อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

เลื่อนเลือกตั้ง! ระวังกระทบเศรษฐกิจที่คาดไม่ถึง

สัปดาห์นี้จะพาไปขบคิดดูผลกระทบ “เลื่อนเลือกตั้ง” จะพ่นพิษใส่เศรษฐกิจไทยที่อั้นมานานสักแค่ไหน เม็ดเงินสะพัดหรือเศรษฐกิจเดี้ยงต้องดูกันต่อไป พฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 08.00 น.


กลายเป็นแม่สายบัวรอเก้ออีกแล้ว สำหรับคนไทยหลายๆ คน น่าจะเป็นคนส่วนใหญ่ที่อยากเลือกตั้ง เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีสัญญาณที่ถูกส่งมาจากคนในรัฐบาลว่า เลื่อนเลือกตั้งแน่ รอแค่ความชัดเจนว่าจะเลื่อนไปวันไหน จะยาวไปถึงเดือน 10 มี.ค. หรือ 24 มี.ค. หรือเดือนพ.ค.

ทันทีที่สัญญาณชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งแน่ๆ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา แต่จะออกไปในทางผลกระทบทางการเมืองเสียมากกว่า แต่ยังไม่มีใครพูดถึงว่า...จะส่งผลกระทบกับ “เศรษฐกิจ” อย่างไรบ้างมากน้อยแค่ไหน

มีเสียงซุบซิบนินทากันว่า...เหตุรัฐบาลที่ส่งสัญญาณเลื่อนเลือกตั้ง อาจจะเป็นเพราะกลัวว่า จะแพ้ฝ่ายตรงข้ามแบบถล่มทะลาย หากแต่กลัวคิดแค่ว่า...จะไม่ได้อยู่ในอำนาจต่อ แล้วเลื่อนเลือกตั้งออกไป เอาประเทศเป็นเดิมพันโดยไม่สนใจความรู้สึกประชาชน อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจที่หลายคนคาดหวังว่า หลังเลือกตั้งน่าจะคึกคักขึ้น ต้องมลายหายไป แม้ว่าจะเลื่อนออกไปอีกแค่เดือนเดียวก็ตาม



เพราะนี่เท่ากับทำลาย “ความเชื่อมั่นนักลงทุน” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล มักออกมาพูดเสมอว่า “เสถียรภาพเศรษฐกิจ” ขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อมั่น” หากประชาชนเชื่อมั่นกล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย นักธุรกิจ นักลงทุนไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นแล้ว บรรยากาศการลงทุนจะคึกคัก ปัญหาเศรษฐกิจก็แก้ไม่ยาก

แต่การเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ทำลายความเชื่อมั่นทำให้นักธุรกิจ นักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ เริ่มไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรแน่ จะเลือกตั้งหรือไม่ จึงลังเลว่าจะลงทุนต่อหรือไม่ จะปรับแผนที่วางไว้อย่างไร การลงทุนแต่ละครั้งต้องวางแผนกันล่วงหน้ากันยาวๆ



ที่สำคัญมีกระแสข่าวให้ต้องลุ้นระทุกกันอีกว่า หากเลือกตั้งเกินวันที่ 10 มี.ค. อาจจะมีผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะว่าเส้นตายการรับรองสส. ตามกฎหมายเลือกตั้งที่ประกาศใช้ 11ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน150 วัน เท่ากับว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อยไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. ถ้านับย้อนกลับมาจะต้องเลือกตั้งก่อนวันที่ 10 ม.ค.นั่นเอง

สมมติว่า เป็นไปตามมีผู้สันนิษฐานจริง เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้คงปั่นป่วนแน่ เพราะแม้จะมีรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็ตาม แต่บริหารประเทศไม่ได้ทำอะไรไม่เป็น “รัฐบาลเป็ดง่อย” ต้องรอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญตีความเสียก่อน เพราะเชื่อว่ามีคนยื่นเรื่องให้ตีความแน่ๆ เมื่อรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ ภาคเอกชนก็ไม่กล้าลงทุน ทั้งที่อั้นมานาน ก็ต้องรอกันต่อไป

หลายคนที่ตั้งความหวังไว้ว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น เพราะประเทศเริ่มเดินเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ประเทศที่เคยคว่ำบาตรก็จะหันมาคบค้าเหมือนเดิม เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น ในระหว่างการหาเสียงเม็ดเงินก็จะสะพัด



ตอนนี้อาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างแทรกเข้ามาเป็นตัวแปร เพราะต้องดูว่ารัฐบาลที่จัดตั้งนั้น เป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค ถ้าร้อยพ่อพันแม่เสถียรภาพรัฐบาลก็ไม่มี

แต่ยิ่งมาเจอเกมการเลื่อนเลือกตั้ง และถ้า...การเลือกตั้ง...เป็นโมฆะ ยิ่งจะซ้ำเติมให้สถานการณ์หนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า นี่แค่ปัจจัยภายใน ที่สำคัญทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยต้องผูกอยู่กับปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบเศรษฐกิจในประเทศ กระทบการส่งออกซึ่งเป็นรายได้หลัก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ไทยเป็นประเทศเล็กๆ ที่ต้องทำมาค้าขายกับทั้ง 2 ประเทศ พลอยโดนหางเลขไปด้วย

เปิดศักราชใหม่แทนที่จะได้ยินข่าวดีๆ แต่กลับมาได้ยินข่าวเลื่อนเลือกตั้ง กลายเป็นข่าวร้ายตั้งแต่ต้นปี ซ้ำเติมเศรษฐกิจปีหมูทองระวังจะเป็นหมูเขี้ยวตัน ไล่ขวิดชาวบ้านไปทั่ว.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%