อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

วิกฤติประชากร

จุดหักเหครั้งประวัติศาสตร์สำหรับประชากรจีน” และแนวโน้มลดลงของประชากรจีนอาจจะไม่สามารถพลิกกลับได้ จากหลายปัจจัย รวมถึง จำนวนผู้หญิงวัยมีบุตรได้ลดลง ศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562 เวลา 07.30 น.


จำนวนพลเมืองจีนลดลงเมื่อปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนจะเกิด “วิกฤติประชากร” ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจประเทศที่กำลังชะลอตัว
    
จีน ประเทศประชากรมากที่สุดในโลก (ล่าสุดอยู่ที่กว่า 1,417 ล้านคน) ออกกฎเหล็กห้ามครอบครัวมีบุตรเกิน 1 คน มานานหลายทศวรรษ เพื่อพยายามควบคุมการขยายตัวของประชากรประเทศอย่างยั่งยืน
    
แต่ในปี พ.ศ. 2559 ทางการปักกิ่งผ่อนคลายกฎ อนุญาตให้ครอบครัวมีลูกได้ 2 คน เพื่อตอบสนองต่อความวิตกเกี่ยวกับสังคมผู้สูงวัย และทัพแรงงานที่กำลังหดตัว
    
จากการวิเคราะห์ของ นายอี้ ฟูเสียน นักวิชาการชาวอเมริกันเชื้อสายจีน จำนวนการเกิดทั่วประเทศจีนในปี พ.ศ. 2561 ลดลง 2.5 ล้านคน ตรงข้ามกับที่ทำนายไว้ว่าจะเกิดเพิ่ม 790,000 คน

อี้ นักวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดินสัน ในสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นคัดค้านนโยบายครอบครัวลูกคนเดียวของจีนมายาวนาน
    
กฎเหล็กลูกคนเดียวบังคับด้วยค่าปรับ ทำให้เกิดการทำแท้งและทำหมันในจีนจำนวนมาก นโยบายนี้ทำให้อัตราการเกิดในจีนดิ่งลง นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2522
    
อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดกลับไม่เพิ่มขึ้นมากตามคาดการณ์ นับตั้งแต่นโยบายลูก 2 คนเริ่มบังคับใช้ และมีการคาดเดากันว่า รัฐบาลอาจผ่อนคลายกฎมากขึ้นอีก
    
อี้ กล่าวว่า ปีที่แล้วเป็น “จุดหักเหครั้งประวัติศาสตร์สำหรับประชากรจีน” และแนวโน้มลดลงของประชากรจีนอาจจะไม่สามารถพลิกกลับได้ จากหลายปัจจัย รวมถึง จำนวนผู้หญิงวัยมีบุตรได้ลดลง สามีภรรยาไม่พร้อมจะมีทายาท เนื่องจากความวิตกทางด้านค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทางด้านการศึกษาเล่าเรียน การรักษาพยาบาลและที่พักอาศัย
    
อี้ศึกษาภาวะประชากรจีนละเอียดลงลึกถึงระดับหมู่บ้านทั่วประเทศ จากการคิดคำนวณพบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในจีนในปี 2561 มีประมาณ 11.58 ล้านคน เท่ากับประชากรลดลง 1.27 ล้านคนในปีที่แล้ว และเป็นการลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การก่อตั้ง “จีนยุคใหม่” ในปี พ.ศ. 2492 และจำนวนประชากรสูงวัยของจีนกำลังเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง
    
คาดว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนจะเปิดเผยอัตราการเกิดทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ สำหรับปี 2561 ในปลายเดือนนี้
    
แต่ข้อมูลของทางการท้องถิ่นจีนบางภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงการลดลงของประชากรอย่างเห็นได้ชัดในปี 2561 เช่นเมืองฉิงเตา ในมณฑลชานตง ทางภาคตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ อัตราการเกิดระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย. ลดลงถึง 21% เหลือเพียง 81,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
    
เหริน ซื่อผิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ “เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป” เขียนในบทวิจัยว่า จีนกำลังเดินเข้าสู่ “วิกฤติประชากร” เนื่องจากการผ่อนคลายนโยบายครอบครัวมีลูกคนเดียว ไม่สามารถกระตุ้นอัตราเกิดของประเทศได้
    
จำนวนผู้หญิงจีนวัยมีบุตรได้ คาดว่าจะลดลง 39% ในระยะ 10 ปีข้างหน้า และนโยบายครอบครัวมีลูก 2 คน ไม่เพียงพอ กระตุ้นอัตราการเกิดที่กำลังลดลง รัฐต้องมี นโยบายเสริมมากกว่านี้
    
อี้เสนอแนะรัฐบาลเสนอแรงจูงใจเพิ่มต่อประชาชน เช่น ให้ลาคลอดได้นานกว่าเดิม รวมทั้งงดเว้นภาษีสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเกิดใหม่ “หากรัฐบาลไม่เข้าแทรกแซงเดี๋ยวนี้ วิกฤติผู้สูงวัยของจีนจะร้ายแรงยิ่งกว่าญี่ปุ่น และแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจจะมืดมนยิ่งกว่าญี่ปุ่นเช่นกัน”
    
ทัพแรงงานของจีนเล็กลงเมื่อประชา กรสูงวัยเพิ่มขึ้น สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบบำนาญและสาธารณสุขที่เปราะบางของประเทศ อี้มองว่า หากแนวโน้มไม่เปลี่ยน เศรษฐกิจสหรัฐจะไม่มีวันถูกจีนแซงหน้า แต่จะแซงโดยอินเดีย ซึ่งมีประชากรคนรุ่นใหม่วัยเยาว์มากกว่าจีน.    
...............
เลนซ์ซูม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21