อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

ชีวิตและงานแห่งอนาคต ความท้าทายยุคเปลี่ยนผ่าน

สัปดาห์นี้เคยได้ยินคำว่า “งานในอนาคต” กันหรือไม่ เพราะปัจจุบันบริบทสังคมเปลี่ยน คนที่ปรับตัวเองได้เท่านั้นที่จะรอด... พฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


คงต้องยอมรับว่าโลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจริงๆ เรียกว่าเผลอไม่ได้เดี๋ยวจะตรงเทรนด์ง่ายๆ โชคดีสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมงานสัมมนาในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 8 ของไทยพับลิก้า พร้อมเปิดตัวหนังสือ “ชีวิตศตวรรษ” โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊กส์ มีผู้สนใจเรื่องการมีชีวิตยืนยาวมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดมากมาย แต่ที่อยากกล่าวถึงคงจะเป็น หัวข้อ Future of Job : Working in the Age of Longevity” โดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ จากค่ายทรู คอร์ปอเรชั่นที่ดูใกล้ตัวเราหน่อย จึงขอนำมาบางช่วงบางตอนเล่าสู่กันฟัง

เขาบอกว่าในอดีตคนเราสามารถวางแผนชีวิตทั้งในด้านการศึกษา การงาน การเงิน สร้างอนาคตโดยคนรุ่นผู้ใหญ่กำหนดขึ้น แต่ปัจจุบันบริบทสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งสมมุติฐานออกแบบวางแผนชีวิต สร้างอนาคตขึ้นมาด้วยตัวเอง เมื่อก่อนเราทำงานจนเกษียณ แต่วันนี้ชีวิตการทำงานสมัยนี้เหลือแค่ 10 ปี เขาตั้งสมมุติฐานใหม่ขึ้นมากำหนดชีวิตด้วยตัวเขาเองคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว มีวิธีการทำงานที่เกี่ยวกับ 3 เรื่องหลัก คือ ปัญหา, ข้อสรุป และสร้างรายได้ พวกเขาวิ่งหาโอกาสใหม่ๆ จากปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้น แล้วหาข้อสรุปเพื่อมาแก้ปัญหา ที่สำคัญมากกว่านั้นยังหาตลาดได้อีกด้วย

คนกลุ่มนี้มีลักษณะ “ทำน้อยได้มาก” คือใช้คนทำงานน้อย แต่ได้งานมาก คนเดียวทำงานได้หลายอย่าง และยังเป็นพวก “ยืนบนไหล่ของยักษ์” ยกตัวอย่างเช่นยืนอยู่บนไหล่ยักษ์ในธุรกิจเทเลคอม ทำแอปพลิเคชันจนมีรายได้มหาศาล ซึ่งคนเหล่านี้กำลังเข้ามามีผลกระทบกับชีวิตคนจำนวนมาก



ในเรื่อง “งานในอนาคต” (Future of Job) จากการทำวิจัยพบว่า งานหลายอาชีพกำลังหายไป แต่เด็กในมหาวิทยาลัยยังไม่รู้ หรือกว่าจะรู้และมีผลกระทบมาถึงก็เรียนจบไปแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงตั้งแพลตฟอร์มเพื่อศึกษา Future of Job ที่ภาคเอกชนสามารถรู้ได้ว่าอีก 5 ปีข้างหน้าอยากได้คนประเภทไหนมาทำงาน ซึ่งจะอยู่รอดได้ ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนจากเรียนท่องจำ เป็น “การเรียนหาความรู้ด้วยตัวเอง” โดยมี 4 เรื่องที่ต้องทำ คือ ตั้งคำถาม, ค้นหาคำตอบ, ลงมือทำ, แล้วกลับมาถกเถียงกัน เด็กต้องเรียนแบบนี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัว

ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่เริ่มไม่เชื่อในการจบปริญญาเอก ปริญญาโท แม้แต่รอให้จบปริญญาตรีอาจยังรอไม่ไหว ดังนั้นมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัว เช่นเดียวกันกับคนทำงานที่ต้องปรับตัวในการศึกษา ในอดีตเราถูกสอนมาแบบแยกส่วน คือ เรียนวิศวะ เรียนสถาปัตย์ เรียนบัญชี เพียงเท่านั้น ไม่พอยังเอาคนประเภทเดียวกันมาอยู่ด้วยกันอีกในที่ทำงาน เป็นไซโลแบบเดิม เด็กรุ่นใหม่เขาเรียนรู้ล้ม เรียนรู้เริ่ม เรียนรู้ผิดพลาด เพราะฉะนั้น สมมุติฐานในยุคใหม่มันเปลี่ยนไปมาก วิธีการทำงานในสังคมยุคปัจจุบันจึงกำลังมองหาอะไรที่คล่องตัว ปรับตัวเร็ว ทำอะไรได้หลายอย่าง ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือเราต้องปรับตัว



แม้ปัจจุบันงานหลายอย่างจะถูกเทคโนโลยีดิสทรัป (disrupt) แต่อย่าไปกลัวว่ามันจะมาทำลายงาน เพราะมีงานศึกษาในต่างประเทศพบว่า เทคโนโลยีสามารถสร้างงานในเซกเตอร์ใหม่ๆ ได้ เช่น ภาคเกษตรกรรม สมัยก่อนต้องใช้คนจำนวนมาก แต่ต่อมาลดจำนวนคนลง ทว่าปริมาณไม่ได้น้อยลง แถมยังสร้างงานอื่นๆ มากมาย มีงานศึกษาต่างประเทศเช่นเดียวกันบอกว่าเทคโนโลยีจริงๆ แล้วสร้างงานถึง 19,263 งาน แต่ทำลายงานที่เอไอทำแทนได้หรือหุ่นยนต์ทำแทนได้แค่ 3,500 กว่างานเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะขยับตัวเองไปจุดที่มันมีงาน มันก็เป็นความท้าทาย

นอกจากนี้ยังมีงานศึกษาที่ระบุว่า งานที่น่าจะอยู่รอดปลอดภัยในอนาคต โดยเฉพาะในเซกเตอร์ที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ได้แก่ งานประเภทงานบริการลูกค้า หรือ customer interaction ต่างๆ หรืออาชีพดูแลผู้สูงอายุ พร้อมกันนี้ในงานศึกษายังระบุถึงประเทศไทยด้วยว่า คนที่จะถูกดิสทรัปมากที่สุดคือคนอายุช่วง 40-50 ปี เพราะคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ยังมีทักษะในการเรียนรู้ใหม่ได้อยู่ แต่หากอายุ 50-60 ปีขึ้นไป เขาเรียกว่ามีพอร์ตโฟลิโอดี จึงเอาตัวรอดได้



ฉะนั้นคนอายุตรงกลางจะลำบาก ทุกวันนี้เรากำลังอยู่ในยุค Future of Job ที่มี 4 เรื่องคือ ง่ายขึ้น, เร็วขึ้น, ฉลาดขึ้น, และ (ต้นทุน) ถูกลง ประเด็นสำคัญคือเราจะปรับตัวอยู่อย่างไร ซึ่งมีทางเลือกอยู่ 4 ทางคือ 1.เข้าใจจังหวะว่าโลกกำลังหมุนแบบไหนแล้วหมุนตาม 2.บอกทุกคนในโลกให้หมุนช้าลง เพื่อตัวเราจะได้ปรับตัวทัน 3.เปรียบเทียบกับคนอื่นที่ยังด้อยพัฒนากว่าเรา 4.อยู่เฉยๆ ไม่ต้องปรับตัวทำอะไรเลย

“นี่ยกตัวอย่างแค่น้ำจิ้ม แต่คงจะเห็นแล้วว่าโลกในอนาคตนั้นท้าทายจริงๆ คนที่ปรับตัวเองได้เท่านั้นจึงจะอยู่รอดเหมือนคำคมที่ว่า “เราสามารถปรับใบเรือเพื่อจะให้ไปถึงเป้าหมายได้ แต่เราเปลี่ยนกระแสลมไม่ได้ เราต้องปรับที่ตัวเรา”
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
ขอบคถณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 142