อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

มหา'ลัยแบนโฟม-พลาสติก สะท้อนล่าช้ารัฐจัดการขยะ

สัปดาห์นี้จะชวนไปดูวิธีมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดการขยะพลาสติก เสนอแนะให้รัฐและทุกภาคส่วนจัดการขยะที่ต้นทาง-ปลายทาง พุธที่ 30 มกราคม 2562 เวลา 08.00 น.


นับตั้งแต่ต้นปี 62 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งเดินหน้า “ลด-ละ-เลิก” พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single use plastic) รอบรั้ว ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือของเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย 30มหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันเคลื่อนมาตราการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ “ถุง-แก้ว-ช้อน-ส้อม-หลอด” ซึ่งในปี 61 ทั้งเครือข่ายร่วมลดถุงพลาสติกได้ถึง 41 ล้านชิ้นแล้ว การจัดมาตรการคุมเข้มพลาสติกของหลายมหาวิทยาลัย เป็นการดำเนินการเชิงรุกโดยที่...ไม่รอรัฐ!

ปรากฏการณ์นี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่เป็นตัวอย่างที่ดี โดยไม่ต้องรอมาตรการจากทางรัฐที่ล่าช้า เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข วันนี้จึงจะชวนดูวิธีมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดการขยะพลาสติก และข้อเสนอแนะของผมให้รัฐ และทุกภาคส่วนจัดการขยะที่ต้นทาง และปลายทาง

จุฬาฯ โครงการ
“CHULA Zero Waste” ดีเดย์ 26 มี.ค. 62 จะเปลี่ยนเป็น “มหาลัยไร้พลาสติก” มาตราการที่สำคัญคัญคือ 1.ไม่แจกถุงพลาสติกฟรี ให้ขายเฉพาะถุงจากพลาสติกรีไซเคิล 100% หรือถุงที่ย่อยสลายได้ 100% เท่านั้น 2.ทุกร้านในมหาวิทยาลัยจะต้องใช้แก้วที่ล้างได้ หรือแก้วที่ย่อยสลายได้ 100% (เคลือบพลาสติกชีวภาพ) ที่โครงการพัฒนาขึ้นมาเท่านั้น 3.หยุดแจกหลอด ช้อน ส้อม พลาสติกและกล่องโฟม เปลี่ยนใช้กล่องชานอ้อย ซึ่งการดำเนินการเพียง 2 ปีของโครงการนี้สามารถลดถุงพลาสติกได้แล้วกว่า 3 ล้านใบ และใช้แก้วกระดาษที่ย่อยสลายได้ 100% ทดแทนแก้วพลาสติกไปแล้วกว่า 95% รอบรั้ว



มหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทย์ นำร่องโครงการ
“SCI KU GO ZERO WASTE WITH KM PACKAGING” เลิกใช้โฟม-พลาสติก 100% จับมือกับ บริษัท เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้ง ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่ย่อยสลายได้ โครงการดังกล่าวจะประเดิมใช้ในงาน “เกษตรแฟร์ 62” ก่อนขยายทั่วมหาวิทยาลัย คาดลดขยะพลาสติก และโฟม ได้ถึงปีละกว่า 4.5 แสนชิ้น

มหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินโครงการ
“BE SMART BE GREEN” ด้วยความร่วมมือจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC โดยสนับสนุนเม็ดพลาสติกชีวภาพ BioPBS เป็นเวลา 3 ปี เพื่อใช้ในการผลิตแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพและหลอด ที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ทำจากอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โครงการ
“NO MORE SINGLE USE PLASTIC” ใช้ 5 มาตรการลด “พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง” งดแจกถุงพลาสติก-ช้อน-ส้อม-หลอด โดยจับมือ 3 แบรนด์ค้าปลีก ได้แก่ 7-11, lawson 108 และ Tops daily ตั้งเป้าใช้ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อเป็น 0 เริ่ม ใช้ไปแล้วเมื่อ 1 มิ.ย.61 ตั้งเป้าลดขยะพลาสติก 50% จากการดำเนินโครงการลดใช้ถุงพลาสติกต่างๆ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 58 พบว่าสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงได้กว่า 30% หรือราว 1.8 ล้านใบแล้ว



มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการ
Mahidol Reduce & Reuse ถุงพลาสติก” ขอความร่วมมือจากร้านสะดวกซื้อจำนวน 12 ร้านในรั้วมหิดล ศาลายา และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ให้งดบริการถุงพลาสติกแก่ลูกค้า โดยมี 3 ทางเลือกหากต้องการ ได้แก่ 1.เตรียมถุงมาใส่เอง 2.บริจาคเงินขอรับถุงพลาสติกในราคาถุงละ 2 บาท 3.หากไม่ต้องการซื้อถุง สามารถหยิบถุงพลาสติก reuse ที่มีผู้นำมาบริจาคไว้ในร้านสะดวกซื้อ โครงการนี้เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนก.ค.59 การใช้ถุงพลาสติกลดลงไปถึง 90% ภายใน 6 เดือน และสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้เกินกว่าปีละ 2 ล้านใบ

วิถีชีวิตปัจจุบันทำให้เราสร้างขยะพลาสติกมหาศาล เป็นปัญหาใหญ่เพราะส่วนใหญ่ “ถูกทิ้งผิดที่ ถูกจัดการไม่ถูกทาง และย่อยสลายยาก” 50% ของการใช้พลาสติกทั้งหมดเป็นการใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งกลายเป็นขยะในทันทีหลังใช้งาน แย่ไปกว่านั้นขยะพลาสติกเพียง 9% เท่านั้นที่ถูกเอามารีไซเคิล แล้วที่เหลือไปไหน? บ่อยครั้งถูกทิ้งไม่ถูกที่ ตกค้างในสิ่งแวดล้อม อุดตันท่อ ฝังกลบ เผาเปิด หรือทิ้งลงน้ำ และทะเล ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศ สัตว์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และที่สำคัญ “มนุษย์” ฉะนั้นมาตราการจัดการที่ต้นทาง (การลดใช้ และการผลิต) และปลายทาง (การจัดการขยะ และรีไซเคิล) จึงมีความสำคัญอย่างมาก

ที่ผ่านมารัฐมีเพียงแค่ร่างแผนปฏิบัติจัดการขยะพลาสติก (กำหนดการลดและเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติก 7 ชนิด) ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันจัดการขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งต้นทางและปลายทาง โดยยึดหลัก Refuse Reduce Reuse Recycle

ต้นทาง (ลด ละ เลิกสร้างขยะพลาสติก)
1.รัฐควรมีมาตรการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเก็บภาษีค่าถุงพลาสติก โฟม ช้อน ส้อม แก้ว หรือเลิกใช้
2.รัฐควรจัดให้มีการเรียน รณรงค์ และการสอนด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะในสถานศึกษา และชุมชนมากขึ้น
3.ผู้ผลิตควรเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการย่อยสลายที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกชีวภาพ หรือกระดาษ (ที่ต้องไม่เคลือบพลาสติก)
4.ภาคธุรกิจและร้านค้าควรเปลี่ยนใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (reusable) หรือย่อยสลายได้ง่ายแทน
5.ผู้บริโภคควรจะลด ละ เลิก การสร้างขยะพลาสติก หรือ โฟม และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ซ้ำได้ เช่น ถุงผ้า ช้อนส้อมแสตนเลสหรือไม้ ขวดน้ำพกพา
6.รัฐและเอกชนควรสนับสนุนงานวิจัย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก
7.รัฐและเอกชนควรสนับสนุนวิธีส่งเสริมที่จะช่วยให้ผู้บริโภคไม่สร้างขยะพลาสติกมากขึ้น เช่น มีตู้กดน้ำดื่มสะอาดสาธารณะ (เพื่อลดการสร้างขยะขวดพลาสติก) หรือตู้หย่อนและหยิบถุงพลาสติก (ให้คนที่ไม่ใช่ถุงแล้วมาหย่อย และคนที่ต้องการมาหยิบ)



ปลายทาง (พัฒนาการจัดการขยะ)
1.รัฐควรพัฒนาการจัดการขยะ โดยเฉพาะการ “รีไซเคิลขยะพลาสติก” ในประเทศ นำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ และสร้างผลิตภัณฑ์พลาสติกชิ้นใหม่ให้ได้มากที่สุด (เหมือนสวีเดน และหลายๆ ประเทศทั่วโลก)
2.ทุกภาคส่วนควรร่วมกันสร้างความตระหนักให้ทุกคนทิ้งขยะให้ถูกที่ และแยกขยะให้ถูกต้อง
3.รัฐและเอกชนควรสร้างแรงจูงใจเป็นค่าตอบแทน (Incentive) ให้ผู้คนหันมาทิ้งขยะให้ถูกที่ เช่น ให้มีตู้คืนขวดพลาสติกแลกเงิน เหมือนในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

การจัดการขยะพลาสติกเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำ เพราะตอนนี้มันกลับมาทำร้ายมนุษย์เองแล้ว ซ้ำยังมีวิจัยพบว่า “ไมโครพลาสติก” ในมนุษย์ เนื่องจากสัตว์ที่เป็นอาหารของเราได้กินพลาสติกเข้าไป และหากไม่เร่งแก้ไข คาดการณ์ว่าปี 2050 น้ำหนักของขยะทางทะเล จะมีมากกว่าจำนวนปลาทั้งหมดรวมกัน เราจะทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลานของเราหรือ?
..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “ร่มธรรม ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภากจาก : Pixabay ,CHULA Zero Waste , มธ.ศูนย์รังสิต


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%