อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

โหรศก.ฟันธงปี62 ศก.โลกชะลอตัว ศก.ไทยโตช้าลง

สัปดาห์นี้ตามไปดู “โหรเศรษฐกิจ” แต่ละสำนัก ทำนายเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน พฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 เวลา 08.00 น.


เป็นธรรมเนียมที่ “โหรเศรษฐกิจ” มักจะออกมาฟันธงเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 62 นี้ก็เช่นกัน พอเข้าสู่ช่วงปลายปี 61 หลายสำนักก็เริ่มออกมาทำนายเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยกันคึกคัก “เศรษฐศาสตร์ข้างทาง” จึงจะขอหยิบสาระสำคัญที่น่าสนใจมานำเสนอดังนี้

เริ่มจากเศรษฐกิจระดับโลก สำนักที่ถือว่าเชี่ยวชาญคงจะเป็น “ไอเอ็มเอฟ” ที่ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกปี 62 ชะลอตัวชัดเจนจากผลพวงปัจจัยเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นมาก ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปรับขึ้น น้ำมันดิบมีแนวโน้มแพงขึ้น การค้าโลกชะลอตัวรับสงครามการค้าต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวกดดันเศรษฐกิจไทยปีหน้าเกิดภาวะชะลอตัวตาม สาเหตุจากตลาดส่งออกไทยผ่านจุดสูงสุดปีที่แล้วไปแล้ว ราคาน้ำมันในประเทศแพงรับราคาตลาดโลก ดอกเบี้ยแบงก์ชาติทยอยปรับขึ้น



ฟากสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย “นริศ สถาผลเดชา” ผู้บริหาร TMB Analytics คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยปี 62 จะเติบโต 3.8% โดยมีปัจจัยภายในเป็นแรงขับเคลื่อน เช่น รายได้ภาคเกษตรที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องแต่ไม่เป็นอัตราเร่ง พร้อมทั้งเริ่มเห็นสัญญาณว่าในปี 62ภาครัฐจะลงทุนอย่างต่อเนื่องในครึ่งหลัง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ EEC ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนของภาคธุรกิจ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนของภาคเอกชนจะเริ่มเห็นการลงทุนของอุตสาหกรรม S-Curve ที่ได้ BOI ในปี 59-60 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวดีขึ้น นักท่องเที่ยวจีนกลับมาสู่ระดับปกติโดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดจะกลับมาถึง 40.2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 6.6% ส่วนการส่งออกมีปัจจัยหลัก คือ ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยลดลงราว 1 พันล้านดอลลาร์หรือ 0.4% นอกจากนั้นสินค้าไทยยังเผชิญกับการตั้งกำแพงภาษีและตัดสิทธิ GSP จากสหรัฐฯ ส่งผลลบฉุดส่งออกไทยลดลงอีก 0.1%

นอกจากนี้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งไทยได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่จีนไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ทำให้สินค้าที่ไทยเป็นซัพพลายเชน ส่งออกไปผลิตในจีนมีปัญหาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ แม้สัญญาณบางอย่างจะดีขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการควรเตรียมรับมือ 4 ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ คือ เงินบาทผันผวน เศรษฐกิจโลกชะลอ การท่องเที่ยว การย้ายฐานการผลิตจากจีน โดยผู้ประกอบการอาจใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน กระจายตลาดส่งออก โฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ พัฒนาทักษะแรงงานรองรับเทคโนโลยีใหม่ เป็นต้น



ด้าน นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัย กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผย ว่า ในปี 62 เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยโตช้าลง เศรษฐกิจไทยน่าจะโตต่ำกว่า 4% ต้องอาศัยปัจจัยด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวและการส่งออกสินค้าที่มีการขยายตัวได้ในระดับหนึ่งเป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนโครงการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะการสร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ถือเป็นการนำเอาทรัพย์สินปัจจุบันที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดความคุ้มค่า จะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวแถบพัทยาเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ

อย่างไรก็ตามในครึ่งแรกของปีอาจมีความพะวง สนใจ และหาคำตอบให้กับประเทศในด้านการเมือง ส่วนในครึ่งหลังของปี จะเป็นช่วงประเมินว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามา มีนโยบายใดที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ



ด้าน ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด SCB EIC ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า ปี 62 จะชะลอตัวลงมาที่ 4.0% ส่งออกมีแนวโน้มชะลอลงตามเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญจากผลกระทบของสงครามการค้าและภาวะทางการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้น การท่องเที่ยวมีข้อจำกัดจากความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของสนามบินสำคัญต่างๆ

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายด้านการลงทุนในประเทศ จะมีการขยายตัวที่เร่งขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะสั้น และสนับสนุนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว แนวโน้มการส่งออกมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอลงและสงครามการค้า ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยคาดว่าจะขยายตัว 3.7%

อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน สินค้าไทยมีโอกาสส่งออกทดแทนสินค้านำเข้าจีนในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องยนต์รถ และสินค้าไทยมีโอกาสส่งออกทดแทนสินค้านำเข้าสหรัฐฯ ในตลาดจีน ในหลายหมวดสินค้า

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้ตลาดการเงิน ตลาดทุนผันผวนขึ้น ส่วนปัจจัยในประเทศคือหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนในปีนี้เช่น การเลือกตั้งในช่วงต้นปี โครงการ PPP และ EEC ที่เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนในโครงการ โครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตต่อเนื่อง

แต่ละสำนักล้วนทำนายใกล้เคียงกัน น่าจะเป็นข้อมูลให้ผู้ที่ทำธุรกิจทั้งรายเล็ก รายกลางจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ได้นำไปใช้ในการวางแผนในปี 62 นี้ต่อไป.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 126