อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 เมษายน 2562

ทรูโดกระตุกหนวดมังกร สั่นสะเทือนทั้งแคนาดา

“ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้” น่าจะเป็นวลีที่ใช้อธิบายบรรยากาศของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาได้เหมาะสมที่สุด ณ เวลานี้ เพราะชัดเจนว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นฝ่ายเดินเกมรุกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของจีน อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 12.38 น.

“ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้” น่าจะเป็นวลีที่ใช้อธิบายบรรยากาศของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาได้เหมาะสมที่สุด ณ เวลานี้ เพราะชัดเจนว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นฝ่ายเดินเกมรุกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของจีน ด้วยการเพิ่มแรงกดดันทีละน้อยแต่ทุกครั้งเป็นการ “บีบอย่างรุนแรง” จนกว่า น.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ย และยังเป็นทายาทคนโตของอาณาจักรด้านเทคโนโลยีของจีน ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว กำลังก้าวสู่การเป็นแถวหน้าในการพัฒนาระบบ 5จี และการผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ลำดับต้นของโลก จะได้รับอิสรภาพ หลังถูกทางการแคนาดาจับกุม น.ส.เมิ่ง ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องบินที่เมืองแวนคูเวอร์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ปีที่แล้ว

สหรัฐต้องการตัว น.ส.เมิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะเธอคือ “บุคคลสำคัญ” ของหัวเว่ย แต่ให้เหตุผลว่าต้องการตัวเธอไปดำเนินคดีที่ศาลของรัฐบาลในนครนิวยอร์ก ซึ่งออกหมายจับเธอเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ด้วยการตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อซื้อขายสินค้าด้านเทคโนโลยีกับรัฐบาลเตหะราน และภายในอีก 9 วันต่อมา รัฐบาลปักกิ่งประกาศการจับกุมนายไมเคิล คอฟริก และรัฐบาลปักกิ่งเตือนนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ว่าคอฟริกไม่เข้าข่ายการเป็นผู้มีคุณสมบัติอยู่ภายใต้การคุ้มครองของอนุสัญญาเวียนนาตามที่ผู้นำแคนาดากล่าวอ้าง เนื่องจากเป็นอดีตนักการทูตซึ่งตอนนี้ใช้หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป ไม่ใช่ “เจ้าหน้าที่การทูตซึ่งทำงานโดยไม่รับเงินเดือน” ให้กับรัฐบาลออตตาวา โดยคอฟริกถูกจับกุมในเวลาไล่เลี่ยกับนายไมเคิล สเปวอร์ นักธุรกิจซึ่งมีสำนักงานแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมอยู่ที่เมืองตานตง ในมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน



อย่างไรก็ตาม หลายครั้งในความบังเอิญมีความตั้งใจซ่อนอยู่ เมื่อนายโรเบิร์ต ลอยด์ เชลเลนเบิร์ก พลเมืองแคนาดา วัย 36 ปี ซึ่งถูกจับกุมและคุมขังในคดียาเสพติดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557 อยู่ที่ศาลประชาชนในเมืองต้าเหลียน ตั้งอยู่ในมณฑลเหลียวหนิง สถานที่เดียว กับสเปวอร์ถูกจับกุม ยื่นคำร้องเมื่อปลายปีที่แล้ว อุทธรณ์บทลงโทษจำคุก 15 ปี พร้อมปรับเงินอีก 150,000 หยวน (ราว 705,000 บาท) และเนรเทศเมื่อรับโทษครบตามกำหนด จากความผิดฐานร่วมขบวน การค้ายาเสพติดข้ามชาติ พยายามลำเลียงยาบ้าน้ำหนักมากถึง 222 กิโลกรัม ผ่านจากจีนไปยังออสเตรเลีย

แน่นอนศาลพิจารณาคำร้องอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งต้องการให้รื้อการพิจารณาคดี และท่าทีเป็นนัยของอัยการว่าบทลงโทษเดิมนั้น “เบาเกินไป” และหลังจากนั้นอีกเพียง 1 เดือน ศาลพิจารณาเพิ่มบทลงโทษให้แก่เชลเลนเบิร์กเป็นขั้นสูงสุด คือการรับโทษประหารชีวิต แม้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเชลเลนเบิร์กรับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับความร้าวฉานระหว่างแคนาดากับจีนจากกรณีหัวเว่ยหรือไม่ แต่ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า เชลเลนเบิร์กกำลังเป็นมากกว่านักโทษ “ทั่วไป” ในคดีค้ายาเสพติด แต่คือ “ตัวประกัน” คนที่ 3 ต่อจากคอฟริกและสเปวอร์ จริงอยู่เชลเลนเบิร์กยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงแห่งมณฑลเหลียวหนิงภายใน 10 วัน นับจากวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ศาลจะยังคงพิพากษายืน และคดียังมีไปถึงศาลประชาชนสูงสุดในกรุงปักกิ่ง ที่น่าจะชะลอการไต่สวนคดีนี้ไว้ก่อน เพื่อรอดูท่าทีว่า ศาลแคนาดาจะชี้ชะตาบุตรสาวเจ้าของหัวเว่ยอย่างไร ในวันที่ 6 ก.พ.นี้



โดยเฉลี่ยแล้วจีนประหารชีวิตผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติประมาณปีละ 1-2 คน โดยทุกคนล้วนต้องคดียาเสพติด แต่หลายฝ่ายมองว่าการพิจารณาบทลงโทษขอเชลเลนเบิร์กในครั้งนี้ถือว่ารวดเร็วมาก และเป็นเหตุการณ์แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ศาลให้โควตาผู้สื่อข่าวต่างชาติ 3 คนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของพลเมืองแคนาดา นัยว่าเจตนาต้องการให้เรื่องนี้ “เป็นที่สนใจมากขึ้น” เพราะจะว่าไปแล้วบทลงโทษของเชลเลนเบิร์กน่าจะเป็น “คำพิพากษาจากพรรคคอมมิวนิสต์” ถึงรัฐบาลแคนาดามากกว่า ย้ำว่าจีนพร้อมเปิดเกมแลกชนิดกล้าได้กล้าเสีย ยิ่งเมื่อกรณีนั้นกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ และความพยายามของจีนในการขยายอิทธิพลด้านเทคโนโลยีผ่านโครงการ “เมด อิน ไชนา 2025” ที่หัวเว่ยเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญที่รัฐบาลปักกิ่งให้ความสนับสนุนอย่างชัดเจน จนโลกตะวันตกมองว่าหัวเว่ยเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคคอม มิวนิสต์ และถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยปริยาย

คำกล่าวของนางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รมว.การต่างประเทศแคนาดา ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์กับจีนกำลังเป็น “สถานการณ์ที่ ยากลำบาก” คล้ายเป็นการยอมรับว่าการจับกุม “ลูกสาวหัวเว่ย” กลายเป็นการพาแคนาดาลอยอยู่บนกระแส “คลื่นใต้น้ำ” ระหว่างจีนกับสหรัฐในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ทั้งสองประเทศต่างแสดงท่าทีคล้ายว่า “ไม่มีอะไร” และปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายซึ่ง “เป็นที่น่าเชื่อถือ”



นายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ยซึ่งพยายามทำตัวไม่ให้เป็นที่น่าจับตาและสนใจของสังคมโลกในช่วงหลัง ยอมให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ปฏิเสธทุกข้อครหาที่พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลเหนือหัวเว่ย แต่ยืนยันว่าเขาเคารพนับถือแนวทางปฏิบัติของพรรค เขามีความรักชาติยิ่งชีพ อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคิดใช้ความคิด ทางการเมืองสร้างเรื่องเพื่อทำลายประเทศอื่นบนโลก ทุกฝ่ายไม่ควรเชื่อมโยงจุดยืนทางการเมืองของเขากับการทำธุรกิจว่าเป็น “เรื่องเดียวกัน” และทิ้งท้ายอย่างน่าคิดว่า หัวเว่ยเป็นเพียง “เมล็ดงา” ในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน แต่เขาจะรอดูว่า “เมื่อถึงเวลา” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอย่างไรกับเรื่องบุตรสาวของเขา.

-------------------------------------
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60