อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

ทิศทางการคณะสงฆ์ปี62 ต้องจับตาดูต่อมีอะไรบ้าง

สัปดาห์นี้คงต้องติดตามประเด็น “กิจการคณะสงฆ์” ในปี 62 ทิศทางจะเป็นอย่างไร เพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา พุธที่ 9 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.


การคณะสงฆ์ตามโครงสร้างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 แบ่งออกเป็น 6 ด้าน คือ 1.ด้านการปกครอง 2.ด้านศาสนศึกษา 3.ด้านศึกษาสงเคราะห์ 4.ด้านการเผยแผ่ 5.ด้านสาธารณูปการ และ 6.ด้านสาธารณสงเคราะห์ มีเท่านี้สิ่งที่คณะสงฆ์ภายใต้การบริหารของมหาเถรสมาคมต้องทำ และบริหารจัดการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สิ่งที่พวกเราชาวพุทธและคนที่สนใจกิจการคณะสงฆ์จะต้องติดตามปี 62 นี้คงไม่มีอะไรบ้างไหม แต่ในฐานะเราเป็นชาวพุทธที่ยึดถือว่าประเทศไทยเป็นเมืองพระพุทธศาสนา (แม้ความจริงไม่อยากให้ยึดแบบนี้ เพราะหากเป็นเมืองพุทธศาสนาจริงๆ คงไม่ขัดแย้งฆ่ากันรายวันแบบนี้) สิ่งที่อยากจะฝากชาวพุทธเอาไว้ก็คือ โปรดดูนโยบายพรรคการเมืองสักนิดหนึ่งว่า พรรคไหนให้ความสนใจกับศีลธรรมบ้าง พรรคไหนให้ความสนใจกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยเฉพาะการศึกษาบ้าง หรือพรรคไหนให้ความสนใจเพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาบ้าง โปรดพิจารณากาพรรคการเมืองนั้นๆ





ส่วนเรื่องกิจการคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน ที่พวกเราจะต้องจับตาดูและขอเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารกิจการพระพุทธศาสนา อย่าปล่อยให้ “รัฐบาล หรือมหาเถรสมาคม” บริหารคณะสงฆ์เองเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะเหมือนกับในอดีตคือ “เละเทะ” หมดยุคชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์แล้ว

ตอนนี้ที่ที่เราจะต้องจับตาและใส่ใจ แม้บางเรื่องเป็นเรื่อง “อจินไตย” แต่ก็ต้องจับตาติดตาม คือ การตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ตอนนี้หลายรูปยังรักษาการอยู่ และชุดใหม่อย่างที่บอกเป็นเรื่องอจินไตย คือไม่ควรคิด เพียงแต่ว่าให้จับตาดู ว่าใครจะมาเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่บ้าง เพียงแต่คาดการณ์ว่า “คงไม่มีพระมหาเถระหิ้วปีกเข้าร่วมประชุมอีกแล้ว” หรือ “คงไม่มีวัดเดียวเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูปอีกแล้ว” หรือ “แม้กระทั้งพระภิกษุรูปเดียวมีตำแหน่งซับซ้อน 3-4 ตำแหน่งอีกแล้ว” หรือ “แม้กระทั้งที่ว่าตำแหน่งทางปกครองบริหารกิจการคณะสงฆ์มากองอยู่ส่วนกลางในกรุงเทพแทบทั้งสิ้นอีกแล้ว”



ส่วนด้านอื่นๆ เช่น ด้านศาสนศึกษา หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านร่าง พ.ร.บ.พระปริยัติธรรมแล้ว จะทำให้เด็กเยาวชนเข้ามาบวชเพิ่มหรือไม่ จะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นหรือไม่ ต้องติดตาม

นอกนั้นคงไม่มีอะไรน่าติดตามเท่าไหร่ เพราะคิดว่าคณะสงฆ์ก็จะทำแบบงานประจำ แบบราชการ คือ เช้าชาม เพลชาม คงไม่มีนโยบายเชิงรุกอะไรเพิ่มเติมมากมาย





อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจับตาคือการ “ก่อตั้งสถาบันพระวินยาธการหรือตำรวจพระ” อันนี้น่าติดตามและจับตาดูว่าจะไปสำเร็จไหม เรื่องนี้ความจริงมหาเถรสมาคมมีมติมาตั้งแต่เดือนพ.ค.ปี 61 เพิ่งมีข่าวประชุมนัดแรกเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา และคณะกรรมการร่างระเบียบตำรวจพระนี้ ก็ไม่เห็นฝ่ายบ้านเมืองเข้าไปร่วมประชุมอะไรเลย

เรื่องการต่อตั้งสถาบันตำรวจพระนี้ ต้องจับตาดูว่าจะก่อตั้งสำเร็จไหม แล้วหลังตั้งใครจะมาดูแลตรงนี้ อำนาจอยู่ในระดับไหน และสังคมพระสงฆ์ถือว่าเป็นสังคมหลงยุคสังคมหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ในประเทศไทยที่เหนียวแน่นอยู่กับ “ระบอบอุปถัมภ์ เล่นพรรคเล่นพวก” ยากจะแก้ไข และหากตั้งสำเร็จแล้วประภทพระวิ่งไล่กวดจับพระจีวรปลิวหลุดลุ่ยเหมือนยุค “มหาเหวยสิงห์เหนือ มหาอดุลย์สิงห์ใต้” คงไม่เหมาะแล้วครับ.
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 476