อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

เล่าสู่กันฟัง...วิบากกรรมก่อนเลือกตั้ง

สัปดาห์นี้ทุกคนต้องได้รู้ “วิบากกรรมก่อนเลือกตั้ง” มีอะไรบ้าง ฟังแล้วเวียนหัวพิลึก แต่ผลจะออกมาอย่างไร ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด พฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น.


เรื่องเลือกตั้งนี่เดิมหลายฝ่ายหมายมั่นปั้นมือว่า “มันต้องเป็นวันที่ 24 ..แน่นอน” หลายพรรคก็พร้อมจะสตาร์ทเริ่มต้นหลังปีใหม่ เมื่อพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ออกในวันที่ 2 ม.ค.นี้ กกต.ก็จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในห้วง 60 วันหลัง พ.ร.ฎ.ออก ซึ่งเวลาที่เหมาะสมก็วันที่ 24 ก.พ. ...ประกาศ พ.ร.ฎ.เมื่อไร พรรคก็จะเริ่มเดินสายหาเสียงเต็มขั้น เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ปรากฏว่า “วิบากกรรมแรก” ที่เกิดขึ้น คือในช่วงหยุดเทศกาลปีใหม่ มีรายงานข่าวปล่อยว่า “กกต.อาจต้องเลื่อนการเลือกตั้ง” สาเหตุคือ “ไม่สามารถพิมพ์บัตรเลือกตั้งได้ทัน” เนื่องจากบัตรเลือกตั้งเที่ยวนี้มันไม่ได้เหมือนที่ผ่านๆ มาที่เบอร์เดียวเขตเดียวทั่วประเทศ มันต้องแบ่งตั้ง 350 เขต บัตร 350 แบบ ระยะเวลาการพิมพ์มันก็จะยาวนานออกไป และยังมีผลกระทบต่อการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

กกต.จะต้องจัดส่งบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในต่างประเทศด้วย แล้วก็ต้องส่งให้ตรงว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนไหนใช้สิทธิ์เขตไหน ถ้ากระบวนการส่งล่าช้า ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอดใช้สิทธิ์ หรือส่งผิด กกต.ก็ต้องมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย ถ้าเพิ่มวันหาเสียงก็ได้เพิ่มเวลาพิมพ์บัตร และก็ส่งบัตรเลือกตั้งออกนอกราชอาณาจักรได้ถูกและทัน พอ “โยนหิน” ถามเรื่องนี้ขึ้นมา กกต.ก็โดนปาหินกลับทันที จนสรุปคือ “ก็ต้องบริหารจัดการเวลาให้ทัน”



ในเรื่องนี้ เดิม กกต.บอกแค่ว่า “เรายังไม่ประชุมสรุปวันเลือกตั้ง วันที่ 24 .. แค่ตุ๊กตาที่วางไว้” ซึ่งเอาจริงมันก็ถูก วันเลือกตั้งจะกำหนดได้ต่อเมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออก แต่มันเป็นสิ่งที่อยู่ในความรับรู้ของประชาชนไปแล้วว่า กกต.เองนั่นแหละที่กำหนดว่าวันที่ 24 ก.พ. ควรจัดเลือกตั้ง เพราะงานแรกที่ กกต.ชุดใหม่เข้ามาเริ่มทำก็จัดทำไทม์ไลน์การเมือง ดังนั้นถ้าจะปฏิเสธด้วยเหตุผลนี้ เห็นทีว่าเขาคงฟัง กกต.กันไม่ขึ้น

พอเปิดปีใหม่มา ก็มีประเด็นเรื่องเลื่อนเลือกตั้งที่หนักกว่าครั้งแรก คือได้มีการประกาศหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นหมายกำหนดการอันสำคัญยิ่งสังคมไทย หมายกำหนดการอันเป็นมงคลอยู่ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.ปีนี้ ซึ่งก่อนจัดงานพระราชพิธี ก็ต้องมีงานอื่นก่อนหน้าและงานที่ตามมาภายหลังอีก ทำให้ตั้งแต่หลังสงกรานต์ปีนี้ ประเทศไทยจะมุ่งอยู่ที่งานพระราชพิธี ไปจนถึงจนกระทั่งจบงานวันที่ 6 พ.ค.อีกสักพัก

ซึ่งมันก็กระทบกับปฏิทินการเลือกตั้ง เพราะในช่วงที่มีงานพระราชพิธี คือช่วงที่ใกล้ๆ กับการที่ กกต.จะต้องรับรองผลเลือกตั้งให้เสร็จใน 60 วัน เพื่อจะได้เปิดประชุมสภาฯ นัดแรกโหวตเลือกประธานรัฐสภาได้ และโหวตเลือกนายกฯ ตั้งรัฐบาลต่อไป ซึ่งก็มองกันว่าในช่วงพระราชพิธีไม่ควรมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีความวุ่นวาย และกระทบต่อบรรยากาศอันเป็นมงคล ก็ต้องมาพูดถึงเรื่องวันรับรองผลเลือกตั้ง

แต่ทีนี้การวางไทม์ไลน์ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เพราะความตั้งใจแรกคือคาดว่า พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งจะออกมาในวันที่ 2 ม.ค.นี้ แต่เมื่อกฎหมายยังไม่ออก กกต.ก็ไม่สามารถประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งได้ คนก็วิจารณ์ กกต.กันใหญ่ ก็เห็นมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความเข้าใจอยู่ว่า กระบวนการกฎหมายอยู่ในชั้นพระราชอำนาจแล้ว ที่ไม่สามารถไปกะเกณฑ์อะไรได้



เมื่อ พ.ร.ฎ.ยังไม่ออก มันก็มีโอกาสที่จะกำหนดวันเลือกตั้งให้เปลี่ยนแปลงไปจากวันที่ 24 ก.พ.ได้ อย่างเช่นเลื่อนไปประกาศ พ.ร.ฎ.ในราชกิจจานุเบกษาในช่วงวันที่ 15-16 ม.ค. ก็จะต้องเลื่อนเวลาการเลือกตั้งออกไปจากโรดแม็พเดิมอีก ในช่วงไม่เกิน 60 วัน ซึ่งไม่ได้มองแค่ว่า หากเลื่อนไปจะแค่ลดเวลาหาเสียงก็ได้ เพราะก็ต้องให้เวลา กกต.ชุดนี้เตรียมตัวทำงานด้วย ถ้ายังไม่รู้วัน พ.ร.ฎ.ออก แล้วจะให้จัด 24 ก.พ. ก็อาจมีปัญหาพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่ทัน

แต่หลายฝ่ายเองก็ไม่อยากให้มีการจัดการเลือกตั้งหลังพระราชพิธีฯ เนื่องจากถ้าไปถึงวันนั้นแล้วมันจะผิดเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องจัดเลือกตั้งให้ได้หลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ 150 วัน และก็ไม่อยากให้มีการจัดการเลือกตั้งในเดือน เม.ย. เนื่องจากครึ่งเดือนแรกก็เป็นเทศกาลสงกรานต์ที่คนสนใจการท่องเที่ยวมากว่า และพอครึ่งเดือนหลังก็จะมีการเข้าช่วงเวลาเตรียมการพระราชพิธีฯแล้ว

ดังนั้น “ตุ๊กตาตัวใหม่” ที่มีการวางไว้ โดยเป็นรายงานข่าวว่า เป็นผลจากการหารือระหว่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายกับ กกต. คือถ้าพ.ร.ฎ.ประกาศใช้เร็วๆ นี้ “จะต้องมีการเลือกตั้งในเดือน มี..” ซึ่งวันที่มองกันไว้คือวันที่ 10 มี.ค. หรือวันที่ 24 มี.ค.วันใดวันหนึ่ง จากนั้นก็ให้ กกต.รับรองผลให้ได้ใน 60 วัน ก็จะเสร็จน่าจะประมาณปลายเดือน พ.ค. เท่ากับว่ารัฐบาลใหม่จะได้มาหลังงานพระราชพิธี

มันก็มีประเด็นให้ฝ่ายการเมืองเขาประท้วงขึ้นมาอีกล่ะ เขาว่าถ้าจะเร่งให้ได้รัฐบาลใหม่ก่อนพระราชพิธี ก็ต้องลดเวลาอะไรๆ ลง เช่น ลดเวลาหาเสียง ลดเวลาที่ กกต.จะรับรองผล ไม่ต้องใช้ถึง 60 วัน โดยพอเลือกตั้งเสร็จก็ค่อยไปสอยกันทีหลังอีกได้ แต่เงื่อนไขการเลือกตั้งเที่ยวนี้การลดเวลารับรองผลก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะมันเป็นการเลือกตั้งในระบบที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน คือบัตรใบเดียวเลือกทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ



เกิดใครโดนใบดำ ใบส้ม ใบแดง ขึ้นมา เลือกตั้งใหม่ก็ต้องนับคะแนนบัญชีรายชื่อกันใหม่ และยังมีการที่ไม่ใช่เบอร์เดียวเขตเดียวทั่วประเทศ มันก็มีความยุ่งยากในการรวมคะแนนอีกล่ะ อีกทั้งเลือกตั้งเที่ยวนี้ก็เป็นที่จับตามาก เพราะการแข่งขันสูง บางพรรคมีการชิงความได้เปรียบทางการเมือง (อันนี้เป็นอย่างไรคงเห็นๆ กันอยู่) และเหมือนจะแสดงท่าทีมั่นใจไปแล้วว่าได้เป็นรัฐบาลชัวร์ เรื่องร้องเรียนก็น่าจะยิ่งมีมาก

แล้วก็เกิดประเด็นงอกขึ้นมาอีก เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตกันว่า “เงื่อนเวลาเลือกตั้ง 150 วันหลัง พ...เลือกตั้ง ส..บังคับใช้มันรวมรับรองและประกาศผลหรือเปล่า” บ้างก็ว่ารวมรับรองผล 60 วันด้วย บางก็ว่าไม่รวมแค่จัดให้กาบัตรได้ใน 150 วัน ซึ่งถ้าไม่รวมขึ้นมาแล้วไปรับรองผลหลังหมดเงื่อนไขเวลา 150 วัน ก็มีผู้ร้องค้านเลือกตั้งเอาได้ง่ายๆ ว่า “เลือกตั้งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ” ถ้าเลือกตั้งโดนล้มขึ้นมากระบวนการอะไรก็อีกยาว

เรื่องนี้ฝ่ายการเมืองเขาบอก กรธ.ตอบแค่ “เป็นผู้ร่างไม่ใช่ผู้ตีความ” แต่นายวิษณุ เครืองาม บอกว่า150 วันไม่รวมรับรองผล แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งถ้ายื่นเวลามันก็ยืดยาวออกไปอีก แถมรับรองช้า พรรคการเมืองเขาก็ไม่พอใจ กลัวว่าหากบางพรรคไม่ได้เก้าอี้ ส.ส.ตามเป้า พอรู้ผลเบื้องต้นแต่ยังรับรองไม่เสร็จก็จะหาทางวิ่งลอบบี้คนโน้นคนนี้ ให้มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล แล้วจะเกิดเหตุการณ์ “กลุ่มงูเห่า” ขึ้นมาอีก คือเสียงในพรรคใหญ่แตกไปตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่น

นี่ขนาดยังไม่ออก พ.ร.ฎ.เห็นภาพการเลือกตั้ง ก็เวียนหัวพิลึกแล้ว ก็ขอให้อะไรๆ มันผ่านไปด้วยดีแล้วกัน.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 254