร์ด้านบน ถ้ามีขยะมากถึงจุดที่กำหนด ก็ให้ทำการปิดปากถุงแล้วส่งสัญญาณไปยังแอพพลิเคชั่น รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่รองรับกับจำนวนถังขยะในพื้นที่ แสดงพิกัดของจุดที่ถังขยะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

ต้องร้องว้าวจริง ๆ กับไอเดียสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ เพราะนี่จะเป็นการเริ่มต้นสำคัญ ที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นนักประดิษฐ์ที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและโลกในอนาคต.

-----------------------------------------
นภาพร พานิชชาติ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33