อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

"ตำรวจบ้าน...โฮมการ์ด" อีกกลุ่มคนจิตอาสา "ผู้เสียสละ"

“ตำรวจบ้าน” เปิดใจถึงความรู้สึกนี้ไว้กับ “ทีม วิถีชีวิต” ถึงแม้จะมีบางคนที่ไม่เข้าใจการทำงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยก็เข้าใจความตั้งใจดีของคนกลุ่มนี้ ที่ต้องการ “สร้างความปลอดภัยให้สังคม” อาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 10.30 น.

ที่เข้าใจก็มี แต่ที่ไม่เข้าใจก็เยอะ” ...เสียงจาก “ตำรวจบ้าน” หรือ “โฮมการ์ด” คนหนึ่ง...เปิดใจถึงความรู้สึกนี้ไว้กับ “ทีม วิถีชีวิต” อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีบางคนที่ไม่เข้าใจการทำงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยก็เข้าใจความตั้งใจดีของคนกลุ่มนี้ ที่ต้องการ “สร้างความปลอดภัยให้สังคม” ยิ่งสังคมไทยปัจจุบันมีความสลับซับซ้อน และมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาสังคมในหลายด้าน การทำงานและชีวิตของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มนี้ก็ย่อมมีจุดน่าสนใจ-น่าติดตามไม่น้อย ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องราว
มานำเสนอ...

พิม-พิมพ์นิภา ชัยชูโชติ อายุ 58 ปี ประธานตำรวจบ้านสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย และยังเป็นเจ้าของร้านอาหารครัวไตเติ้ลในย่านเดียวกัน เล่าให้ฟังถึงที่มาของการเข้ามาทำงาน “โฮมการ์ด” ว่า เนื่องจากชีวิตตอนนี้ไม่มีภาระอะไรให้เป็นห่วง เพราะลูก ๆ ทุกคนก็โตและมีงานการทำกันหมดแล้ว จึงอยากจะหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์กับสังคมและชุมชนที่อาศัยอยู่ จึงเลือกที่จะมาทำงานจิตอาสารูปแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ชีวิตของตำรวจบ้านหญิงคนนี้ก็ไม่ได้ราบรื่น โดยเธอได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ต้องทิ้งธุรกิจร้านอาหารที่รักเพื่อกลับไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่ป่วย จนเมื่อท่านทั้งสองเสียชีวิต ก็จึงกลับมาทำร้านอาหารอีกครั้งหนึ่ง ควบคู่ไปกับการทำงานจิตอาสา หรืองานตำรวจบ้านนี้ และนอกจากจะเป็นประธานตำรวจบ้านหรือโฮมการ์ด สน.โชคชัย เธอยังเป็นคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ อปพร. เขตลาดพร้าว และเป็นรองประธานกองทุนบทบาทสตรี เขตลาดพร้าว รวมถึงยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา กต.ตร. ของ สน.โคกคราม ตลอดจนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กับทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ โฮมการ์ดป้องกันยาเสพติด อีกด้วย เรียกว่าภารกิจยาวเป็นหางว่าว



ลูก ๆ ก็ไม่ว่าอะไรนะ ที่เห็นแม่ไปทำหลายภารกิจแบบนี้ เพราะคงเข้าใจเราด้วยว่า เราคงเหงา จึงอยากให้ทำอะไรเพื่อไม่ให้เหงา อีกทั้งภารกิจที่ทำนี้ก็เป็นเรื่องดี เป็นงานเพื่อสังคม เขาก็ยิ่งส่งเสริมเรา” พิม จิตอาสากล่าว ขณะที่ รูปแบบการงาน นั้น พิมเล่าว่า ทุกครั้งที่ออกตรวจพื้นที่จะต้องมีนายตำรวจสัญญาบัตร หรือตำรวจยศผู้กองนำออกตรวจพื้นที่ โดยการออกตรวจนั้น ไม่ได้เพื่อจับกุม แต่เน้นการป้องปราม ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการลดปัญหาอาชญากรรม นอกจากนี้ก็มีภารกิจอื่น เช่น การแจ้งเบาะแส รวมถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ยังทำหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

คนที่เป็นโฮมการ์ดจะมีเกือบทุกพื้นที่ โดยเขตพื้นที่ของ บก..4 จะมีสถานีตำรวจในการดูแลอยู่ 8 สถานี แต่ โฮมการ์ดของ สน.โชคชัย ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ในการปฏิบัติหน้าที่และแต่งกาย ถือเป็นอีกความภาคภูมิใจของเราเลยที่ได้รับเลือกให้อยู่อันดับที่ 1” เธอระบุ นอกจากนั้น พิม ได้เล่าถึงเส้นทางที่ได้รับเลือกเป็น “ประธานโฮมการ์ด” ว่า อาจเพราะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านมาก่อน ประกอบกับผู้ใหญ่เห็นว่าประวัติทำงานจิตอาสามาตลอด จึงแต่งตั้งให้รับผิดชอบในตำแหน่งนี้

ชอบงานจิตอาสาเพราะได้ทำประโยชน์และยังได้ช่วยเหลือคน อีกอย่างทำแล้วก็มีความสุข แถมได้เจอเพื่อน ได้พบปะพูดคุยกับผู้คนตามชุมชนต่าง ๆ ทำให้ได้ปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลาย ๆ เรื่อง ที่สำคัญทำให้ตัวเรารู้สึกว่าชีวิตในแต่ละวันมีค่า มีความหมาย” พิมกล่าว



พร้อมกับบอกว่า จากช่วงแรกที่มีบางคนอาจไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของโฮมการ์ด หรือตำรวจบ้าน แต่พอเห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นในชุมชน อาทิ อาชญากรรมลดลง ยาเสพติดลดลง ทำให้ตอนนี้แต่ละชุมชนอยากให้มีกลุ่มโฮมการ์ดเข้าไปตรวจพื้นที่บ่อย ๆ โดยเฉพาะพื้นที่บางจุดที่มักจะมีปัญหาวัยรุ่นมั่วสุม

จุดที่วัยรุ่นชอบไปมั่วสุมที่พบบ่อย ๆ คือ บ้านร้าง ตึกร้าง ถือเป็นจุดอ่อนไหวที่เราต้องเพิ่มการตรวจตราที่เข้มขึ้นกว่าจุดอื่น ๆ เลยค่ะ” ประธานโฮมการ์ดคนเดิมระบุ อย่างไรก็ตาม นอกจากจะเจอเคสการมั่วสุมแล้ว บางครั้งก็ยังมีเรื่องราวที่ทำให้คนที่เป็นพ่อแม่อย่างเธอสะเทือนใจ นั่นคือเมื่อต้องเข้าไปตรวจสอบแล้วพบ “เด็ก-เยาวชน” ทั้งชายและหญิง ที่หนีโรงเรียนมาจับกลุ่มมั่วสุมกัน ที่มีทั้งเรื่องยาเสพติด รวมถึงแอบมานั่งพลอดรักกัน ซึ่งหากพบเคสเช่นนี้ก็จะเข้าไปตักเตือน

อีกอย่างเราเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการด้วย ก็เลยต้องทำทั้ง 2 บทบาทนี้ควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเข้าไปตักเตือน ถ้าเจอเด็กหนีเรียน ก็จะแจ้งให้ทางโรงเรียนมารับตัวไป แต่ระยะหลัง ๆ มานี้ที่พบบ่อย ๆ คือ เจอนักเรียนชายหญิงที่หนีโรงเรียนแอบมานั่งกอดจูบพลอดรักกันตามจุดอับ หรือสวนสาธารณะ แต่บางทีก็ยังไม่ทันเข้าถึงตัว พอเขาเห็นเรา เขานึกว่าตำรวจก็รีบสลายตัว รีบแยกย้ายกันไปก่อนจะเข้าถึงพื้นที่ ก็มีเยอะ” เป็นภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่จิตอาสากลุ่มนี้ ที่พิมได้เล่าให้เราฟัง



สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่นี้ เธอระบุว่า ประกอบด้วยคนหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ ทนายความ ครู-อาจารย์ พ่อค้า-แม่ค้า พนักงานบริษัท นักจิตวิทยา หรือแม้แต่นักธุรกิจ ทั้งนี้ เมื่อ “ทีมวิถีชีวิต” สอบถามกับเธอถึงเรื่องราวที่เคยประสบมาที่ทำให้ “ประทับใจ หรือลืมไม่ลง” ว่ามีเหตุการณ์ใดบ้าง?? เธอได้เล่าว่า ครั้งหนึ่งออกตรวจพื้นที่ไปเรื่อย ๆ จนไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาเรียกให้เธอจอดรถ จากนั้นก็ร้องไห้กับเธอหนักมาก พร้อมกับบ่นว่า ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ขอให้เธอช่วยเหลือหน่อย โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า ผู้หญิงคนนั้นรับหลานมาเลี้ยงที่บ้าน แต่หลังจากหลานคนนี้เข้ามาอยู่ ก็พบว่าเงินทองและข้าวของภายในบ้านมักจะหายไปอยู่เรื่อย ๆ พอซักถามเด็ก ซักอย่างไรก็ไม่ยอมรับ จึงขอให้โฮมการ์ดช่วยเหลือ

ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าขนาดขู่จะจับส่งตำรวจ เด็กก็ไม่ยอมรับ เราได้รับข้อมูลก็เลยคิดว่า ถ้าใช้ไม้แข็งคงไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้นวม พูดคุยด้วยหลักจิตวิทยา โดยบอกเด็กว่า หนูไม่มีความผิดนะ แค่ยอมรับ สุดท้ายเด็กก็ยอมรับ แค่นั้นชีวิตเขาก็แฮปปี้ ทุกวันนี้เขายังขอบคุณเราเลย” พิมเล่าถึงผลงานที่ทำให้ภาคภูมิใจ

ทางด้าน สนม เสื้อโรจน์ อาสาสมัครตำรวจบ้านอีกราย อดีตพนักงานบริษัทยูเนียนไทย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกษียณอายุก็มีโอกาสได้ทำประโยชน์ให้สังคมอย่างเต็มที่ ซึ่งตั้งใจเอาไว้นานแล้ว และทางครอบครัวก็สนับสนุน เพราะไม่ต้องนั่งเคร่งเครียดอยู่กับบ้าน ทั้งนี้ อาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ ทุกคนจึงเต็มใจช่วยกันดูแลชุมชน เพราะประชาชนต่างก็เป็นเสมือนลูกหลานหรือคนในครอบครัว และอาสาสมัครคนเดิมยังบอกว่า ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบนี้จะมีแจ้งเหตุคนหายสูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่พลัดหลงกับลูกหลาน หรือมีอาการหลงลืม จนทำให้จำทางกลับบ้านไม่ถูก ซึ่งมีเยอะมาก



ถ้าเจอเคสแบบนี้ พอได้รับแจ้งเหตุ เราก็จะส่งข้อมูลเบอร์ติดต่อ พร้อมรูปภาพ แจ้งผ่านทางไลน์ของเครือข่าย เพื่อให้ช่วยกันติดตาม หรือค้นหา เพราะพื้นที่ของ สน.โชคชัยเป็นพื้นที่ใยแมงมุม มีความซับซ้อน ซึ่งหากตำรวจสายตรวจไม่ใช่คนในพื้นที่ ก็จะเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุไม่ค่อยถูก แต่เราเป็นคนพื้นที่จึงรู้ทุกซอกทุกซอย ซึ่งตรงนี้ก็ช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เยอะเลยทีเดียว” เป็นเรื่องราว และความภาคภูมิใจในหน้าที่ของตำรวจบ้านคนนี้

ฟังจาก “ตำรวจบ้าน” แล้วลองฟัง “ตำรวจ สน.” กันดูบ้าง โดย ...พรทวี สมวงค์ รอง ผกก.ป. สน. โชคชัย กล่าวถึงที่มาของ “ชุดอาสาสมัครตำรวจบ้าน” หรือ “โฮมการ์ด” ว่า เริ่มขึ้นมาในสมัย พล...ศานิตย์ มหถาวร เป็น ผบช.น. ที่มีแนวคิดจะให้ชุดอาสาสมัครตำรวจเหล่านี้ ออกมาทำหน้าที่ช่วยเหลือภารกิจของตำรวจอีกแรงหนึ่ง เนื่องจากตำรวจมีกำลังพลน้อย แต่ภารกิจเยอะถึงเยอะมาก ซึ่งความจริงแล้วชุดอาสาสมัครฯดั้งเดิมนั้นมีอยู่แล้ว แต่จะเน้นภารกิจแจ้งข่าวมากกว่า

ภายหลังจากผู้ใหญ่มีแนวคิดอยากให้ชุดอาสาสมัครเหล่านี้ออกตรวจพื้นที่ร่วมกับตำรวจ ก็จึงจัดอบรมให้อาสาสมัครเหล่านี้ ทั้งด้านวิชาการ การสร้างสมรรถภาพร่างกาย รวมไปถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยในการเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการออกตรวจแต่ละครั้ง ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว และต้องบอกว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะอาสาสมัครเหล่านี้ช่วยให้อาชญากรรมในพื้นที่ลดลงอย่างมาก” นายตำรวจ สน.โชคชัย กล่าว

พร้อมเล่าถึงการอบรมว่า ที่จะเน้นพิเศษคือ ความรู้ทางกฎหมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นกฎหมายทั่วไปที่ประชาชนควรรู้และที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอาสาสมัคร ว่าสิ่งใดทำได้-สิ่งใดทำไม่ได้ รวมไปถึงให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาการของตำรวจเบื้องต้น อาทิ การช่วยเหลือ, การสังเกตผู้ต้องสงสัย, การตรวจค้น และยุทธวิธีเบื้องต้นในการจับกุมคนร้าย... เราไม่ได้หวังที่จะให้ไปปะทะกับคนร้าย แต่ฝึกไว้เป็นพื้นฐาน เพื่อช่วยเหลือคนอื่น และเพื่อป้องกันตัวยามที่ต้องเผชิญเหตุมากกว่า”
พ.ต.ท.พรทวี กล่าวอีกว่า คนที่ผ่านการอบรมเป็น “ตำรวจบ้าน-โฮมการ์ด” นั้น มีมาแล้ว 2 รุ่น คือ 500 คน โดยจะฝึกเพื่อเป็นแนวร่วมพลเมืองดี แจ้งข่าวหรือเบาะแสให้กับตำรวจ เพื่อการป้องกันเหตุร้าย และเข้าจับกุมคนร้าย อีกส่วนคือ โฮมการ์ดสายตรวจประชาชน ซึ่งทาง สน.โชคชัยจะทำการฝึกอบรมพิเศษให้ โดยจะผ่านการฝึกอบรมคล้าย ๆ ตำรวจ เช่น ฝึกการจัดระเบียบแถว

ในส่วนของการแบ่งเวรออกตรวจพื้นที่นั้น จะมีการแบ่งเวรกันออกตรวจแต่ละวัน 5 ชุด ซึ่งตำรวจสายตรวจ 2 คน จะทำงานร่วมกับอาสาสมัครจำนวน 10 คน โดยจะมีผู้กอง 1 คน และผู้หมวด 2 คน สลับกันนำออกตรวจพื้นที่ โดยรูปแบบการทำงานร่วมกับตำรวจนั้น พ.ต.ท.พรทวี แจกแจงว่า ส่วนใหญ่อาสาสมัครจะเริ่มออกตรวจพื้นที่ช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. โดยจะต้องมีนายตำรวจนำออกตรวจทุกครั้ง โดยคนที่ออกตรวจจริง ๆ มีอยู่ 50 คน ที่จะออกตรวจตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ ซึ่งถ้าหากมีภารกิจแทรกซ้อนก็จะเลื่อนไป แต่สัปดาห์หนึ่งก็จะออกตรวจพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4 วัน

เครือข่ายจิตอาสาโฮมการ์ด นี้ ทาง พ...สุพล ค้ำชู ผกก.สน. โชคชัย ให้ความสำคัญมากครับ” นายตำรวจคนเดิมระบุ และได้เน้นย้ำว่า “ขอเน้นว่า โฮมการ์ดไม่มีอำนาจการจับกุม แต่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น แต่ในกรณีหากเจอเหตุซึ่งหน้าก็อาจจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่จะพิจารณาเป็นเคส ๆ ไป” นายตำรวจ สน.โชคชัยคนเดิมระบุ

ทิ้งท้าย ทางตำรวจบอกกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า... พื้นที่ดูแลของ สน.โชคชัย มีขอบเขตกว้าง และมีอาชญากรรมหลายรูปแบบ แต่เมื่อนำอาสาสมัคร “ตำรวจบ้าน” หรือ “โฮมการ์ด” มาช่วยภารกิจ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการยับยั้งป้องกันปัญหาได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อผู้ร้ายหรือคนที่คิดก่อเหตุเห็น “ตำรวจบ้าน” ก็ไม่กล้าลงมือ ทำให้ประชาชนที่จะตกเป็นเหยื่อรอดพ้นไปได้

ถือเป็นการตัดวงจรตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม คือสร้างความหวาดกลัวให้คนร้าย สร้างความอบอุ่นใจให้คนดี ซึ่งตั้งแต่มีโฮมการ์ดทำให้อาชญากรรมลดลง10-20% เรียกว่าช่วยทั้งตำรวจ ช่วยทั้งประชาชน”

นี่ก็ถือเป็นอีกกลุ่มคนที่น่าชื่นชม.

-----------------------
เชาวลี ชุมขำ.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 45