อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

"เกวลี ชุมพล ณ อยุธยา" ฉายา.. "เจ๊หอยร้อยล้าน!!!"

ของแท้ต้องมีหอยกับรอยยิ้ม!!!” เป็นสโลแกนประจำตัวของ “เกวลี ชุมพล ณ อยุธยา” หรือ “เจ๊หอย” คนดังของโลกโซเชียลตอนนี้ ที่ชีวิตเธอลืมตาอ้าปากจนกลายเป็น เศรษฐีเงินล้าน ได้...ก็มาจาก “อาชีพขายหอย” ของเธอ อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.30 น.

ของแท้ต้องมีหอยกับรอยยิ้ม!!!” เป็นสโลแกนประจำตัวของ “เกวลี ชุมพล ณ อยุธยา” หรือ “เจ๊หอย” คนดังของโลกโซเชียลตอนนี้ ที่ชีวิตเธอลืมตาอ้าปากจนกลายเป็น เศรษฐีเงินล้าน ได้...ก็มาจาก “อาชีพขายหอย” ของเธอ อย่างไรก็ตาม กว่าจะมายืนจุดนี้ได้นั้น เส้นทางชีวิต แม่ค้าหอย รายนี้ก็มีเรื่องราวน่าติดตาม ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จักกับเธอกัน...

ชื่อเล่นจริง ๆ ชื่อเก้ ส่วนเจ๊หอยได้มาตอนที่ทำอาชีพขายหอย เพราะลูกค้ามักเรียกหรือถามหาร้านเจ๊ขายหอย ก็ถูกเรียกชื่อนี้มาเรื่อย ๆ ที่สุดก็กลายมาเป็นชื่อประจำตัวในวงการขายหอย” เกวลี เจ้าของเรื่องราวเล่าถึงที่มาของชื่อ “เจ๊หอย” ให้ฟัง ก่อนจะเล่าย้อนถึงประวัติชีวิตส่วนตัวให้ฟังว่า เป็นคนกรุงเทพฯ คุณพ่อเป็นหม่อมหลวง ส่วนคุณแม่เป็นข้าราชการ แต่หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน เธอก็ไปอาศัยอยู่กับญาติ และช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เธอมีแฟน และตัดสินใจออกจากโรงเรียน เปลี่ยนเป็นเรียนในระบบ กศน. หรือการศึกษานอกโรงเรียนแทน เพื่อจะมีเวลาไปทำมาหากินเลี้ยงชีวิตตัวเอง

เธอบอกว่า จริง ๆ ชีวิตวัยเด็กก็ไม่ใช่จะลำบาก เพราะมีคนคอยดูแล จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นชีวิตแบบ “คุณหนู” เลยก็ได้ เพราะไม่ต้องทำอะไรเลย เนื่องจากเป็นลูกคนเดียว ทำให้คุณแม่พยายามเลี้ยงดูเธอให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตด้วยตนเอง นั่นคือหลังจากที่เธอเริ่มมีแฟนตอนที่เรียนอยู่ชั้น ม.4



ตอนนั้นเรากับแม่อยู่บ้านป้า แต่พอแม่กับป้าทะเลาะกัน ก็เลยบอกกับแม่ว่าถ้าบ้านเขาเราก็ไม่ต้องอยู่ จึงออกมาเช่าบ้านอยู่กัน 2 คนกับแม่ ซึ่งชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน จากคุณหนูที่อยู่สุขสบาย ก็เริ่มไม่สบายเหมือนเก่า และถึงแม้จะมีพ่อเป็นหม่อมหลวงก็จริง แต่เราก็ได้มาแค่นามสกุล ซึ่งเป็นสมบัติที่เขาให้เรามาได้อย่างเดียว แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าพ่อผิดนะ เพราะเขาก็ไม่มีสมบัติอะไรให้เรา และตอนที่ตัดสินใจจะออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตอนนั้นมีแฟน จึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาช่วยกันทำมาหากิน 2 คนกับแฟน” เจ๊หอยเล่าจุดเริ่มต้น “อาชีพแม่ค้า” ก่อนจะเล่าต่อว่า...

ตอนนั้นค้าขายทุกอย่างที่ทำให้ได้เงิน ตั้งแต่ขายชานมไข่มุกนักเก็ตไก่ทอด ไก่ไม่มีกระดูกทอดเฟรนช์ฟรายส์ โดยขายอาทิตย์ละ 4 วัน ก็พอจะมีเงินเก็บได้บ้าง ตกอาทิตย์ละ 2,000 บาท ซึ่งก็พออยู่ได้ จนมาเจอช่วงที่โรคไข้หวัดนกระบาด ทำให้ยอดขายตก รายได้ที่เคยพอก็ลดน้อยลง หนักไปกว่านั้นคือ เธอเพิ่งจะออกรถใหม่เอามาใช้วิ่งขายของ ซ้ำยังเจอกับคราวเคราะห์ซ้ำอีกอย่าง เมื่อวงแชร์ที่เล่นอยู่ถูกคนโกง ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นช่วงชีวิตที่หนักหนาสาหัสมากกับเด็กอายุ 18 ปีในตอนนั้น แถมตอนนั้นเธอกำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 ซึ่งใกล้จะถึงกำหนดคลอดอีกด้วย “ช่วงนั้นหนักเลย ถามว่าท้อไหม ก็มีแหละ แต่ไม่มีเวลามาท้อแท้กับชีวิต ได้แต่คิดกับตัวเองว่าชีวิตมันต้องสู้ ถ้าไม่สู้ลูกก็ไม่มีกิน จำไม่ลืมเลยว่าตอนนั้นคลอดลูกได้ 7 วัน ยังต้องนั่งทำเครปญี่ปุ่นขาย เจ็บก็ยังเจ็บอยู่เลย โดนแดดก็จะเป็นลม แต่ก็ต้องสู้” เป็นฉากชีวิตครั้งอดีตของเจ๊หอย



ไม่เท่านั้น...ต่อมามรสุมชีวิตก็พัดพาเข้าหาเธออีกครั้ง หลังจากที่มีลูกคนที่ 4 โดยเธอได้เลิกรากับสามี อย่างไรก็ดี หลังจากเธอต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลี้ยงดูลูกคนเดียวอยู่ราว 5 ปี จากนั้นเธอก็มีสามีใหม่ และมีลูกเพิ่มอีก 1 คน ทั้งนี้ เธอได้เล่าย้อนถึงชีวิตช่วงที่เพิ่งเลิกรากับสามีคนแรกว่า ตอนนั้นเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว และรู้ตัวเองเลยว่า เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง เพราะมัวแต่หาเงินอย่างเดียว จนไม่มีเวลาดูแลลูก โดยคนที่มาช่วยเธอดูแลลูกก็คือคุณแม่ของเธอนั่นเอง ซึ่งเธอยอมรับว่า ถ้าไม่มีคุณแม่ก็คงแย่

เมื่อก่อนเราทำงานเก่งอย่างเดียว แต่เลี้ยงลูกได้ไม่ดี ตอนนั้นคิดแค่ว่าเรื่องงานเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดและสำคัญกว่าการดูแลลูก จึงไม่สนใจลูก เพิ่งมาคิดได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองว่า ชีวิตต้องมีความบาลานซ์ คืองานก็ต้องทำให้ดี แต่หลังบ้านก็จะต้องมีความสุขด้วย ก็เลยเริ่มหันมาสนใจใส่ใจลูกมากขึ้น” เป็นอีกเรื่องราวของเจ๊หอย ในฐานะ “แม่”



สำหรับเส้นทางก่อนจะกลายมาเป็น “เจ๊หอยคนดัง” นั้น เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นที่มาทำอาชีพ “ขายหอย” เริ่มจากเธอขายของอยู่ที่ตลาดนัด และมีอาบังที่ขายไก่ต้มน้ำปลาแนะนำให้เธอลองขายไก่ต้มน้ำปลาแบบเขา โดยจะขายสูตรให้ 15,000 บาท แต่เธอไม่สนใจ จนอาบังคนเดิมเสนอให้เธอขายต้มแซ่บเนื้อวัวอีก แต่ด้วยความที่ไม่กินเนื้อวัวจึงปฏิเสธไปอีกครั้ง จนสุดท้ายอาบังคนนั้นได้มาถามว่าสนใจจะขาย หอยนางรม ไหม ซึ่งตอนนั้นยอมรับตรง ๆ ว่ารู้จักแต่ซอสหอยนางรม ไม่เคยกินหอยนางรมสด ที่สำคัญไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหอยนางรมหน้าตาเป็นยังไง แต่อาบังคนนั้นก็แนะนำว่าอาชีพขายหอยนางรมถ้าทำดี ๆ จะขายได้เงินวันละ 3,000-4,000 บาท และถ้าขยันวิ่งรอกขายหลาย ๆ ที่ รายได้ก็อาจได้มากถึงวันละ 10,000 บาท จึงทำให้เธอเกิดความสนใจ โดยอาบังคนเดิมขอค่าเสียเวลา 4,000 บาท เพื่อพาเธอไปรู้จักแหล่งรับหอยนางรมสดมาขาย ซึ่งก็ได้ตัดสินใจจะลองทำอาชีพขายหอยดู

ตอนนั้นไม่มีเงินลงทุน ต้องเอาค่างวดรถ 10,000 บาท ที่แม่ให้มาเป็นทุนรับหอยมาขายก่อน แต่จริง ๆ ตอนนั้นก็แอบคิดว่าเคยโดนหลอกมาเยอะ จะเชื่อดีไหม แต่ถึงที่สุดก็คิดว่าจะลองเสี่ยงดูอีกสักครั้ง ซึ่งถ้าลงทุนแล้วไม่เวิร์กก็ให้เขายึดรถไปเลย แต่ถ้าไปได้ดี เราก็รอด ก็ให้เงินอาบังไป 4,000 บาท อาบังก็พาไปรับหอยจากที่เขาขายกันตามข้างทาง ปรากฏเป็นหอยที่เหลือหรือถูกคัดออกมา ก็คือโดนหลอกขายมา แต่คนมันหลังชนฝา เพราะหมดตัวแล้วด้วย ถึงยังไงก็ต้องขายให้ได้ ก็เลยกัดฟันสู้ ซึ่งวันแรกขายได้เงินมา 1,800 บาท ก็ขาดทุน ทีนี้อาบังก็มาถามว่าเป็นไง ดีกว่าขายเครปไหม เราก็บอกว่าไม่ เพราะไม่ได้ยอดอย่างที่อาบังบอก แต่อาบังก็บอกว่าขายเครปได้เท่าไหร่ 700 บาท ขายกี่ที่ 2-3 ที่ แต่ขายหอยนี่ขายที่เดียวได้เงิน 1,800 บาท ถ้าขาย 2 ที่ ก็จะได้ 3,600 บาท เราก็คิดตาม เออ...ก็จริงอย่างที่เขาว่า...

ก็เลยขายหอยเรื่อยมาจนทุกวันนี้”



...เจ๊หอย-เกวลี บอกเล่าถึงเส้นทางในอาชีพนี้ให้ฟัง พร้อมเล่าอีกว่าพอเริ่มจะไปได้กับอาชีพขายหอย ทำให้เธอคิดที่จะเพิ่มจุดขาย คือจากที่วิ่งขายตามตลาดนัดต่าง ๆ ก็เริ่มไปขายตามงานโอทอป และรับออกงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยตอนนี้เธอมีจุดขายประจำที่ตลาดนัดเลียบด่วนเมืองทอง (ตลาดมะลิ) นอกจากนั้นเพื่อให้ทันยุคทันสมัยก็เพิ่มช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ด้วย

ลองผิดลองถูกมาเยอะ กว่าจะมาถึงวันนี้ บวกกับตอนนั้นยังเด็ก ปากเป็นง่อยไม่กล้าพูดกับร้านที่ส่งหอยให้เรามาขายว่าหอยไม่ดี หอยไม่สด และ เราเองก็ยังดูหอยไม่เป็นด้วย ทำให้โดนหลอกขายของไม่ดีให้ แต่เราก็มองว่าการที่โดนหลอกทำให้เราได้ประสบการณ์ ทำให้เริ่มเรียนรู้เพื่อให้รู้ลึกรู้จริง และจากที่อยู่วงการนี้มากว่า 14 ปี ตอนนี้เรียกได้ว่าแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าหอยดีหรือหอยไม่ดีอย่างไร” เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เจ๊หอยกลายเป็นสาวเก่งและแกร่งในวันนี้ ทั้งนี้ จากที่แค่เพียงรับหอยมาขาย พอทำไปสักพักหนึ่งเธอ



ก็ได้เจอกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นเพื่อนแม่ค้าที่ขายหอยตามข้างทาง ซึ่งอยากจะเติบโตไปกับเธอ จึงตัดสินใจร่วมลงทุนนำหอยมาขายด้วยการเหมาซื้อปีละ 30,000 บาท แต่ทำด้วยกันได้ไม่นานเพื่อนคนนั้นก็มีความจำเป็นจะต้องย้ายไปที่อื่น ทำให้เธอต้องหาพาร์ทเนอร์คนใหม่ เพื่อจะได้มีวัตถุดิบมาขายทุกวัน และทำให้เธอพยายามพัฒนาอาชีพของตนเอง ซึ่งตอนนี้เจ๊หอยบอกว่า เธอมี ฟาร์มหอยนางรม ของตนเองแล้ว โดยเธอเป็นคนออกเงินทุนสนับสนุนให้คนที่อยากจะมีอาชีพเลี้ยงหอยขายได้ทำฟาร์มเลี้ยงหอย ซึ่งหอยที่ได้ก็ส่งขายให้กับเธอ

เจ๊หอย บอกอีกว่า เจตนาจริง ๆ ที่ลงทุนฟาร์มหอยนั้น ไม่ได้คิดแค่จะเอาหอยที่เลี้ยงมาขายเป็นรายได้อย่างเดียว แต่มีแพลนอยากจะ ทำแพหอยเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วย “เรื่องนี้เป็นแผนที่วางไว้ ตอนนี้ยังไม่ลงตัว แต่อีกสักพักก็น่าจะเป็นรูปเป็นร่างและเข้าที่เข้าทางค่ะ” เจ๊หอยคนดังกล่าวถึงอีกหนึ่ง “แผนชีวิตในอนาคต” ของเธอ



พร้อมทั้งบอกด้วยว่า นอกจากทำอาชีพขายหอยแล้ว เธอยังมีอาชีพอีกหลายอย่าง เช่น ขายประกันด้วย และตอนที่พบกับสามีคนที่ 2 เธอก็ได้ลงทุนทำร้านน้ำแข็งกับสามี ซึ่งเมื่อ “ทีมวิถีชีวิต” ถามเธอว่า ทำไมต้องทำงานหนักทำงานมากขนาดนี้ ทำไมต้องดิ้นรนขวนขวายเยอะ ทั้ง ๆ ที่ อาชีพขายหอยทำให้กลายเป็นเศรษฐี แล้ว เธอตอบเรื่องนี้พร้อมรอยยิ้มว่า...

คนอาจจะมองตอนที่เราประสบความสำเร็จแล้ว แต่ความจริงกว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องสู้มาตลอด จนติดเป็นนิสัยประจำตัวไปแล้ว อย่างเช่น เราขายหอยมาตั้งแต่อายุ 18 ปี อาชีพขายหอยนี้ทำให้เรามีบ้าน 8 หลัง และเลี้ยงลูก 5 คนได้สบาย แต่ที่ไม่หยุดคิด ไม่หยุดทำ เพราะเราเคยล้มเคยเจ็บจากความจนหรือความไม่มีมาก่อน ทำให้คิดว่า ถ้ายังมีแรงก็ต้องสู้เพิ่มไปเรื่อย ๆ อีกอย่างสำหรับตัวเราเองแล้ว เรามองว่าตัวเราเองยังไม่ได้เป็นคนประสบความสำเร็จนะ เพราะถ้าประสบความสำเร็จแล้วเราจะไม่มายืนขายหอยอยู่อย่างนี้ ดังนั้น หยุดไม่ได้ เราจะหยุดทำกินไม่ได้เลย เพราะวันข้างหน้าเราไม่มีทางที่จะรู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร” เจ๊หอยคนเดิมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

นี่เป็นเรื่องราวของ “เจ๊หอย-เกวลี” ซึ่งเป็นที่ร่ำลือในโลกโซเชียล ประมาณว่าเป็น “เจ๊หอยร้อยล้าน” ซึ่งเมื่อ “ทีมวิถีชีวิต” ได้ไขรหัสความสำเร็จของเธอ กว่าที่จะมาเป็นอย่างในวันนี้ ก็พบว่า... เคล็ดไม่ลับของเธอนั้น มีคีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ที่คำว่า...
สู้ไม่ถอย!!-สู้ไม่หยุด!!”.

----------------------------------------------
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%