อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

ชีวิตร้อยเวร

ถ้าใครเป็นตำรวจ สัปดาห์นี้จะพาไปดู “ชีวิตร้อยเวร” พนักงานสอบสวน ต้องพบเจออะไรบ้าง การทำงานที่ต้องนั่งฟังปัญหาคนอื่นวันละกว่า 10 คดี พุธที่ 26 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


มาอีกแล้วเหรอ?” ร้อยตำรวจโทคนหนึ่งร้องออกมา หลังเห็นป้าขาประจำเดินขึ้นโรงพักเพื่อบอกเล่าขบวนการค้ายาที่ชอบมาส่งยาที่บ้านหลังใกล้เคียง แกมาโรงพักร้องร้อยเวรราวๆ 10 ครั้งแล้ว ซึ่งทุกครั้งตำรวจก็ไปตรวจสอบแล้วก็บอกแกซ้ำๆ

บ้านหลังนั้นไม่ได้ขนยา แต่ขนของเป็นโกดัง เราไปตรวจสอบมาแล้ว ถ้าจะมียาเสพติดก็คงซ่อนไว้ดีมากนะครับ” ร้อยเวรอธิบายกับป้าอย่างใจเย็น พูดช้าๆ หวังให้คำซ้ำเข้าไปในความทรงจำป้าจะได้ไม่มาอีก

วันหลังก็หมั่นไปตรวจสอบให้ฉันหน่อยแล้วกัน กลัว” ป้าบอกแล้วลงจากโรงพักไป

ร้อยตำรวจโทขอพักภารกิจ เดินออกไปสูบบุหรี่หนักๆ 2 ตัวติดกัน ชีวิตร้อยเวรนั้นเหนื่อยสารพัด หยุดก็เหมือนไม่ได้หยุด เมื่อวานเขาใช้เวลาทั้งวันกับการสะสางสำนวนคดีที่คั่งค้าง นายก็ไล่บี้ ไล่สั่งมาอย่างเดียว ตัวเขาก็ตะบี้ตะบันเขียนสำนวนส่งฟ้องจนผมแทบฟู แม้จะไม่มีผมเพราะต้องตัดสั้น แต่ถ้ามันยาวกว่านี้มันก็คงจะฟูแล้ว

เมื่อวานแทนที่จะได้ไปเที่ยวชมภาพยนตร์กับแฟนสาว เขากลับต้องพาเธอมานั่งในห้องร้อยเวรแทน แถมยังเจอนักข่าวถามข่าวและโดนแอบเหล่มองป้อด้วย เห็นลือกันว่าไอ้นักข่าวคนนี้เรียกขานว่าหนอนโรงพัก น่าเตะก้นเสียจริงๆ

ไม่พอผู้บังคับบัญชาก็ขยันมาจัง แต่ละคนออกปากคุยกับแฟนสาวของเขาอย่างสนุกปาก นี่มันจะหยามกันเกินไปแล้วนะเฟ้ย



หันไปมองโต๊ะข้างๆ แล้วก็อนาถใจ เป็นโต๊ะของอดีตร้อยตำรวจตรี ที่สอบได้ยศหลังเป็นตำรวจชั้นประทวนมานาน โดนจับลงตำแหน่งพนักงานสอบสวนในโรงพักที่ถือว่างานเยอะที่สุดในกรุงเทพพระมหานคร ซึ่งแรกๆ แกก็ขยันสู้ แต่ของแบบนี้มันขยันอย่างเดียวไม่ได้หรอก หากขาดความชำนาญ แม้หน่วยงานจะอบรมมาเป็นอย่างดี แต่ปัญหาสำคัญคือ แกพิมพ์ไม่ค่อยเป็น ใช้วิธีจิ้มนิ้วเอา จึงช้าเป็นอย่างยิ่ง

ที่พูดกันว่า ดินนั้นไม่ได้พอกบนหางหมูหรอก หากหมูพยายามจะสลัดออก เรื่องนี้เป็นคำเปรียบเปรยที่ไม่จริงสำหรับชีวิตร้อยเวร เนื่องจากดินมันพอกมาเรื่อยๆ แม้จะสลัดบ้างแล้วงานก็มาไม่หยุดไม่หย่อน เยอะคณานับ เข้าเวรทีมีคนมาแจ้งความวันละ 10 คดี ขนาดที่ว่าบางเรื่องพยายามช่วยเคลียร์ให้ใจเย็นๆ แล้ว

ชีวิตร้อยเวรจึงรับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะสารพัดคดีไหน คดีฟ้องหมิ่นประมาท คดีเกี่ยวกับแชร์ คดีเกี่ยวกับมือถือหาย คดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี หลอกโอนเงิน หรือด่ากันในโลกออนไลน์ ร้อยตำรวจโทอย่างเขาไม่ได้รอบรู้กฎหมายหรือชำนาญขนาดนั้น พยายามแนะนำให้ไปหน่วยงานเฉพาะ ปรากฏว่าพอผู้เสียหายไปหน่วยงานเฉพาะ เขาก็ให้กลับมาที่โรงพัก “เขาบอกให้มาแจ้งความโรงพักก่อน ให้โรงพักส่งเรื่องไป”

งานร้อยเวรนั้นจึงเป็นงานแบบ Overload ร้อยตำรวจโทหันไปมองโต๊ะข้างๆ ก็นึกได้ว่ากำลังคิดถึงร้อยตำรวจตรีมาใหม่ที่พิมพ์ไม่ค่อยเป็น ปรากฏว่างานมันสะสมขึ้นเรื่อยๆ นายนั้นก็มีแต่ขีดเส้นเวลาที่มีเส้นอยู่แล้ว ยิ่งคดีใหญ่ๆ ก็ไล่บี้งานสืบสวนให้จับคนร้ายได้ แล้วมาบี้ร้อยเวรให้ทำสำนวนโดยไว



ร้อยตำรวจตรีใหม่รายนี้ก็งานเข้า ตอนเข้าเวรชอบมีงานใหญ่ๆ พอเป็นข่าวเสียด้วย นายก็ไล่บี้ สำนวนคดีเป็นข่าวก็ต้องทำ และสำนวนคดีไม่เป็นข่าวก็ต้องทำ หนักยิ่งกว่าหนัก กลายเป็นความเครียดสะสม ผสมโรงกับความกดดัน ครั้งสุดท้ายโดนนายเรียกไปด่าว่า ทำงานล่าช้าแถมบกพร่องมาก

ทำไมทำงานห่วยๆ แบบนี้”

ฟางเส้นสุดท้ายของร้อยตำรวจตรีคนนี้ เขาออกเวรกลับแฟลตตำรวจ ปืนนั้นอยู่ที่เอว เอามาดู ไลน์ข้อความสั่งเสียลูกเมียที่ต่างจังหวัด แล้ววางมือถือไว้บนโต๊ะทำงาน เขียนจดหมายลาตายด้วยลายมืออันสับสน นักข่าวเห็นเขียนไว้ว่า “เครียด กับชีวิตทำงาน ลาก่อนโลกนี้” ที่จริงเขียนเยอะกว่านี้ แต่เพราะลายมือมันอ่านไม่ออก นักข่าวจึงเอาไปลงข่าวเท่านี้

จากนั้นปืนจ่อขมับขวาลั่นไกลงไป เสียงปืนสนั่นแฟลต คนในแฟลตมาดู ห้องล็อก กว่าจะงัดได้ก็เห็นร้อยตำรวจตรีคนนี้สิ้นชีพไปเสียแล้ว เป็นสำนวนข่าวอาชญากรรมก็จะบอกว่า นอนตายจมกองเลือด

ชีวิตของร้อยเวรจึงมีความน่ากลัวตรงนี้ เครียดและอยู่กับปืน มันอาจนำไปสู่การลั่นไกสังหารตัวเองหรือสังหารผู้อื่นได้

ร้อยตำรวจโทหยุดคิดเรื่อยเปื่อยก่อนปาดเหงื่อทิ้งบุหรี่ กำลังจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรต่อ ใกล้ออกเวรแล้ว กลัวใจว่าพอใกล้ออกเวรทีไร จะมีงานคดีใหญ่ๆ เข้ามาทุกที

เมื่อเข้าไปนั่งก็ต้องนั่งฟังเรื่องราวมากมาย อ่านจากหนังสือพิมพ์มีร้อยเวรหญิงเล่าว่า วันหนึ่งเจอคดี 10-15 คดี แทบล้า ปกติคนเราจะมานั่งฟังปัญหาคนอื่นอย่างมาก 4-5 เรื่องก็แทบแย่แล้ว ร้อยตำรวจโทนึกได้ว่า การดูแลวัฒนาคุณภาพหน่วยงานพนักงานสอบสวนให้ทำงานเบาลงหน่อยก็คงจะดี คือทำให้ร้อยเวรได้ใช้ศักยภาพทำงานเต็มที่ เหมือนผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไม่ต้องมาวุ่นวายกับคิวนักแสดง การจัดฉาก เขาแค่ดูและสั่งการ รอเวลาที่จะเข้ากำกับภาพยนตร์เพียงเท่านั้น อย่างอื่นมีคนช่วยเหลือไว้แล้ว ก็คงจะดี

ไม่ได้หวังขนาดเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่มีคนช่วยดูแลงานเอกสาร งานจิปาถะบ้างก็คงจะดี



ร้อยตำรวจโทแทบยิ้มแรกของวัน หลังออกเวรไปได้ ไม่มีงานคั่งค้างหรือคดีใหญ่ ร่างกายโทรมแทบแย่ จิตใจห่อเหี่ยว วันนี้นัดแฟนสาวว่าจะไปดูหนังด้วยกันสักเรื่อง ขณะเปลี่ยนชุดลงจากโรงพัก เจอรองผู้กำกับสืบเรียก ร้อยตำรวจโทเสียวใจชะมัดกลัวว่า จะโดนสั่งงานสอบสวนอะไรอีกวะเนี่ย

หน่วยก้านเอ็งดี..” รองผู้กำกับสืบพูดแล้วตบบ่า “เอ็งสนใจมาทำงานสืบสวนไหม พี่อยากได้คนแบบเอ็งมาทำงาน”

ร้อยตำรวจโทยิ้มสองของวัน เป็นยิ้มแก้มแทบปริ เขาตกลงรับคำทันที ด้วยความสุขี คำสั่งให้เริ่มงานพรุ่งนี้ หลุดแล้ว หลุดแล้วชีวิตพนักงานสอบสวน เขารีบไปดูหนังกับแฟนสาวแล้วเล่าข่าวดีให้ฟัง ด้านแฟนสาวฟังแล้วงง สงสัยว่าในเมื่อเป็นงานตำรวจเหมือนกัน จะน่าดีใจตรงไหน แต่ร้อยตำรวจโทเล่นทีเผลอหอมแก้มแฟนสาวไปที ทำเอาเธอหน้าแดงเขินอายอย่างยิ่ง

ร้อยตำรวจโทไม่ได้อธิบาย ปล่อยให้แฟนสาวงง เพราะเรื่องร้อยเวรพนักงานสอบสวนนั้นเป็นงานที่หนัก เพียงสายตาคนนอกอาจไม่ทราบ แต่หากเป็นคนในวงการแล้วจะรู้ดียิ่ง ที่ว่าหนักนั้นในความจริงถือว่าหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 2.49K