อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

แววตาของนักฆ่า

สัปดาห์นี้ย้อนคดีดัง...นักนักศึกษาหนุ่มติดพนันบอล ขาดสติฆ่าเพื่อนชิงทรัพย์ ตำรวจสืบจนมึนงง ภายใต้แววตานักฆ่าที่นิ่งสงบ ฉลาดจัดฉากเผาอำพรางศพ พุธที่ 30 มกราคม 2562 เวลา 14.00 น.


ผมเคยเชื่อมาตลอดว่า หากบาดแผลที่ตัวผู้เสียชีวิตถูกกระหน่ำทำร้ายหลายแผล เชื่อได้ว่าผู้ตายกับผู้ฆ่าน่าจะมีความแค้นส่วนตัวกันพอสมควร จึงลงมือกระทำแบบนั้น แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปผมชักไม่แน่ใจ เพราะหลายครั้งผู้ตายกับผู้ฆ่ากลับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ลงมือก่อเหตุกระหน่ำฆ่าหลายแผลเพียงเพื่อชิงทรัพย์ หาใช่การระบายความแค้นไม่ ความโหดเหี้ยมเหล่านี้กลายเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่เราพบเห็นได้ในข่าวอาชญากรรม ณ ทุกวันนี้

มันทำให้ผมนึกถึงข่าวชิ้นหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...

...รับแจ้งไฟไหม้ห้องพักในหอ เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟพบศพอยู่บนเตียง ตอนนั้นเป็นกระแสข่าวพอสมควรว่า เป็นการ “ฆาตกรรม” หรือแค่...ไฟไหม้ธรรมดาแล้วผู้ตายหลับอยู่ในห้อง จนโดนเพลิงโหมกระหน่ำใส่เสียชีวิต ตำรวจก็ทำงานของตำรวจไป นักข่าวทำงานของนักข่าวไป แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่สรุปสาเหตุว่าเป็นฆาตกรรม เพราะต้องรอผลตรวจโดยละเอียดจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรก่อน แต่ธงก็ดำเนินไปทางนั้นแล้ว

หลังจากธงถูกตั้งคร่าวๆ นักสืบก็ออกทำงานทันที พวกเขาตรวจสอบประวัติผู้ตายโดยละเอียด สมัยที่กล้องวงจรปิดยังไม่เกลื่อนเมืองขนาดนี้ นักสืบเริ่มต้นด้วยสมมติฐานง่ายๆ ว่า ผู้ตายถูกฆาตกรรมด้วยสาเหตุใด มันเป็นคำถามสำคัญ หากหาคำตอบได้ถูกต้อง ทุกอย่างก็จะได้รับการไขคดี แต่ผู้ตายคลีนมาก เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย มีอนาคตไกล นักสืบแกะข้อมูลไปเรื่อยๆ ก่อนจะพบข้อเท็จจริง



เพื่อน 2 คนเดินทางมาจากต่างจังหวัด คนหนึ่งมาเรียนมหาวิทยาลัยชื่อโด่งดัง อีกคนมาหางานทำในกรุงเทพพระมหานคร ทั้งคู่แม้จะมีความแตกต่างทางสถานะสังคม แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเสมอ

คนหนึ่งมุ่งมั่นเรียนหนังสือ ขณะที่อีกคนมุ่งมั่นทำงาน แต่ด้วยใจลึกๆ ของทั้งคู่ต้องการมีเงิน จบมามีชีวิตที่สะดวกสบายกว่าทุกวันนี้ คนหนึ่งมุ่งเน้นศึกษาเป็นบันได อีกคนมุ่งเน้นทางลัดด้วยการแทงพนันฟุตบอล

ครั้งแรกมันนำเงินมามหาศาล ครั้งสองมันทำให้เขารุ่มรวย ครั้งที่สามมันทำให้เขาหลงระเริง ยิ่งหลายครั้งที่ได้เสีย ยิ่งทำให้เขาลุ่มหลงในการพนันฟุตบอลอย่างหนัก จนถึงขั้นถอนตัวไม่ได้ เงินทองร่อยหรอ ทุกการแข่งขันทำให้ใจเขาอยู่ไม่สุข ต้องลุ้นผลการแข่งขันตลอด ยิ่งพนัน ยิ่งคาดการณ์ ยิ่งผิดพลาด เงินทองที่รุ่มรวย เคยนำไปเลี้ยงข่าวเพื่อนที่เป็นนักศึกษาก็เริ่มหมดไป งานการดำเนินไปอย่างย่ำแย่ ถึงขั้นถูกไล่ออกจากงาน หมดสิ้นอนาคต เพราะความมัวเมาในการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เขาควรจะกลับบ้านต่างจังหวัด แต่สภาพนี้กลับไปไม่ได้แน่ ชื่อเสียจะเลื่องลือในชุมชน ทุกคนจะรู้ว่าเขาติดพนันจนหมดตัวต้องกลับมาบ้าน เขาควรจะเลิก แต่ว่า...เขาขอเพียงครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ขอแทงอีกสักคู่หนึ่งเท่านั้น แล้วทุกอย่างจะจบ เขามั่นใจว่าจะต้องคาดการณ์ถูก มั่นใจว่าจะสามารถคืนหนี้สินที่หยิบยืมมาได้



แต่ไม่มีเงินให้แทง ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปหาเพื่อนนักศึกษาที่หอพัก พยายามพูดยืมเงิน แต่อีกฝ่ายไม่อาจให้ยืมได้ เงินทองร่อยหรอเช่นกัน ต้องกระเบียดกระเสียรใช้ ยิ่งขอร้องยิ่งได้รับการปฏิเสธ ถึงขั้นถูกไล่ออกจากห้อง ไหนว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ไหนว่ารู้จักกันมาเนิ่นนาน ความลุ่มหลงในการพนันทำให้สติสัมปัญชัญญะขาดผึง แม้เพียงไม่ถึง 5 วินาที แต่มันก็เป็นวินาทีสำคัญสุดในชีวิตเพื่อนสองคน

มีดพกติดตัวควักออกมาแทงเข้าไปที่หัวใจเพื่อน...มันตัดขั้วหัวใจในฉับพลัน 5 วินาทีผันผ่าน เขาได้สติกลับมา เพื่อนจากไปแล้ว หัวสมองวิ่งวุ่น ก่อนคิดกำเริบเผาห้องเพื่ออำพรางศพ ทำให้เป็นเหตุไฟไหม้ จัดแจงให้เพื่อนไปนอนบนเตียง อยู่กับศพเพื่อนจนถึงเช้าตรู่แล้วลงมือจุดไฟก่อนจะออกจากห้องมา

คิดว่าจะหนีรอด แต่นักสืบค้นพบเรื่องราวและพยานยืนยัน จึงนำไปสู่การเชิญตัวมาสอบปากคำ ชายหนุ่มนิ่งเงียบตั้งท่าปฏิเสธ นานหลายนาน จนนักสืบหลายนายเริ่มท้อ พวกเขาเดินออกมาดูดบุหรี่ “หรือว่าจะไม่ใช่วะ” ตัดสินใจลองเข้าไปสอบปากคำใหม่ ไม่นานคำสารภาพปรากฏออกมา นักสืบหลายนายโล่งอก เดินออกมาสูบบุหรี่ “รับแล้ว รับแล้ว”



ตอนตำรวจพาตัวออกมาโดยใส่กุญแจมือ ผมยืนถ่ายรูป แววตาของผู้ฆ่าสบตากับผมผู้ไม่เคยฆ่าใครมาก่อนในชีวิต ดวงตาเราสองต่างกัน ดวงตาผมตระหนกกับสายตาที่เขามองมา นิ่ง สงบ เรียบเฉยราวกับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในโลก ในฉับพลันเขาแสยะรอยยิ้ม เหมือนต้องการเล่นสงครามประสาท เหมือนเขาสนุกกับเกมไล่ล่าของตำรวจ

ผมตื่นตะลึงกับ “ดวงตา” ที่อยู่ในความทรงจำผมถึงทุกวันนี้...

ก่อนที่จะคุมตัวไปส่งศาล แม่ของผู้ต้องหาเดินทางมา ตำรวจระดับผู้ใหญ่จิบกาแฟ พยายามคุยกับแม่ของฆาตกร “มีอะไรให้ตำรวจช่วยได้บ้างครับ”

ปล่อยตัวลูกไปได้ไหมค่ะ” แม่บอก ตำรวจส่ายหน้าอย่างช้าๆ ถอนหายใจ “ไม่ได้ครับ” มันเป็นคำขอที่ผิดกฎหมายอย่างยิ่ง

ตอนที่นักสืบพาตัวฆาตกรออกมา ผมยังเห็นแววตาของเขา รอยยิ้มเขายังคงแสยะอย่างน่าสยดสยอง มันสั่นคลอนความเชื่อในความดีงามของมนุษย์อย่างยิ่ง เขาฆ่าเพื่อนที่สนิทรู้จักกันมา เพื่อขอยืมเงินไปแทงบอล เขาจัดแจงศพเพื่อน อยู่กับศพ และเผาห้องเพื่ออำพรางคดี เขาเกือบจะทำสำเร็จ แม้จะถูกจับได้ แต่ผมเกรงว่าเขาจะรู้สึกสนุกกับมัน เหมือนที่ฆาตกรหลายคนสนุกกับการก่อเหตุ แล้วมองว่าเป็นเพลิดเพลินในชีวิต



แววตาของชายหนุ่มคนนั้นทำผมขนลุก ยิ่งได้อ่านข่าวการแทงคนตายนับ 10 กว่าแผล เพียงเพื่อ...ชิงทรัพย์ ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สำหรับบางคนฆ่าเพราะรู้จักกันมาก่อนแล้วอำพรางขนาดนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสยองเช่นกัน

ผมเชื่อว่าแววตาของพวกเขาเหล่านี้ เป็นแววตาที่สะท้อนว่า...สังคมเราก่อความผิดพลาดใด จึงเกิดเรื่องสร้างคนแบบนี้ขึ้นมาได้

มันเป็นแววตาของนักฆ่า...นิ่งสงบ เรียบเฉยเหมือนทะเลก่อนพายุจะมา ความน่ากลัวของมันหาใช่เพียงแววตาไม่ แต่สิ่งที่น่ากลัวไปอีกก็คือ...ยังจะมีคนแบบนี้ในสังคมอีกเยอะไหม นั่นเป็นคำถามสำคัญที่สุดที่เราควรต้องหาคำตอบโดยเร็ววัน.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 237