อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

รถไฟฟ้าล่าช้าเกิน'5นาที' ขอชัดๆเยียวยาผู้โดยสาร

สัปดาห์นี้พาไปส่องเงื่อนไข KPI พร้อมบทลงโทษที่กำลังออกเป็นกฎหมาย ถ้ารถไฟฟ้าล่าช้าเกิน 5 นาที ต้องชดใช้ผู้โดยสารทุกกรณีโดยไม่มีผ่อนปรน อังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนาปิดจ็อบ “โครงการศึกษาการวางแผนเชิงระบบการจัดการเดินรถ เพื่อยกระดับการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน” เพื่อรองรับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าหลากสีตามแผนแม่บทอีก10 สาย ระยะทางกว่า 400 กม. ในปี 2568 รวมถึงรถไฟฟ้าตามแผนแม่บทเฟส 2 ในอนาคต และจัดการเดินรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว5 สายกว่า 100 กม. ให้มีประสิทธิภาพขึ้น

หัวใจของโครงการวางแผนเชิงระบบการเดินรถเพื่อยกระดับการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนมี 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การกำหนดชื่อและรหัสสถานีรถไฟฟ้าให้เป็นมาตรฐาน เข้าใจง่าย รูปแบบชัดเจน 2.การกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อใช้กำกับ ดูแล เช่น ความตรงต่อเวลา (ล่าช้าไม่เกิน 5 นาที/จำนวนเที่ยวทั้งหมด) ความปลอดภัย การให้บริการของพนักงานจะมีค่ามาตรฐานชี้วัด หากโครงการใดมีปัญหาจะต้องปรับปรุงหรือมีบทลงโทษ 3.พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการวางแผนเชิงระบบในการจัดการเดินรถ 4.จัดทำแอปพลิเคชันข้อมูลระบบรถไฟฟ้า 5.การกำกับ ดูแล การปฏิบัติการเดินรถเชิงดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ให้ทันต่อสถานการณ์

ไล่เรียงหัวข้อแรกกับการจัดทำแอปฯ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนาแอปฯ BKK RAIL” ให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบจะเปิดให้ประชาชนใช้งานเดือนมี..นี้ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบแอนดรอยด์และไอโอเอสฟรี แอปฯ นี้จะประกอบด้วย ข้อมูลเส้นทาง ตำแหน่ง ชื่อและรหัสสถานี ตารางการเดินรถ ราคาค่าโดยสาร สถานะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในแต่ละสาย แผนที่เข้าออกในแต่ละสถานี รวมทั้งไม่ลืมที่จะเปิดรับคอมเมนต์หรือความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการด้วย



ช่วงแรกจะเป็นระบบออฟไลน์ บอกการเดินทางตามประมาณการณ์ที่ตั้งไว้ อาทิ ความถี่ที่จะไปถึงแต่ละสถานี แต่อนาคตจะพัฒนาให้เป็นแอปฯ ระบบเรียลไทม์คำนวณการเดินทางได้ทันทีทันใดตรงกับเวลาจริงมากที่สุด โดยต้องทำข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง เพื่อแชร์ข้อมูลรถไฟฟ้าให้ที่ปรึกษานำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาแอปฯ ต่อไป โดยจะใช้ได้ในปี 63 นอกจากนี้เดือนเม.ย. สนข.ยังเปิดใช้แอปฯ ระบบนำทาง ซึ่งเป็นระบบขนส่งเชื่อมต่อ (ฟีดเดอร์) ทั้งรถรางเรือ เชื่อมโยงทุกโหมดเดินทางแบบไร้รอยต่อ

ต่อกันด้วยการกำหนดชื่อและรหัสสถานีรถไฟฟ้าแต่ละโครงการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เข้าใจง่าย รูปแบบชัดเจน เนื่องจากสถานีบางแห่งอยู่ใกล้กัน แต่ใช้ชื่อต่างกันทำให้สับสน อาทิ ย่านหัวหมาก มีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีหัวหมาก ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่กำลังก่อสร้าง กลับใช้ชื่อสถานีพัฒนาการ จะเปลี่ยนเป็นชื่อสถานีหัวหมาก โดยสนข. จะหารือผู้ประกอบการรถไฟฟ้าทุกสายเพื่อตั้งชื่อกันใหม่

สำหรับสถานีที่เปิดให้บริการไปแล้วอยู่ใกล้กันแต่ชื่อไม่เหมือนกัน อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีศาลาแดง กับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-เตาปูน) ใช้ชื่อสถานีสีลม บีทีเอสสถานีหมอชิต เอ็มอาร์ทีสถานีจตุจักร บีทีเอสสถานีอโศกกับเอ็มอาร์ทีสถานีสุขุมวิท และเอ็มอาร์ทีสถานีเพชรบุรีกับแอร์พอร์ตลิงก์สถานีมักกะสัน จะไม่เปลี่ยนชื่อเพราะประชาชนคุ้นเคยแล้ว

มาดูเรื่องตัวชี้วัดการให้บริการของผู้ประกอบการแต่ละราย ที่ผ่านมาผู้โดยสารเกิดอาการเซ็ง! เมื่อรถไฟฟ้าเจ๊ง!!!บ่อยๆๆ

ดร.จิรพรรณ เลี่ยงโรคาพาธ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ที่ปรึกษาโครงการศึกษาฯ ให้รายละเอียดว่า ผลสำรวจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าในประเด็นเรื่องของความตรงเวลาโดยมีความล่าช้าได้ไม่เกิน 5 นาที ซึ่งเป็นค่าเวลามาตรฐานสากลที่ใช้ประเมินคุณภาพบริการรถไฟฟ้าทั่วโลก และใช้เกณฑ์การวัดคะแนนตั้งแต่ 1-10 พบว่า...รถไฟฟ้าที่มีคะแนนตรงเวลาน้อยที่สุด ได้แก่ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ ได้คะแนน 3.98 คิดเป็น 39.8% รถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-อ่อนนุช ได้คะแนน 9.59 คิดเป็น 95.9% รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า ได้คะแนน 9.76 คิดเป็น 97.6% รถไฟฟ้าสายสีม่วงเหนือช่วงบางใหญ่-เตาปูน ได้คะแนน 9.79 คิดเป็น 97.9%



รถไฟฟ้าที่มีความตรงต่อเวลามากที่สุด คือ รถไฟฟ้าใต้ดินช่วงเตาปูน-หัวลำโพงได้คะแนน 9.93 คิดเป็น 99.3% สอดคล้องกับผลสำรวจเหตุการณ์รถไฟฟ้าล่าช้า (ดีเลย์) มากกว่า30 นาทีนั้นพบว่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มีโอกาสเกิดมากกว่าสายสีม่วง 2 เท่าตัว จากการเก็บข้อมูลพบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ดีเลย์หนัก 3 ครั้งและรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1 ครั้ง

ดร.จิรพรรณ ยังแตกย่อย KPI ที่กำหนดไว้มีทั้งหมด 9 ด้าน คือ 1.จำนวนครั้งที่ผู้โดยสารเดินทาง 2.ความตรงเวลาโดยมีความล่าช้าได้ไม่เกิน 5 นาที 3.ความล่าช้าต่อจำนวนชม.ที่ให้บริการ4.จำนวนครั้งที่มีความล่าช้ามากกว่า 30 นาที 5.ระยะทางเดินรถในช่วงระหว่างความล่าช้าที่เกิน5 นาที 6.ร้อยละของจำนวนเที่ยวที่ให้บริการจริงต่อจำนวนเที่ยวทั้งหมดที่ให้บริการตามสัญญา 7.ความเพียงพอของจำนวนรถที่ให้บริการและความสอดคล้องชม.เร่งด่วน8.จำนวนเที่ยวโดยสารต่อชม.การทำงานของพนักงาน และ 9.ความพึงพอใจทั่วไปของผู้ใช้เช่น ราคาค่าโดยสาร สิ่งอำนวยความสะดวก ความพร้อมอุปกรณ์และสถานีความปลอดภัยและปัญหาข้อร้องเรียน

“ทั้งหมดนี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพของบริการรถไฟฟ้าให้กับประชาชน ในทางกลับกันรัฐบาลยังมีหลักประกันควบคุมประสิทธิภาพให้คุ้มค่ากับการลงทุนระบบรถไฟฟ้าหลายแสนล้านบาท” อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ย้ำประโยชน์ของตัวชี้วัด

ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผอ.สนข. กล่าวสำทับว่า ในอนาคต สนข. เตรียมเสนอให้บริษัทผู้ประกอบการรถไฟฟ้าทุกสายนำ KPI ไปใช้วัดประสิทธิภาพของงานบริการรถไฟฟ้าว่าเป็นไปตามที่สัญญาไว้กับประชาชนหรือไม่ และต้องได้รับบทลงโทษหากคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์

กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งก่อตั้งกรมการขนส่งทางรางให้แล้วเสร็จในปี 62 นี้ โดยล่าสุดผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสนช.แล้ว มีรูปแบบคล้ายกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อมากำกับดูแล กำหนดกติกา และดูแลมาตรฐานต่างๆ ของระบบรางทั่วประเทศ จะทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีฐานะเป็นแค่ผู้ประกอบการ

ดังนั้นกรมการขนส่งทางราง จะออกกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม KPI พร้อมบทลงโทษ อาทิรัฐบาลปรับเอกชนเมื่อล่าช้าหรือเสียเวลาบ่อยและซ้ำซ้อน หรือกำหนดเกณฑ์การชดเชยที่ตายตัวในกรณีล่าช้า เช่น ชดเชยค่าโดยสารให้ประชาชน เปิดใช้บริการฟรี ลดค่าโดยสารผู้ที่ได้รับผลกระทบ ออกโปรโมชันชดเชยแบบบัตรรายเดือนรายวัน ดังนั้นอนาคตหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เอกชนผู้ให้บริการต้องชดใช้ประชาชนทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น เพราะกำหนดเป็นกฎระเบียบไว้ชัดเจน โดยไม่มีผ่อนปรน

เชื่อว่าจะถูกใจประชาชนแน่นอน เพราะทำให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารมากขึ้น ไม่ใช่พอรถไฟฟ้าเจ๊ง...ก็แค่แจ้งข่าวว่าขออภัยรถไฟฟ้าขัดข้อง แต่ไม่พร้อมเยียวยา ต้องรอให้เกิดกระแสดราม่าต่อว่า ถึงออกมารับผิดชอบ...ต่อไปขอชัดๆ เยียวยาผู้โดยสาร.
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 436