อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

การป้องกันและรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ในชายสูงวัย

อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็คือปัจจัยเสี่ยงเดียวกับโรคหัวใจขาดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง นํ้าหนักตัวเกิน เป็นต้น เสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.


อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มักเกิดขึ้นในชายสูงวัยนั้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงองคชาต ทำให้เส้นประสาทไม่สามารถกระตุ้นให้เส้นเลือดที่องคชาตมีการขยายตัวได้เพียงพอ หรือเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือด ทำให้เลือดเข้าสู่องคชาตได้ไม่มากพอ ทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามมา ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็คือปัจจัยเสี่ยงเดียวกับโรคหัวใจขาดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง นํ้าหนักตัวเกิน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันที่ค่อนข้างรีบเร่ง ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพเพียงพอ ทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์และขาดการออกกำลังกายทำให้ผู้ชายหลายคนเริ่มมีปัญหาการแข็งตัวขององคชาต บางคนเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 40 ปี นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้ยังส่งผลให้ร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายหรือเทสทอสเตอโรนลดลงอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศลดลงเช่นเดียวกัน

การรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยการ ออกกำลังกาย ลดนํ้าหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ หยุดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับนํ้าตาลและไขมันในเลือด ซึ่งในคนที่เพิ่งเริ่มมีอาการ การพยายามดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีจะช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตกลับมาดีขึ้นได้ และร่างกายยังมีการสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องทานยา นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เส้นเลือดที่องคชาตมีการอุดตันมากขึ้นในอนาคต ในผู้ที่จำเป็นต้องทานยาเพื่อให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น การลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นและควรทำควบคู่ไปกับการทานยา จะช่วยให้การตอบสนองต่อยาดีขึ้น การปฏิบัติตัวเหล่านี้จะส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย



ยาที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นยาชนิดเม็ดใช้รับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ ยานี้ทำงานโดยขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงองคชาต ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงองคชาตมากขึ้น ทำให้การแข็งตัวดีขึ้น เป็นยาที่มีใช้มาตั้งแต่ปี 1998 โดยรวมถือว่ามีประสิทธิภาพดี แต่โอกาสที่จะได้ผลมากน้อยมักขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละคน คำแนะนำทั่วไปสำหรับใช้ยานี้คือ ควรรับประทานยาตอนท้องว่าง 30-60 นาทีก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้มีเวลาสำหรับการดูดซึมของยาจากลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ยาจะออกฤทธิ์ได้ต้องมีสิ่งกระตุ้นทางเพศก่อนเสมอ ห้ามใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจที่ยังไม่ได้รับการรักษาหรืออาการยังไม่คงที่ รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดที่ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรททุกตัว เพราะอาจส่งผลให้เกิดความดันต่ำได้ ดังนั้นผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา

ในประเทศไทยองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยา นี้ได้เอง ทำให้ราคายาถูกลงมากเมื่อเทียบกับยาที่นำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้มากขึ้น ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การใช้ยาไม่ได้ผล คือการดูดซึมของยาเข้ากระแสเลือด ซึ่งการดูดซึมของยาในผู้ป่วยแต่ละคนอาจไม่เท่ากันและอาจทำให้ยาไม่ได้ผล ดังนั้นทางองค์การเภสัชกรรมร่วมกับสาขาระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เริ่มโครงการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพของยาขยายหลอดเลือดองคชาตรูปแบบใหม่ คือเป็นชนิดแผ่นแปะลิ้น โดยตัวยาเป็นยาชนิดเดียวกับชนิดเม็ด เปลี่ยนรูปแบบเพื่อหวังว่าจะช่วยให้การดูดซึมของยาดีขึ้น ออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้นและทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น โครงการวิจัยนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยแล้ว ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะได้รับตัวอย่างยาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-3241-4219 ในเวลาราชการ.
.............................................
นายแพทย์เปรมสันติ์ สังฆ์คุ้ม

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%