อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มีนาคม 2562

ไหว้พระขอพรรับปีใหม่ 12 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์''เมืองห้ามพลาด''

ใกล้ช่วงปีใหม่แล้ว นอกจากการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในช่วงวันหยุดยาว การทำบุญไหว้พระขอพรรับก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆ หลายคนไม่เคยพลาดทำกันเป็นประจำทุกปี อาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00 น.


สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ แล้วมองหาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับทำบุญไหว้พระของพรเอาฤกษ์เอาชัยให้มีความสุขสบายใจตลอดปี เว็บไซต์เมืองต้องห้ามพลาด https://www.citieshiddengemsthailand.com/ มีวัดสวยๆ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด มาแนะนำเพื่อนๆ กัน มาดูว่ามีที่ไหนน่าสนใจตามไปกันบ้าง


 
1.วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสวยแห่งเมืองเหนือ สร้างในสมัยพระนางจามเทวี องค์พระธาตุลำปางหลวงบุด้วยทองจังโก้อย่างงดงาม เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลูด้วย นอกจากได้สักการะองค์พระธาตุ พระเจ้าล้านทอง พระแก้วดอนเต้า ความงามของไม้แกะสลักที่วิหารหลวง รวมทั้งภาพจิตรกรรมที่วิหารน้ำแต้ม ก็ถือเป็นมรดกศิลปะล้านนาที่ล้ำค่า น่าชมเป็นอย่างยิ่ง
ที่ตั้ง : ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง   เวลาเปิด-ปิด : 07:30-17:00 น. ทุกวัน


 
2.วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาราม เป็นอีกหนึ่งวัดสวยและศักดิ์สิทธิ์ในเมืองลำปางที่ห้ามพลาดไปไหว้พระขอพร ตามตำนานเล่าว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ดินของนางสุชาดา ผู้ค้นพบแก้วมรกตในแตงโมและได้นำไปแกะสลักเป็น พระแก้วดอนเต้า ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวังด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีทั้งพระบรมธาตุดอนเต้า วิหารศิลปะพระเจ้าทองทิพย์ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะวัตถุโบราณที่ล้ำค่า
ที่ตั้ง : ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง  เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

 

3. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว มาเที่ยวเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ต้องไม่พลาดแวะมาชมความงดงามของ พระธาตุผาซ่อนแก้ว เจดีย์สีเหลืองทองอร่ามที่เห็นโดดเด่นจับตามาแต่ไกล พร้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต บรรยากาศภายรอบๆ วัดโอบรอบด้วยขุนเขาเขียวจี และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่ข้างบนด้วย ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคนได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้าและลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา เชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีผู้มีจิตศรัทธาจากทุกแห่งหนหลั่งไหลกันเข้ามาอบรมภาวนาในแนวสติปัฎฐานสี่ แห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ากันอย่างต่อเนื่อง
ที่ตั้ง : เลขที่ 95 หมู่ 7 บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน  


 

4. วัดพระธาตุแช่แห้ง ที่ตั้งองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของชาวน่าน  โดดเด่นด้วยสีทองสุกปลั่ง และสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เนื่ององค์พระธาตุแช่แห้งประดิษฐานอยู่บนเนินเขา องค์พระธาตุมีรูปแบบศิลปะล้านนา ฐานเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกันขึ้นไปจนสูง ใช้แผ่นทองเหลืองบุรอบฐาน แล้วลงรักปิดทอง จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง ทั้งนี้ พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป "ชุธาตุ" หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
ที่ตั้ง : หมู่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 
 

 

5.  วัดพระธาตุช้างค้ำ ไม่ไกลจากวัดภูมินทร์ เพียงข้ามสี่แยกไฟแดง จะพบกับวัดหลวงอีกแห่งของเมืองน่านที่โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงลังกาล้อมรอบฐานด้วยรูปปั้นช้าง ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อมที่สุโขทัย ภายในพระวิหารประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี อายุราวสมัยสุโขทัยตอนปลาย รวมทั้งองค์พระประธานขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสน ก็งดงามน่าชมเช่นกัน  
ที่ตั้ง : ถ.สุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน  เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน


 
6.วัดภูมินทร์ มาถึงจังหวัดน่านทั้งที คงจะแปลกถ้าไม่แวะเที่ยวชมและสักการะวัดคู่เมืองน่านอายุกว่า 400 ปีแห่งนี้ ภายในพระวิหารทรงจตุรมุขที่ประหนึ่งตั้งอยู่บนหลังพญานาค โดดเด่นงดงามด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงวิถีชีวิตชาวน่านราวสมัยรัชกาลที่ 4-5 โดยเฉพาะภาพปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก กลางพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ สีทองอร่ามงดงามอย่างยิ่ง
ที่ตั้ง : ถ.สุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน  เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน 


 
7.วัดเนรมิตวิปัสสนา วัดนี้ห่างจากวัดพระธาตุศรีสองรักมาไม่ไกล โดดเด่นด้วยพระอุโบสถที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยศิลาแลง แถมยังเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทยด้วย ภายในประดับจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม รวมทั้งประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อพระมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ พระผู้ก่อตั้งวัด ส่วนบริเวณโดยรอบวัดก็ร่มรื่นไปด้วยสวนและต้นไม้ใหญ่
ที่ตั้ง : บ้านหัวนายูง ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน


 
8.วัดพระธาตุศรีสองรัก สร้างตั้งแต่สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต เพื่อเป็นสักขีพยานแสดงความสัมพันธ์อันดี และจะไม่รุกรานระหว่างกัน โดยในเดือน 6 ของทุกปี หรือประมาณปลายเดือนเมษายน จะมีประเพณีล้างพระธาตุซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานถึง 400 ปีเลยทีเดียว 
ที่ตั้ง : ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย  เวลาเปิด-ปิด : 07:00-16:00 น. ทุกวัน


 

9.วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาบนดินแดนแถบนี้มานานนับพันปี ใครที่มาเยือนเมืองนคร ควรแวะมาสักการะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรตามพรลิงก์แห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนในช่วงวันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชาจะมีประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งชาวพุทธจะมาร่วมงานกันเนืองแน่นทุกปี  
ที่ตั้ง : ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช  เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน


 
10.วัดธาตุน้อย หรือคนนครเรียก วัดพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ซึ่งท่านเป็นพระนักพัฒนาที่ชาวบ้านให้ความเคารพเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง ภายในวัดโดดเด่นด้วยองค์พระธาตุน้อย ซึ่งสร้างตามแบบพระบรมธาตุในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยพ่อท่านคล้ายตั้งใจให้มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ และสรีระของพ่อท่านคล้ายที่แข็งเป็นหินให้กราบสักการะด้วย
ที่ตั้ง : ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน


 
11.วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือ วัดบ้านแหลม มาสักการะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสมุทรสงคราม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง มีความสูง 167 ซม. เชื่อว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยสุโขทัย-อยุธยาตอนต้น นักท่องเที่ยวสวนใหญ่เข้ามากราบไหว้ขอพร พร้อมปิดทอง หลวงพ่อแหลม เพราะเชื่อในความเป็นสิริมงคลหรือหากอธิษฐานเรื่องใดก็จะประสบความสำเร็จดังที่คาดหวังไว้ ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูป พระเครื่องสมัยต่าง ๆ และของโบราณให้ผู้สนใจได้เยี่ยม ใครมีโอกาสมาเยือนที่สมุทรสงครามต้องไม่พลาดแวะมาเสิรมมงคลที่วัดนี้กันด้วย
ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.30 น.


 
12. วัดบางกุ้ง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นภาพของพระอุโบสถถูกต้นไทรโอบกอด ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์มาแล้ว ความรู้สึกของทุกคนก็น่าจะเหมือนๆ กันที่ว่าทึ่งสุด ๆ กับความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ ตัวโบสถ์นั้นมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาเพราะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาเลยทีเดียว ซึ่งชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกก็คือ โบสถ์หลวงพ่อดำ ปกคลุมโบสถ์ไปด้วยต้นไม้ถึง 4 ชนิด คือ ต้นโพธิ์, ต้นไทร, ต้นกร่าง นอกจากพื้นที่ในวัดจะเป็นที่ตั้งของโบสถ์สุดอันซีนแล้ว ยังมีสวนสัตว์ที่คนเลี้ยงไม่ไหวและเอามาบริจาค สามารถเดินทางไปเที่ยวพร้อมกับบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนซ่อมบำรุงวัดได้เช่นกัน
ที่ตั้ง : ต.บางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.30 น.
 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: เว็บไซต์เมืองต้องห้ามพลาด

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.88K