อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน จิตอาสาต้องไม่รังเกียจใคร

สวยทั้งกาย-ใจ “สาวดีกรีนางแบบ”ใช้สิ่งที่ใช้บวกกับสิ่งที่ชอบจุดประกายเป็นจิตอาสา ตั้งโต๊ะตัดผมฟรีที่หัวลำโพง บริการหมดไม่เว้นคนจรจัด ลั่นมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน อย่าไปรังเกียจคนที่ด้อยกว่า เสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.


คำกล่าวที่ว่า“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำความดีหรือความเลวได้”เป็นประโยคที่ชัดเจนได้ใจความไม่ต้องคิดอะไรมาก อยู่ที่สมองของคน ๆ นั้นจะตัดสินใจว่าจะเลือกด้านไหน...หากเลือกทำผิดช่วงหลังเรามักจะคุ้นเคยกับวลีเด็ดที่มักจะอ้างว่า“ ทำไปเพราะ...รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เป็นประโยคจบ...จบทุกอย่าง ปิดคดีไม่ต้องยืดเยื้อ นักข่าวเองก็ไปต่อไม่เป็นเมื่อเจอคำ ๆ นี้

จะเห็นว่าประโยคข้างต้นไปสอดคล้องกับคำว่า “คุณค่าของคนอยู่ที่การกระทำ” หากทำดีตัวเราเองก็มีคุณค่าในสายตาผู้อื่น เช่นเดียวกับ “ศิริรัตน์ มานพ” หรือพั้นช์ อายุ 36 เป็นชาว จ.พิษณุโลก ผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เห็นคุณค่าของผู้ที่ด้อยกว่า-ลำบากกว่า...เธอใช้สิ่งที่ชอบบวกกับวิชาชีพที่เรียนมาคือช่างตัดผม รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ และอาจารย์ออกให้บริการตัดผมฟรีกับคนทั่วไป คนจรจัด เด็กนักเรียนอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว ทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่ต้องขอบคุณ...ขอเพียงได้เป็นจิตอาสาสร้างความสุขให้กับคนที่ลำบากกว่าก็พอแล้ว



ศิริรัตน์ บอกว่า เป็นชาวพิษณุโลก เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯจนจบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ เอกสาขาสื่อสารการเมือง ม.เกริก หลังจบก็ทำงานบริษัทฯ และมีงานนอกหารายได้เสริม ชีวิตไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการเงิน ส่วนตัวชื่นชอบเรื่องเสริมสวย และแฟชั่นมาก กระทั่งมีโอกาสหาเวลาว่างไปเรียนตัดผมผู้ชายที่ศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม.ระหว่างเรียนระดับ 1 อาจารย์พาไปตะเวนตัดผมนอกพื้นที่ ไปตามโรงเรียน หรือชุมชนต่าง ๆ จุดเปลี่ยนของชีวิตอยู่ตรงเห็นเด็กตามชุมชนพ่อแม่อุ้มมาต่อแถวเพื่อที่จะให้ลูกได้ตัดผมฟรี ภาพวันนั้นไม่ใช่การตัดผมเด็ก แต่มันเห็นภาพอารมณ์อะไรหลาย ๆ อย่างที่อยู่บนสีหน้า และแววตาของพ่อแม่ที่พาลูกมาใช้บริการ



ครั้งแรกที่ตัดผมให้เด็ก เด็กบางคนเป็นเหาทั้งหัว บางคนเป็นแผลเห็นแล้วน่าสงสารมาก ต้องค่อยๆตัดให้กลัวน้องจะเจ็บ พอจบระดับ1ก็เรียนต่อระดับ 2 คราวนี้ครูผู้สอนคืออาจารย์วาสอนตัดรองทรงสูง กลาง ต่ำ จะยากขึ้นมาอีก ผมทรงพวกนี้เป็นทรงมาตรฐานผู้ใหญ่ อาจารย์พาออกหน่วยที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ตัดตรงชานชะลาที่ 12 บรรยากาศก็อย่างที่เห็นตัดกันข้างรางรถไฟกันเลย ลูกค้ามีทั้งนักท่องเที่ยว ฝรั่ง คนแก่ วัยรุ่น คนจรจัด พวกหลังน่าสงสารมาก เขาไม่รู้จะไปตัดที่ไหนเงินก็ไม่มี ช่วงแรกที่หัวลำโพงท้อเล็กน้อย เพราะอากาศร้อนมาก แต่อาจารย์เขาพูดว่าถ้าเราคิดแบบนี้แล้วคนพวกนี้เขาจะหวังให้ใครมาช่วย เราเป็นช่างตัดผมเราก็ต้องตัดให้ดี ให้คิดว่าเขาคือคนคนหนึ่งที่มาตัด คำพูดนี้แหละมันทำให้พั้นช์คิดได้ว่าเราควรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำหรือไม่ทำได้ เลยตัดสินใจเลือกเดินหน้าต่อ รวมกลุ่มตัดผมฟรีวันจันทร์-พุธ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมาเกือบ 1 ปีแล้ว”



พั้นช์ บอกต่อว่า ปัจจุบันเรียนจบระดับ 2 แล้ว แต่ยังไปตัดผมฟรีอยู่ อยากไปออกหน่วยไปช่วยคนที่เขาไม่มีเงิน ทำโดยไม่หวังผลตอบแทนแม้แต่คำขอบคุณ ขอแค่คนที่มาใช้บริการเขามีความสุขเดินยิ้มออกไปก็พอใจมากแล้ว บางคนไม่มีเงินก็เดินไปซื้อน้ำมาให้ มันทำให้รู้ถึงน้ำใจของคนที่เขาอยากตอบแทนเราจริง ๆ เป็นอะไรที่ประทับใจมาก ๆ ลุงบางคนตัดเสร็จยกมือไหว้ บางคนก็ให้พรเป็นความสุขที่ได้ทำ-ที่ได้แบ่งปันถึงแม้พวกเราจะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่พวกเรามีความสุขทุกครั้งที่ไปเปิดให้บริการ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์รังสรรค์ และอาจารย์วาที่สั่งสอนให้พวกเราเป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน และขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีจิตอาสาเหมือนกัน

ปัญหาการตัดผมมีบ้างเล็กน้อย เช่นเจอคนเมาหรือพวกเจ้าชู้เจอประจำ แต่พวกเราก็จะมีวิธีรีบมือ ก็อย่างที่บอกว่าพวกเรามีความประทับใจที่ได้ตัดผมให้คนจน ได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เรื่องไร้สาระไม่อยากคิดให้เปลืองสมอง อีกอย่างได้ฝึกฝนตัวเองจากการเป็นจิตอาสา ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก คุณต้องมีจิตใจที่เป็นอาสาคือให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ถามว่าเหนื่อย-ร้อน-เมื่อยหรือป่าว ตอบเลยว่าทั้งร้อนทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อยแต่พวกเราก็รักที่จะทำ อยากฝากถึงคนในสังคมปัจจุบันว่า ทำอะไรคิดถึงใจเขาใจเราให้มาก ๆ พูดหรือทำอะไรให้คนอื่นรู้สึกแย่ คนที่ถูกกระทำเขาจะรู้สึกอย่างไร พูดดีทำดีให้กันดีกว่า สังคมจะหน้าอยู่ยิ่งขึ้น คุณค่าของมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน อยู่ที่การกระทำของเรามากว่าว่ามีคุณค่ากับผู้อื่นอย่างไร”



ทราบว่าผู้หญิงเก่งคนนี้ ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง หาประสบการณ์ผ่านงานมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะบริษัทเอกชนด้านออกแบบก่อสร้าง เป็นเซลขายของ เป็นนางแบบ เดินแบบแฟชั่น เป็นพีอาร์ฯให้กับบริษัทมีชื่อหลายแห่ง...เงินที่ได้ส่วนหนึ่งเธอเก็บเอาไปซื้ออาหารแจกคนเร่ร่อน ไม่ก็ไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนตามชนบท

มีคนถามเธอว่า...ชีวิตสุขสบายอยู่แล้วทำไมต้องลำบาก ยอมทนเหนื่อยทนร้อนยืนตัดผมญาติก็ไม่ใช่-ใครก็ไม่รู้ทำไม...คำตอบคือ เธอชอบ-หลงใหลในการเป็นจิตอาสาที่ไม่รังเกียจผู้ที่ด้อยกว่า...ที่สำคัญอยากทำความดีตามคำสอนของพ่อหลวง ร.9 ...แล้วไม่รังเกียจเลยหรือไงที่ไปทำแบบนั้น สาวจิตอาสาตอบกลับว่า ไม่เคยรังเกียจคนที่ด้อยกว่า ใช่เขาอาจเปื้อนเลอะบ้างเป็นธรรมดา เราตัดผมให้เสร็จก็ล้างมือ ไม่เห็นต้องรังเกียจหรือคิดมากอะไรเลย คำตอบนี้บอกตรง ๆ โดนใจมาก...เธอสะอาดทั้งกายและใจ เป็นบุคคลที่ประเสริฐโดยแท้จริง.
........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :










คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 1.04K