อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

'วิกฤติมลพิษ'ทางอากาศ ปัญหาของไทยและโลก!

สัปดาห์นี้ไปดูสาเหตุของปัญหา “วิกฤติมลพิษทางอากาศ” ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตลอดจนวิธีแก้ปัญหาและการป้องกัน พุธที่ 9 มกราคม 2562 เวลา 08.00 น.


วันนี้คอลัมน์ “พุ่มไม้ใบบัง” แม้ได้เคยเขียนถึงปัญหามลพิษทางอากาศมาแล้วหลายครั้ง เพราะถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบรุนแรงต่อประชาชน แต่วันนี้ขอเอาบทความของ “นายร่มธรรม ขำนุรักษ์” มาเผยแพร่เพราะเห็นว่าเป็นบทความที่น่าสนใจ ทั้งให้เห็นสาเหตุของปัญหา และการป้องกันและแก้ไข ตลอดจนสถานการณ์ทางมลพิษในต่างประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ในปัจจุบันสิ่งที่มาพร้อมหน้าหนาวไม่ใช่หมอกจางๆ เหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่หมอกขาวๆ ที่พบเห็นมันคือ “ควันพิษ” ในช่วงปีหลายปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ มีค่าฝุ่นละอองพิษ PM 2.5เหนือท้องฟ้าเกินมาตรฐานหลายจุด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดในเขตอุตสาหกรรม ตลอดจนเกือบทุกจังหวัดทางภาคเหนือจะเกิดมลพิษที่รุนแรงในช่วงปลายปีหรือ “ในช่วงฤดูหนาว” สำหรับในกรุงเทพฯ ช่วงปีใหม่ปัญหามลพิษคลี่คลายลงบ้างเพราะคนอยู่อาศัยกันน้อย และกลับมาเยอะขึ้นอีกครั้งหลังจากเทศกาลปีใหม่ผ่านไป และผู้คนทยอยกลับมา ปัญหานี้เป็นปัญหาที่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกัน

ตัวผมเองมีประสบการณ์ในเรื่องมลพิษ เพราะได้เคยสัมผัสปัญหาหมอกควันนี้ด้วยตัวเองในเมืองที่ขึ้นชื่อด้านมลพิษทางอากาศสูงมาก คือ นครปักกิ่ง ประเทศจีน ตอนที่ไปศึกษาปริญญาโทอยู่ที่นั่น และตอนนี้ผมก็ได้สัมผัสเรื่องนี้อีกในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ผมอาศัยในปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว วันนี้ผมจึงจะมาเชิญชวนทุกท่านมาดู สาเหตุของปัญหานี้ทั้งในไทย และต่างประเทศ ตลอดจนวิธีแก้ปัญหา ภายใต้หลักความคิดที่ว่า “เมื่อมลพิษไม่มีพรหมแดน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา”

ควันพิษ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือ เกณฑ์ที่ฝุ่นขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือฝุ่นที่เล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ 25 เท่า ซึ่งแน่นอนขนจมูกกรองไม่ได้ และ PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็ง เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอด และกระแสเลือด เสี่ยงโรคเรื้อรัง ประมาณการว่าคนไทยต้องเสียชีวิตเพราะฝุ่นนี้แล้ว 22,000 กว่าคน/ปี

มลพิษทางอากาศ และ PM2.5 เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เพราะมีสารเคมีหลายชนิด เป็นสารระคายเคืองไปจนถึงสารก่อมะเร็ง จึงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจ ก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรในประเทศไทย



สำหรับไทย ค่ามาตราฐานของฝุ่น PM2.5 (หน่วยเป็น ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) เป็นอย่างไร
1.คุณภาพอากาศดีมาก = 0-25 มคก./ลบ.ม.
2.ระดับฝุ่นมาตรฐาน = 26-37 มคก./ลบ.ม.
3.ปานกลาง = 28-50 มคก./ลบ.ม.
4. เริ่มมีผลต่อสุขภาพ = 51-90 มคก./ลบ.ม.
5. มีผลต่อสุขภาพ = 91 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป

สาเหตุและแหล่งกำเนิด ฝุ่นละออง PM2.5 ในไทยคืออะไร?
1.เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ต้นเหตุหลักของปัญหามลพิษทางอากาศ 1.1 การเผาในที่โล่ง ไม่ว่าจะเป็นการเผาแปลงเพื่อการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยว เผาขยะ หรือเผาศพ (อันนี้เยอะสุด ปล่อย PM2.5 200,000 ตัน/ปี) จังหวัดที่ประสบปัญหานี้เยอะ คือ ทางเหนือ เนื่องจากการเผาแปลงเพื่อการเกษตร 1.2 ควันจากรถ และการคมนาคม ปล่อย PM2.5 จำนวน 50,000 ตัน/ปี จังหวัดที่ประสบปัญหานี้เยอะ คือ กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ 1.3 อุตสาหกรรม ปล่อย PM2.5 จำนวน 65,000 ตัน จังหวัดที่ประสบปัญหานี้เยอะ คือ จังหวัดในเขตอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ระยอง และสระบุรี 1.4 การผลิตไฟฟ้า ปล่อย PM2.5 จำนวน 30,000ตัน โดยสาเหตุหลักเกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งจังหวัดที่ประสบปัญหานี้เยอะ คือ ลำปาง และระยอง เนื่องจากเป็งหวัดที่ยังใช้ไฟฟ้าจากการเผาถ่านหิน

2.เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นเหตุส่วนน้อยในไทย ได้แก่ ไฟป่า ภูเขาไฟ และปัจจัยทางฤดูกาล

สำหรับทั่วโลก องค์กรอนามัยโลก WHO ประมาณการณ์ว่าประชากร 7 ล้านคนต้องตายทุกปี เพราะมลพิษอากาศ และ 90% ของประชากรโลกกำลังสูดอากาศที่เป็นมลพิษ ที่เกินขีดจำกัดที่กำหนด



ประเทศที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุดดังนี้
1.จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก เนื่องจากการเร่งการผลิตในช่วงที่ผ่านมาจากอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหิน ประกอบกับจำนวนประชากรมากมาย ทำให้มีการปล่อยมลพิษ PM2.5 สูงมาก จึงมีคนตายปีละกว่า 1.1 ล้านคนจากมิลพิษทางอากาศ

2.อินเดียเป็นอีกประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สูงมากๆ เพราะมีประชากรเยอะเป็นอันดับ 2 และเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม จึงมี PM2.5 เคยสูงถึงเกิน 1,000 เช่นกัน

วิธีแก้ปัญหาของหลายๆ ประเทศ​
1.จีนได้จัดตั้งตำรวจสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ตรวจสอบและปิดโรงงานที่ก่อมลพิษทางอากาศหลายหมื่นแห่ง ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายร้อยที่ เพื่อเร่งแก้ปัญหานี้จีนจึงลงทุนอย่างหนักในพลังงานทดแทน Solar cell และกังหันลม ปักกิ่งแบนมอเตอร์ไซค์ หลายเมืองในจีน มีเลนสำหรับจักรยาน และรถใช้ไฟฟ้า และมีนโยบายและได้ดำเนินการลดการใช้ถ่านหินกว่า 50% ในระหว่างปี 2013-2018

2.อินเดียให้ก๊าซ LPG ฟรีกับประชาชน 37 ล้านคนที่มีรายได้ต่ำ เพื่อให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนมาใช้พลังงานในครัวเรือนที่ดีขึ้น เพื่อการลดการสร้างมลพิษทางอากาศ

3.หลายเมืองใหญ่ของโลก เมืองใหญ่ของโลกในฝั่งยุโรป เช่น ปารีส เอเธนส์ เม็กซิโกซิตี และมาดริด มีแผนจะยุติการใช้รถยนต์ดีเซลภายในปี 2025 ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีกำลังพิจารณามาตรการคล้ายกัน ซึ่งบางเมืองได้ยกเลิกการใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าแล้ว ให้ใช้ได้เพียงรถรุ่นใหม่ที่ผ่านทดสอบว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วเท่านั้น

4.อังกฤษ ติดแผง Solar Cell ให้ผู้มีรายได้น้อย และสร้างรายได้ให้ 800,000 ครัวเรือน โดยการรับซื้อ



วิธีแก้ไข
1.รัฐไม่ใช่แค่ฉีดน้ำเพื่อดับปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้องใช้มาตราการเข้มให้โรงงานอุตสาหกรรม ลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ โดยเฉพาะการเผาถ่านหิน พัฒนาและผลักดันการใช้พลังงานทดแทน เช่น Solar Cell พลังงานลม หรือรถพลังงานไฟฟ้า อย่างจริงจัง พัฒนารถขนส่งสาธารณะทั่วไทย ด้วยราคาที่เป็นธรรมมากขึ้นหรือฟรี

2.ประชาชน สวมหน้ากาก N 95 เพราะหน้ากากนี้ ป้องกันฝุ่น 0.3 ไมครอนได้ 95% ซึ่งป้องกัน PM2.5 ได้ หันมาใช้รถสาธารณะ เดินทางทางเดียวกัน ก็ไปด้วยกันมากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้า ลดการเผาขยะแบบเปิด

3.ภาคเอกชน หันมาใช้พลังงานทดแทน ใช้วิธีการผลิตที่ปล่อยควันน้อยลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

4.เกษตรกร ลดการเผาเพื่อการเกษตรเชิงเดี่ยว หันมาพึ่งพืชที่ออกผลระยะยาว หรือไม้ที่สร้างรายได้ระยะยาว

ดูค่าฝุ่น PM2.5 ในแต่ละบริเวณได้ที่ไหน
1.เว็บกรมควบคุมมลพิษ Air4Thai
2.Application Air4thai
3.The World Air Quality Index
..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 189