อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

โลกมืดของ'ภิกษุ-เณร' กว่าจะได้ไปต่างประเทศ

สัปดาห์นี้พาไปศึกษาวิธีกว่า “พระภิกษุ-สามเณร” จะได้พาสปอร์ตไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่ผ่านก็ต้องทำใหม่ทั้งหมด จะยากเย็นมากขั้นตอนแค่ไหนไปดูกันเลย พุธที่ 26 ธันวาคม 2561 เวลา 11.00 น.


บทความ “ริ้วผ้าเหลือง” วันนี้อาจยาวหน่อย แต่เป็นข้อมูลสำหรับชาวพุทธที่อาจจะยังไม่รู้ว่า เวลาที่ “พระภิกษุ-สามเณร” ท่านไปต่างประเทศ ซึ่งทำ “หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต” จะต้องเจอปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ผมมีข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.monknews.net/ ที่ลงข้อมูลเอาไว้โดยมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับพระภิกษุสามเณร ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศนั้น เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ดงขมิ้นว่า ระเบียบขั้นตอนในการขออนุญาตเพื่อทำหนังสือพาสปอร์ต มันช่างมากมายหลายขั้นตอนเหลือเกิน ซึ่งความยากลำบากที่ว่านี้ไม่ได้เกี่ยวกับกรมการกงศุลแต่อย่างใดทั้งสิ้น เป็นความลำบากที่มาจากคนในของเราทั้งนั้น (คณะสงฆ์มีหน่วยงานอนุมัติสำหรับพระภิกษุ-สามเณรเดินทางออกไปต่างประเทศ คือ ศตภ.หรือศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร) ที่กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการอนุญาต “ให้ทำ” หรือ “ไม่ให้ทำ” เอาไว้



ดังจะเห็นได้จากการทำพาสปอร์ตของพระเณรไทยในแต่ละครั้ง เมื่อว่ากันโดยพื้นฐานทั่วไป ทุกรูปต้องใช้เวลาในการยื่นขอคำอนุญาตไม่ต่ำกว่า 15 วัน นี้คือเร็วที่สุดในกรณีโชคดีผ่านทุกด่าน ถ้าโชคไม่ดีก็ต้องใช้เวลาในการยื่นขออนุญาตมากกว่า 1 เดือนหรือ 2 เดือน ถึงกับเคยมีคนสัพยอกเรื่องนี้ไว้ว่า หากมีงานนิมนต์ด่วนจากต่างประเทศเข้ามา แล้วเผอิญคนถูกนิมนต์ไม่ได้ทำพาสปอร์ตไว้ก่อน เป็นอันหมดสิทธิ์รับ และถามว่าขั้นตอนการขออนุญาตทำพาสปอร์ตนั้นยากเย็นและมากขั้นตอนแค่ไหนไปดูกันเลยครับ

พระเณรที่ต้องการทำหนังสือพาสปอร์ตต้องเดินทางไปซื้อใบยื่นคำร้องที่ สำนักงานศตภ. หรือที่โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือร้าน ซึ่งได้รับอนุญาตให้จำหน่ายที่กรุงเทพฯ เท่านั้น จะมาดาวน์โหลดแล้วพิมพ์เขียนแบบเอกสารอย่างอื่นไม่ได้นะขอรับ เว้นแต่บางจังหวัดที่เลขาจังหวัดท่านอนุเคราะห์ซื้อไปสำรองให้สำหรับพระเณรในเขตของท่าน ซึ่งก็มีไม่กี่จังหวัดที่ทำแบบนี้ นี้แค่ขั้นตอนแรกก็ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เสียแล้ว

เมื่อได้ใบยื่นคำร้อง ศตภ. มาท่านก็ต้องกรอกรายละเอียดตามที่กำหนดในเอกสารยื่นคำร้อง พร้อมแนบเอกสารประกอบให้ครบ อันนี้สำคัญมากขาดหายไปอันเดียว เอกสารของท่านทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับศูนย์ทันที



เมื่อทุกอย่างครบ ก็ต้องนำไปขอความเมตตาจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสตามสังกัดในหนังสือสุทธิ ขอย้ำว่า “เจ้าอาวาสตามสังกัด” ที่ระบุในหนังสุทธิของแต่ละท่านไม่ใช่เจ้าอาวาสในวัดที่ท่านอาศัยอยู่นะขอรับ เพื่อเซ็นอนุญาตเป็นด่านแรก ด่านนี้มักจะสร้างความลำบากและปัญหาให้แก่พระภิกษุสามเณรที่ตัวเองอาศัยอยู่วัดวัดหนึ่ง แต่มีสังกัดอยู่อีกวัดหนึ่งมาก เพราะเจ้าอาวาสที่ต้องเซ็นกำกับบางรูปสังกัดอยู่เชียงราย ก็ต้องถ่อกันกลับไปให้วัดที่เชียงรายที่เป็นต้นสังกัดเซ็น

เมื่อได้ลายเซ็นเจ้าอาวาสแล้ว ก็ไปยื่นต่อให้เจ้าคณะตำบลเซ็น
เมื่อได้ลายเซ็นเจ้าคณะตำบลแล้ว ก็ไปยื่นต่อให้เจ้าคณะอำเภอเซ็น
เมื่อได้ลายเซ็นเจ้าคณะอำเภอแล้ว ก็ไปยื่นต่อให้เจ้าคณะจังหวัดเซ็น
เมื่อได้ลายเซ็นเจ้าคณะจังหวัดแล้ว ก็ไปยื่นต่อให้เจ้าคณะภาคเซ็น


เมื่อได้ลายเซ็นเจ้าคณะภาคแล้ว ก็ไปยื่นต่อให้สำนักงาน ศตภ. (ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ วัดสังเวชฯ กทม.) เพื่อให้คณะกรรมการ ศตภ.ได้ตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ถ้าไม่อนุมัติ เจ้าของเอกสารต้องเดินเรื่องใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ซื้อเอกสาร รวบเอกสาร และเซ็นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพราะเอกสารเดิมท่านไม่คืนให้ กรณีผ่านความเห็นคณะกรรมการศตภ.มาแล้ว ทางศตภ.จะยื่นไม้ต่อให้ที่ประชุมมหาเถรสสมาคมเพื่อลงนาม

เมื่อมส.มีมติลงนามตามที่คณะกรรมการศตภ.เสนอไป สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็จัดทำหนังสือส่งไปที่กรมการกงสุล เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่า พระภิกษุสามเณรที่มีรายชื่อตามประกาศ ได้รับอนุญาตจากมส. ให้ทำพาสปอร์ตได้ (ใช้ระยะเวลาเกือบ 3 วัน)

เห็นไมละครับว่ากว่าพระเณรจะได้พาสปอร์ตมานั้นมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน การขอลายเซ็นจากพระชั้นปกครองในแต่ละระดับนั้น ก็ใช่ว่าไปขอวันไหนก็จะได้วันนั้น บางครั้งไปแล้วไม่เจอท่านก็มี ท่านไปต่างจังหวัดก็มี ท่านอยู่แต่ไม่สะดวกเซ็นในวันนั้นก็มี หรือท่านขอพิจารณาเอกสารหลักสารก่อนที่จะเซ็น โดยนัดมาเอาวันหลังก็มี ท่านนัดวันมาเอาแล้วท่านเกิดมีงานด่วนไม่อยู่วัดก็มี



ฉะนั้นเวลาจึงยืดออกไปเรื่อยๆ ตามแต่ผู้เซ็นจะเซ็นช้าเร็ว (เราคนมาขอลายเซ็น แม้จะอยากได้เร็วแค่ไหนก็ใช่ว่าจะเร่งได้ตามใจปรารถนา เพราะเรามาขอความเมตตา เมื่อท่านผู้เซ็นขอพิจารณาแม้จะช้าไป 2-3 วันหรือมากกว่านั้นเราก็ต้องรอ) ยิ่งบางรูปไม่ชอบพอกัน ไปขอลายเซ็นท่านไม่เซ็นให้ดื้อๆ แบบนี้ก็มีหลายราย อันนี้โลกมืดที่ชาวบ้านไม่รู้ และพระภิกษุสามเณรทราบบรรยากาศแดนสนธยาแบบนี้ได้ดี

แต่ถ้าเกิดกรณีที่ศตภ.บอกว่า “ไม่ผ่าน” ก็ต้องยื่นเอกสารใหม่ทั้งหมด ตามขั้นตอนเดิมตั้งแต่แรก ไม่มีคืนของเก่าที่ส่งไปใดใดทั้งสิ้น เพราะทางศตภ.ต้องเก็บไว้เป็นเอกสารหลักฐาน ใครโดนพิจารณาว่าเอกสารไม่ผ่านนี้มีเข่าทรุด

การที่คณะสงฆ์จะอ้างว่า ศตภ. ต้องควบคุมการเดินทางไปต่างประเทศของพระภิกษุสามเณรอย่างเข้มงวด จึงไม่อนุมัติให้ง่ายๆ คลิ คลิ อย่าให้แฉ!!..ใครเด็กใคร คุณสมบัติไม่ครบแต่ได้อนุมัติและไปแล้วไปทำอะไรบ้าง หรือแม้กระทั้งพระผู้ใหญ่เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ไปทำอะไรบ้าง “ผีย่อมเห็นผี” ขอรับ.
................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : https://www.monknews.net/


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 3.54K