อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

ส่งสุขปีใหม่ ปีต่อไปกับโลกโซเชียลฯ

สัปดาห์นี้มาตั้งปณิธานกัน ในปี 62 จะทำอะไรบ้าง ตั้งเป้าหมายกับตัวเอง แต่ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ ลองส่องโลกโซเชียลฯ ที่กำลังมาแรงเพื่อดูความเป็นไปของสังคม พฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น.


เปิดทำงานปีใหม่อย่างเป็นทางการ ผ่านเทศกาลรื่นเริง (ที่ปีนี้ไม่ค่อยจะรู้สึกรื่นเริงเท่าไหร่) ก็ได้เวลากลับไปใช้ชีวิตตามแบบแผนเดิมๆ และก็มีความคิดเดิมๆ ว่า “เราต่างก็อยากให้ปีนี้มันดีกว่าปีที่ผ่านมา” มันก็กลายเป็นเหมือนวิธีคิดหรือธรรมเนียมปฏิบัติไปอย่างหนึ่งว่า ปีใหม่เราตั้งปณิธานไว้ว่า อยากทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น บางคนก็มี to do list หรือสิ่งที่ต้องทำยาวเหยียด รวมถึงตั้งความหวังไว้เยอะ

ลองไล่ๆ เรียงๆ ของคนรู้จักหลายๆ คนพบว่า to do list ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องสุขภาพ ตั้งความหวังออกกำลังกาย ยิ่งเข้าวัย 40 ถ้าไม่ทำอะไรโรคภัยก็จ่อคอหอย เอาง่ายๆ ก็โรคความดัน หัวใจ เบาหวาน ไต เกาต์ ไขข้อ ซึ่งเกิดจากการบริโภคเสียเยอะ แบบว่ากินอะไรก็ได้อย่างนั้น วิธีแก้ก็คือควบคุมร่างกาย ทั้งปาก ทั้งการออกกำลังกาย

เดี๋ยวนี้เทรนด์การออกกำลังกายกำลังมาแรง โดยเฉพาะที่เห็นฮิตที่สุดคือ “วิ่งมาราธอน” ก็ไม่รู้ว่าฮิตขึ้นมาได้อย่างไร แต่เวลาจัดงานวิ่งทีก็เห็นไปวิ่งกันคึกคักๆ เคยถามคนที่ไปวิ่งว่ามันสนุกตรงไหน เขาก็บอกว่ามันเป็นการสร้างวินัยในตัวเองที่จะวิ่งให้ถึงเป้าหมายให้ได้ โดยไม่ต้องพยายามแข่งขันเอาชนะกับใคร และอีกอย่างหนึ่งการวิ่งเป็นการได้สังคม เพราะมีโอกาสได้พบเจอหลายๆ คนที่สนใจแบบเดียวกัน ว่างๆ ก็นัดกันไปแข่ง ไปซ้อม



คนชอบวิ่งหลายๆ คนตั้งเป้าใหญ่ไว้เรื่อยๆ คือการเก็บเหรียญในการวิ่งมาราธอนแมทช์ใหญ่ๆ ระดับโลก เวลาจัดงานที่ที่เบอร์ลินหรือที่นิวยอร์ก ก็หาทางไป และกลายเป็นการวางแผนเที่ยวหรือพักผ่อนไปในตัวด้วย หลายคนก็เริ่มอยากจะให้เมืองไทยมีสนามไตรกีฬาด้วยซ้ำ นั่นคือในการแข่งครั้งเดียว มีทั้งวิ่ง ทั้งปั่นจักรยานวิบาก ทั้งว่ายน้ำ แบบรายการโหดๆ ที่เมืองนอกเขาทำกัน เมืองไทยก็ได้ข่าวว่ามี แต่คนเคยไปงานเขาบอกไม่ใช่งานใหญ่

เทรนด์การออกกำลังกายอีกอย่างที่กำลังบูม คือ “ฟิตเนส” เข้ายิมบ่มเพาะกล้ามเนื้อ จะว่าไปก็เป็นอานุภาพหนึ่งของคำว่า spornosexual ซึ่งถ้าจะแปลมันก็คงหมายถึงการอวดรูปร่างจากการออกกำลังกาย เรื่องนี้มันฮิตในโซเชียลเน็ตเวิร์กมาก โดยเฉพาะอินสตาแกรมที่ถ่ายรูปถอดเสื้อโชว์หุ่นกันคึกๆ (spornosexual มักจะหมายถึงผู้ชาย) มิติการมองรูปมันไม่ใช่เชิงกามารมณ์ แต่สวยในแบบสุขภาพดี และดูดึงดูดใจ หลายคนก็อยากเป็นอย่างนั้นบ้าง



แม้ทั้งวิ่งมาราธอน และฟิตเนสจะไม่ใช่กีฬาที่ต้องมีการแข่งขัน แต่ก็ถือว่าเป็นกีฬาที่ฝึกวินัยในตัว ซึ่งมันก็ดีถ้าคนเอาไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันเรื่องอื่น ที่ถ้าตั้งเป้าหมายอะไรก็ต้องมีวินัยจนกว่ามันจะสำเร็จ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้อานิสงส์ไปด้วย ในการทำให้คนหันมาสนใจออกกำลังกาย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายต่อปีไปกับโรคไม่ติดต่อที่กระทบต่อสุขภาพ ผลของการอวดการวิ่ง, ฟิตเนส ในโซเชียลฯ ทำให้คนเลียนแบบนี้นับว่าน่าชื่นใจ

เป้าหมายต่อมาที่หลายคนตั้งไว้ คือ “ได้ใช้เวลาพักผ่อน” ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดูโลกกว้าง ก็น่าจะมาจากโซเชียลฯ อีกล่ะ ที่หลายคนก็ชอบรีวิวการท่องเที่ยวด้วยภาพสวยๆ บอกความรื่นรมย์ในการไปเยือนที่แปลกๆ ที่ไม่เคยไป บอกขั้นตอนการเดินทางให้เห็นว่าไม่ยาก บอกเรื่องการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเกินไป พอที่มนุษย์เงินเดือนจะเอื้อมถึง หลายคนก็เลยคิดฝันว่า ไปเมืองนอกก็ไม่ยากอย่างที่คิด ตัวอย่างชนิดตะลอนทัวร์ไปเองก็ยังมี

ซึ่งจะว่าไปเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ในการใช้ชีวิต ก็มาจากการเห็นจากโซเชียลฯ นี่แหละ กลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการรับรู้ของคนสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่งว่างๆ ก็รูดหน้าจอดู แล้วก็เกิดความสนใจ ความอยากว่า “เราต้องเป็นอย่างนั้นให้ได้บ้าง” แล้วตั้งเป้าหมายกับตัวเอง เอาภาพที่เห็นเป็นแรงบันดาลใจ

คนคาดหวังกับโซเชียลฯ เชื่อโซเชียลฯ เยอะมากขึ้น บางเรื่องก็น่าจะใช้โซเชียลฯ สร้างเทรนด์ในการรณรงค์ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เอาเรื่องที่หลายคนสามารถทำได้ ก็เช่นเรื่องการลดขยะถุงพลาสติก ซึ่งตอนนี้มีปัญหาปวดหัวกันทั่วโลกว่ามันเยอะจนกำจัดกันไม่ทัน กลายเป็นขยะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมรุนแรง เกิดเป็นภาพน่ากลัวว่ามีสัตว์ทะเลหายากกินถุงพลาสติกเข้าไปแล้วท้องอืดตาย หรือถุงพลาสติกอุดตันจนน้ำท่วมระบายไม่ได้



เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นอุดมการณ์ที่เห็นพ้องกันทั่วโลก ไม่ได้มีความเห็นต่างแบบอุดมการณ์ทางการเมือง ที่แต่ละฝ่ายยึดข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน มันควรใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมคนโซเชียลฯ เพื่อรณรงค์เรื่องนี้ นี่ก็ใกล้เลือกตั้งยังไม่เห็นพรรคไหนเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม มีแต่ลดแลกแจกแถมหรือนโยบายสวัสดิการจูงใจ

วันก่อน เห็น ...ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ เขาออกมาเขียนบทความถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยาวเหยียด มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ “บิ๊กตู่เป็นคนห่วงเรื่องกระแส” ขนาดเอาไปอ่านให้ฟังในที่ประชุม ครม. ซึ่งมันก็พอจะเห็นๆ อยู่บ้าง เช่น เรื่องการเพิ่มค่าปรับไม่มีใบขับขี่ หรือเรื่องดำเนินการกับรถขนคนกระบะท้าย พอกระแสโซเชียลฯ ต้านมากๆ “บิ๊กตู่” ก็พร้อมจะยอมถอย

มันก็น่าสนใจว่า ถ้าอย่างนั้นประเด็นสิ่งแวดล้อม (หรือประเด็นอะไรที่เราอยากรณรงค์) ลองทำให้เกิดกระแสว่า คนจำนวนมากเห็นด้วย เอากรณีที่กระทบกับชีวิตเรามากๆ ก็ได้ เช่น การทิ้งขยะพลาสติกเกลื่อนเมืองแล้วมันไหลไปรวมกันในท่อ พอฝนตกหนักทีน้ำท่วมขังเยอะ ระบายกันไม่ค่อยจะทันต้องรอเก็บขยะตอนน้ำลด ช่วงนี้พรรคการเมืองกำลังหาเสียง นายกฯ ก็ทำตัวเหมือนหาเสียงกลายๆ ก็มีโอกาสจะกระโดดลงมาเล่นด้วย

โซเชียลฯ มีอิทธิพลมากขึ้นในสังคมทุกที อย่างว่ามันให้ทั้งการรับรู้ และยิ่งเมื่อมีการแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ใดๆ ได้ ทำให้เราก็อยากมีส่วนร่วม และอยากมีสังคมกับคนในโลกเสมือนนั้น เมื่อพูดเรื่องนี้ออกมาก็คิดถึงสิ่งที่อยากฝากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีใหม่ คือ “เราต้องเสพโซเชียลฯ อย่างมีสติกันมากขึ้น” การปล่อยข้อมูลแต่ละอย่างปัจจุบันนี้มีโอกาสที่จะเป็นไปเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรสูงขึ้น

อ่านอะไรแล้วก็อย่ารีบด่วนเชื่อ อยากให้พิจารณาแหล่งข้อมูลสักนิด เป็นข่าวจริงหรือเขียนหลอกเพื่อหวังยอด engagememt (มีเยอะๆ จะได้หลอกขายโฆษณาได้) หรือง่ายๆ ดูหัวสื่อว่าเป็นองค์กรที่เรารู้จักตัวตนจริงหรือไม่



ยิ่งช่วงใกล้เลือกตั้งมีโอกาสที่ข่าวลือ ข่าวปล่อย ออกมาเพื่อดิสเครดิตฝ่ายต่างๆ เยอะขึ้น บางเรื่องต้องมีหลักฐานว่า ที่เขาอ้างมาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องทำคลิปปิ้งข่าวเก็บกันไว้ แต่เดี๋ยวนี้อ่านแล้วลอง google ซ้ำอีกรอบ ว่าถูกนำเสนอโดยสื่ออื่นที่เชื่อถือได้หรือไม่ เลือกตั้งเที่ยวนี้น่าสนใจว่าสงครามโซเชียลฯ จะเดือด เพราะมีโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างใช้กันเยอะ แค่ปั้นเพจอะไรขึ้นมาไม่ต้องแจ้ง กกต. บอกว่าเป็นกองเชียร์

แล้วไอ้เรื่องสูตรสุขภาพต่างๆ กินโน่นกินนี่รักษาโรคร้ายอย่าด่วนเชื่อกว่าจะสืบจนประจักษ์ว่า มีการแพทย์รับรอง แล้วก็อยากให้เลิกเชื่อกันเสียทีว่า คนเด่นคนดังของโลกเรียนไม่จบปริญญาตรีก็ประสบความสำเร็จได้ นั่นบางคนต้นทุนเขาสูงเป็นทุนเดิม ซึ่งคนที่จะทำได้ขนาดนั้นก็ยาก ในโลกที่คนเรียกร้องใบประกาศนียบัตร คนที่ไม่มีใบที่ว่า อัตราการประสบความสำเร็จหรือใช้ชีวิตดีๆ มันต่ำ ข้ออ้างนี้มันจะกลายเป็นหลอกมาทำขายตรงอยู่รอมร่อ

การรู้เท่าทันสื่อก็ยังจำเป็นที่ต้องพูดกันต่อไปไม่จบ เบื้องต้นบ้านเราน่าจะมีหน่วยงานจัดการข่าวปลอมได้แล้ว.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”
ภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 257