อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

คุยกับ'เชฟKC'วัย8ขวบ ทุกเมนูมีแต่รอยยิ้ม

สัปดาห์นี้ ไปคุยกับ “เชฟ KC” เด็กผู้เข้าแข่งขันรายการทำอาหาร อายุเพียง 8 ขวบ หลายเมนูถูกเลือกให้เป็นจานเด่นหลายครั้งจนน่าทึ่ง จันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ช่วงกลางปีมีข้อความทางไลน์ของกลุ่มผู้ปกครองที่ลูกๆ เรียนกอล์ฟด้วยกันว่า “น้องกองเงินขอหยุดการเรียนกอล์ฟสักพักนะครับ เพราะต้องเตรียมตัวไปแข่งขันในรายการทำอาหาร” ช่วงเดือนส.ค. คุณพ่อก็ได้ส่งลิงก์การแข่งขันครั้งแรกมาให้ได้ดู หลังจากนั้นครอบครัวผมก็ติดรายการนี้งอมแงม วันอาทิตย์ เวลา 18.20 น. ต้องรอเปิดช่อง 7 ดูเด็กๆ แข่งขันทำอาหาร เพราะจะรอเชียร์น้องกองเงิน แต่พอดูๆ ไปเชฟตัวจิ๋วคนอื่นก็เก่งไม่แพ้กัน แถมบุคลิกของเด็กแต่ละคนก็น่ารักมากๆ

ผมมีโอกาสได้นัดคุยกับ พ่อต่อ (คุณวันเฉลิม ชาญวิเศษ) แม่เปิ้ล (เกษราภรณ์ พัฒนประสิทธิ์ชัย) และน้องกองเงิน ที่ร้านจิตรโภชนา พาร์ค ดอนเมือง และได้นั่งสัมภาษณ์ในสตูดิโอเล็กๆ ของเชฟ KC ที่ไว้ฝึกฝีมือก่อนไปแข่ง ผมอยากรู้ว่าเชฟตัวน้อย ที่ร้องไห้เกือบทุกตอน แต่สุดท้ายทำอาหารได้ยอดเยี่ยม มีความรักทางด้านนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร



ทำไมถึงชื่อ KC
น้าเมฆ : ทำไมในรายการถึงเรียก KC ล่ะครับ ปกติก็เรียก “กองเงิน” นี่ครับ
แม่เปิ้ล : KC เรียกตาม Teacher ที่โรงเรียนค่ะ เพราะกองเงินเรียนอินเตอร์ Teacher ออกเสียงกองเงินลำบาก เลยเรียก KC ซึ่งมาจากอักษรแรกของชื่อและนามสกุล Kongngern Charnvises
น้าเมฆ : ผมจำได้ว่า KC เคยเรียนโรงเรียนไทยมาก่อน แล้วทำไมถึงย้ายไปโรงเรียนอินเตอร์ล่ะครับ
แม่เปิ้ล : KC เรียนโรงเรียนไทยมาตั้งแต่อนุบาล แล้วก็เข้าป.1 ที่โรงเรียนไทย ข้อดีของคือมีมารยาท มีสัมมาคารวะ มีระเบียบวินัย แต่เราสังเกตว่าลูกชอบการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีความคิดเป็นของตัวเอง พอดีว่าได้ไปดูที่โรงเรียนอินเตอร์ที่ร่วมฤดี RIS เขาให้เด็กๆ ได้คิด ตั้งคำถาม ฟังความคิดเห็น ทำอะไรเอง ระบบการเรียนคู่ไปกับเทคโนโลยีทันสมัย เลยถูกใจตรงนี้ แต่เรื่องความน่ารักแบบไทยๆ ก็ลดลงบ้าง
KC : ผมพูด “ครับ” น้อยลง เวลาผมเรียนที่นี่
น้าเมฆ : แสดงว่ารู้ตัวนะเนี่ย...นอกเหนือจากการเรียนแล้ว มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นหลังเลิกเรียนเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับ โรงเรียน KC เลิกกี่โมงครับ
KC : 14.45 น. ครับ
น้าเมฆ : มิน่าเราถึงได้เจอกันตอนตีกอล์ฟหลังเลิกเรียน (หันไปถามคุณพ่อ) แสดงว่าได้ทำกิจกรรมอย่างอื่น รวมถึงฝึกทำอาหารด้วยใช่ไหมครับ
พ่อต่อ : เรื่องทำอาหารไม่ได้ทำเลยครับ เพราะตอนนั้นเขาสนใจอย่างอื่น
แม่เปิ้ล : หลังเลิกเรียน KC จะไปเรียนกอล์ฟกับเรียนร้องเพลงค่ะ ส่วนทำอาหารไปเรียนเพิ่มเสาร์-อาทิตย์
น้าเมฆ : แล้วเริ่มสนใจทำอาหารตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่าครับ
พ่อต่อ : เรียนทำอาหารก็จริงครับ แต่เขาไม่ได้จริงจังมาก แต่เราดูก็รู้ว่า เขาชอบดูรายการทำอาหาร รีวิวอาหาร บ้านผมปล่อยให้ใช้ไอแพดนะครับ แต่ KC เป็นเด็กที่แปลก เขาไม่เล่นเกมเลย ROV ก็ไม่เล่น ที่บ้านมี Play Station ก็ไม่เล่น แต่เขาชอบดูพวก youtube ที่เป็นรายการทำอาหารทั้งต่างประเทศและของบ้านเรา นอกนั้นก็จะดูรายการท่องเที่ยว อย่างเช่น ข้อมูลเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกับ Disney Cruise นี่ก็ชอบมาก เขาจะดูวนสลับไปมา ซึ่งเมื่อเราพิจารณาเนื้อหาแล้ว เห็นว่าโอเค จึงอนุญาตให้ดูได้



เริ่มลงแข่งรายการทำอาหารได้อย่างไร

น้าเมฆ : น้อง KC เริ่มต้นเรียนทำอาหารจริงจังตอนไหนครับ
พ่อต่อ : วันหนึ่งเขาไปดูรายการแข่งทำอาหารในประเทศ แล้วมีโฆษณาขึ้นมาว่าเปิดรับสมัครเด็กลงแข่ง เราเลยลองส่งคลิปเดโม่การทำอาหารของ KC ไปทางรายการ
น้าเมฆ : ตอนนั้นทำเมนูอะไรส่งไปให้เขาดูครับ
พ่อต่อ : ตอนแรกทำเมนูต้มยำกุ้ง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ทีมงานเห็นการตัดการหั่นมีหน่วยก้านดี และคล่องแคล่วกว่าเด็ก 8 ขวบด้วยกัน เลยขอให้ส่งคลิปเพิ่มอีกหลายเมนูทั้งคาวหวานเลยครับ เช่น สเต็กฟิเลมิยองและเครมบรูเล่
แม่เปิ้ล : จนสุดท้ายทีมงานสนใจขอโฟนอินเข้ามาคุย เขาก็ถาม KC ว่าเคยดูรายการไหม ชอบเชฟคนไหนมากที่สุด KC เขาบอกว่าดู และชอบเชฟ Gordon Ramsey มากที่สุด
น้าเมฆ : อ้าว ตอบในเวอร์ชั่นต่างประเทศซะด้วย
แม่เปิ้ล : คราวนี้ทีมงานเลยถามว่า แล้วรายการในประเทศไทยเคยดูไหม KC ก็บอกว่าเคย ทีมงานเลยถามต่อว่า KC ชอบเชฟคนไหนมากที่สุด KC เลยถามกลับว่า หมายถึงเชฟที่มาแข่งขัน หรือเชฟที่มาเป็นกรรมการ ทีมงานเลยขอทั้ง 2 แบบเลย KC บอกว่าถ้าเป็นเชฟที่แข่งขันชื่อ “พี่ลัท” ที่ได้รองแชมป์ แต่ถ้าเป็นเชฟที่เป็นกรรมการ KC ชอบ “เชฟป้อม” ที่สุด
น้าเมฆ : อ้าว น้าเมฆนึกว่าชอบเชฟเอียน เพราะเห็นว่า KC ชอบทำอาหารฝรั่ง ไม่นึกว่า KC จะชอบเชฟอาหารไทยนะครับ
KC : ผมว่าเชฟป้อมเป็นเชฟที่ดุดีครับ (หัวเราะ)
น้าเมฆ : หลังจากสมัครแล้วใช้เวลาเตรียมตัวนานไหมครับ ต้องฝึกกี่วันต่อสัปดาห์ครับ
พ่อต่อ : หลังจากเขาสมัครไปแข่ง เราเลยบอกว่าถ้าจะไปแข่งก็ต้องฝึกให้จริงจัง ผมเปลี่ยนห้องนี้จากห้องเก็บของให้กลายเป็นสตูดิโอทำอาหาร ให้เชฟมาร์คที่เป็นเชฟอาหารตะวันตกประจำร้านมาสอนเบสิคและแนวคิดการทำอาหารให้ใหม่ทั้งหมด เรียกว่าคนนี้เป็น Jedi Master ของ KC” ถ้าวันไหนจะฝึกทำอาหารไทย ก็ให้ไปเข้าที่ครัวไทย และถ้าจะฝึกทำขนม เราก็มีส่วนที่เป็น Pastry ด้วย ก็ฝึกเกือบทุกวันหลังเลิกเรียน ทางรายการให้ KC ไปรอบคัดเลือกจาก 80 คนให้นำเมนูไปโชว์และพูดคุยประมาณ 5 นาที ยังไม่ได้ทำอาหารจริงๆ จนรายการเชิญให้ไปออกรายการทำอาหารจริงๆ 60 นาทีที่สตูดิโอแถวรัชดาฯ เพื่อคัดจาก 40 คน เหลือเพียง 26 คน วันนั้นมี ม.ล.ภาสันต์และโปรดิวเซอร์เป็นกรรมการ ตั้งแต่เริ่มสมัครเมื่อเดือนพ.ค. จนได้เข้าไปทำอาหารที่สตูดิโอในรายการเป็นช่วงเดือนส.ค. ก็ราวๆ 3 เดือนกว่าๆ ครับ
น้าเมฆ : น้าเมฆดูตั้งแต่การแข่งครั้งแรก ทำไมถึงร้องไห้ทุกครั้งเลยล่ะครับ ตอนไปตีกอล์ฟ ไม่เคยเห็นร้องไห้เลยนี่
KC : มันกดดันครับ ผมกลัวทำไม่ทัน กลัวทำไม่ได้อย่างที่คิดไว้
พ่อต่อ : KC เขาเป็นประเภท Perfectionist เมื่อตั้งใจแล้วต้องทำออกมาให้ดี แต่สำหรับพ่อแม่ จากรอบ 40 คน เหลือ 26 คน (ชาย 13 หญิง 13) แค่ผ่านรอบนั้น เราก็ถือว่าเขาประสบความสำเร็จ เพราะเรารู้ดีว่าลูกเราอายุยังน้อย เลยบอกเขาว่าถ้าผ่านรอบนี้จะให้รางวัล...จริงๆ KC เขาอยากเข้าไปเห็นสถานที่แข่งขันของจริง ว่าจะเหมือนในจอทีวีที่เขาดูหรือเปล่า ซึ่งทางรายการก็ทำสถานที่อลังการมากไม่ต่างจากเมืองนอกเลยครับ
แม่เปิ้ล : KC อินกับการทำอาหารมาก เขาเริ่มกลัวตั้งแต่เข้ารอบ 40 คน และในการแข่งขัน ทางรายการไม่ได้ให้พ่อแม่เข้าไปด้วย ดูภาพมอนิเตอร์การแข่งขันยังไม่ได้เลย ต้องแอบฟังจากที่รถ OB เพราะฉะนั้นเราไปให้กำลังใจกับลูกไม่ได้ เขาต้องทำด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กเล็กจะควบคุมความกดดันได้ไม่เท่าเด็กโตค่ะ
น้าเมฆ : แต่ข้อดีของ KC ก็คือ จะร้องไห้ยังไง แต่เมนูก็ทำออกมาดีทุกครั้งเลย แล้วเมนูที่ทำทั้งหมดในรายการ เมนูไหนที่ KC คิดว่าทำยากที่สุดครับ
KC : เริ่มผมทำหอยโฮตาเตะ ริซอตโต้ Coq au Vin คัพเค้ก น้ำพริกอ่อง แล้วก็มีเมนูที่เป็น Team Challenge อีก 2 เมนูครับ ที่ผมคิดว่ายากที่สุดน่าจะเป็น Coq au Vin เพราะว่าผมต้องใช้หม้อแรงดัน ที่ต้องจับเวลาดีๆ ไม่งั้นเนื้อจระเข้จะไม่เปื่อยครับ
น้าเมฆ : แต่จานนี้ก็ได้รับเลือกว่าทำได้ดีที่สุดในช่วง Invention Test
KC (ยิ้ม) : ผมจะสอนพี่แทน (ลูกชายน้าเมฆ) ทำในวันนี้ด้วยครับ
น้าเมฆ : โอ้โห แล้วใช้เนื้อจระเข้ด้วยไหมครับ
KC : ใช้เนื้อไก่ครับ สูตรต้นตำรับต้องเป็นเนื้อไก่ครับ
น้าเมฆ : ถามถึงเพื่อนๆ ในรายการดีกว่า KC สนิทกับใครมากที่สุด ทั้งชายและหญิง น้าเมฆเห็นแต่ละคนคาแรกเตอร์ไม่ซ้ำกันเลย
KC : ถ้าเป็นผู้ชาย ผมจะสนิทกับซีนายครับ เราอายุใกล้กัน ซีนายน่ารัก คุยสนุก และตลกมากครับ
น้าเมฆ : แล้วถ้าเป็นผู้หญิงล่ะครับ (ผมรู้ตั้งแต่ในรายการแล้ว แต่อยากได้ยินจากปากเจ้าตัวครับ)
KC : แพทตี้ครับ เขาเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก คุยเก่ง ทำอาหารเก่ง เราคุยกันมาตั้งแต่รอบ Audition แล้วยืนข้างๆ กัน แล้วก็เข้ารอบมาด้วยกัน แพทตี้น่ารักมากครับ
น้าเมฆ : มิน่าถึงถูกล้อในรายการ
แม่เปิ้ล (กระซิบ) : อันนี้ชอบจริงค่ะไม่ได้แค่ล้อ
น้าเมฆ : แล้วพี่ที่โตกว่าล่ะครับ KC ชอบใครบ้าง
KC : ผมชอบพี่เซนและพี่จัสมิน เพราะคุยแล้วถูกคอครับ
น้าเมฆ (หันไปถามคุณพ่อ) : อย่างที่หลายคนเสียดาย...KC ขอถอนตัวก่อนรายการจะจบ
พ่อต่อ : เป็นปัญหาด้านสุขภาพของลูกด้วยครับ เพราะเด็กที่ต้องถ่ายทำรายการ นอกจากจะเก่งแล้วต้องอึดมาก ซึ่งมันมีวันที่เราต้องถ่าย แต่ลูกเราป่วยและไปถ่ายไม่ไหวครับ ทางผมเลยคิดว่าเพื่อไม่ให้ทางรายการและผู้ร่วมเข้าแข่งขันติดปัญหา เราเลยขอถอนตัวครับ
แม่เปิ้ล : เพราะในทีวีเราจะเห็นกรรมการชิมแค่บางคน หรือบางคนพูดแค่ประโยคเดียว แต่การถ่ายทำจริงๆ กรรมการชิมและวิจารณ์ทุกคน ยิ่งมีเมนูมาก ก็จะคูณจำนวนเด็กและการชิมของกรรมการ 3 คนเข้าไป
พ่อต่อ : แม้เราจะเสียดาย แต่เราคุยกับลูกแล้ว เขาก็ยอมรับตรงนี้



อนาคตข้างหน้าของเชฟ KC
น้าเมฆ : หลังจากจบการแข่งขันทำอาหารไปแล้ว KC อยากจะทำอะไรเกี่ยวกับอาหารต่อไป จะมาเป็นเชฟที่ร้านจิตรโภชนาต่อ หรืออยากจะมีร้านเป็นของตัวเอง หรืออยากเป็นมิชลินสตาร์เชฟ
KC : ผมจะฝึกทำอาหารต่อไปและเป็นเชฟที่นี่ แต่หลังจากนั้นผมจะมีร้านอาหารของตัวเองครับ
พ่อต่อ : จริงๆ พ่อแม่ไม่เคยบอกเขาเลยว่า เขาต้องมาในเส้นทางนี้ เพราะผมอยู่กับธุรกิจร้านอาหารมาตลอด รู้ดีว่ามันเหนื่อย สัปดาห์หนึ่งทำงาน 6 วันบางที 7 วัน ต้องมาคนแรกกลับเป็นคนสุดท้าย จะไปไหนทีก็ห่วงร้าน แม้ผมจะพาลูกมาร้านบ่อยๆ แต่ไม่เคยให้เขาเข้าไปในครัวเลย แต่เขากลับชอบของเขาเอง ผมว่าบางที Something happens for a reason นะ เราไม่เคยเห็นศักยภาพของ KC ในด้านนี้เลยจนเขาเข้าแข่งในรายการ KC ทำให้ร้านอาหารเปลี่ยนไปในทางที่ดี
KC : ถ้า KC มาทำงานที่ร้านจิตรโภชนา จะถือว่าเขาเป็นรุ่นที่เท่าไหร่ครับ
พ่อต่อ : รุ่นที่ 4 ครับ เริ่มมาจากรุ่นคุณปู่ (มีตำราทำอาหารด้วย) รุ่นคุณพ่อถัดมา แล้วก็ผม KC จะเป็นรุ่นที่ 4 ครับ
น้าเมฆ : KC มีไอดอลที่นอกเหนือจากเชฟ Gordon Ramsey ไหมครับ ที่อายุน้อยๆ แล้วทำอาหารเก่งๆ
KC : ผมชอบอยู่ 2 คนคือ Flynn McGarry และ Logan เป็นแชมป์ในซีซั่น 2...ไอดอลคนแรก เชฟ Flynn เขาชอบอ่านตำราทำอาหารของ Thomas Keller ตั้งแต่เด็ก เชฟ Flynn มีร้านอาหารของตัวเองตั้งแต่อายุ 11 ที่นิวยอร์ก มีเชฟดังๆ มากินที่ร้านเขาและชื่นชอบมากครับ ตอนเด็กๆ เชฟ Flynn จะเข้าครัวทำอาหาร แล้วไล่คุณแม่ของเขาให้ออกไปจากครัว เหมือนที่ผมทำกับแม่ผมเลย
แม่เปิ้ลหัวเราะ : จริงๆ เราเป็นห่วง เพราะในครัวมีทั้งมีด ของมีคม น้ำร้อน แต่เขาบอกเขาดูแลตัวเองได้ในนี้
KC : อีกคนคือ Logan เป็นแชมป์ซีซั่น 2 ของ USA เขามีคาแรกเตอร์ที่ดี แล้วเขาก็ผูกหูกระต่ายเหมือนผม
(ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน)
น้าเมฆ : ใช่ๆ แล้วหูกระต่ายนี่ KC แต่งจากบ้านไปแข่งเลยเหรอ ใครเป็นคนคิด คุณแม่หรือเปล่าครับ
KC : ไม่ครับ ทางรายการเตรียมให้หมดครับ เขาจะดูคาแรกเตอร์ของเด็กแต่ละคน ทีมงานเลือกหูกระต่ายให้กับผม แล้วผมก็ชอบด้วยครับ



เชฟ KC สอนทำอาหาร
น้าเมฆ : วันนี้ KC จะมาสอนพี่แทนทำเมนูชื่ออะไรนะครับ
KC : Coq au Vin ครับ เป็นอาหารฝรั่งเศส แปลว่า ไก่ตุ๋นไวน์แดงครับ เริ่มจากนำไก่มาสับ แล้วผัดรวมกับผักชนิดต่างๆ การผัดไก่จะให้สีที่สวยและหนังกรอบ หลังจากนั้นจะนำไก่ไปใส่ในหม้อแรงดัน ปกติถ้าตุ๋นแบบปกติจะใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง แต่การใช้หม้อแรงดันจะลดระยะเวลาเหลือแค่ครึ่งชั่วโมงและเนื้อที่ได้จะนุ่มมากๆ ผมจะนำมันฝรั่งและแครอตไปอบกับเนย ส่วนซอสจะทำจากไวน์แดง เคี่ยวและรอจนงวด หลังจากนั้นจะผัดเห็ดไว้กินแกล้มกับจานหลัก สุดท้ายผมจะสอนพี่แทนตกแต่งจานก่อนนำไปเสิร์ฟด้วยครับ

ผมดูเชฟ KC สอนลูกชายผมราวกับเชฟดังในทีวี เขามีมาดส่วนตัว เช่น ยืนดูห่างๆ แล้วเข้ามาดูใกล้ๆ สอนการวางมีดหลังจากหั่นเสร็จแล้ว ทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากทำงานเสร็จเหมือนกับที่เชฟมาร์คเคยสอนเขามา เชฟ KC จะวาดรูปแบบ Flow Chart ไล่ทีละขั้นตอนให้คนทำตามได้ง่าย

ตอนแรกเชฟ KC สอนลูกชายผมเป็นภาษาไทย แต่สอนไปสอนมา กลายเป็นสอนด้วยภาษาอังกฤษสำเนียง British (ราวกับฟังเชฟ Gordon Ramsey) ที่ผมชอบมากๆ คือ เชฟ KC เขาจะถ่ายทอดเทคนิคที่เขาเรียนรู้มาให้กับคนที่มาเรียนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นสูตรอาหารหรือเรื่องของความปลอดภัย เช่น ลูกชายผมสวมถุงมือ ยกกระทะที่ใช้อบมันฝรั่งและแครอตออกมาจากเตา นำมาวางพักไว้บนโต๊ะเพื่อรอขั้นตอนถัดไป เชฟ KC เลยนำแป้งมาโรยที่ปลายด้ามจับกระทะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในครัวรู้ว่านี่คือHot Handle” เพราะบางครั้งทำครัวรีบๆ ไม่ได้ใส่ถุงมือ ถ้าหันมาเจอสัญลักษณ์นี้จะได้ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

หลังจากนั้น เชฟ KC ได้สอนลูกผมทำอาหารอีกหนึ่งเมนู นั่นก็คือSalmon Steak and Scallop Wasabi Sabayon” เพราะผมเอ่ยว่า “น้าเมฆตั้งใจจะมาถาม เชฟ KC นี่แหละว่า ทอดปลาแซลมอนอย่างไร ไม่ให้หนังปลาติดกระทะ” เชฟ KC ขอตอบใน VDO นี้ไปเลยนะครับ



ผมได้ชิมทั้ง 2 เมนู อร่อยแบบไม่อยากเชื่อว่านี่คือ ฝีมือของเชฟวัย 8 ขวบและผู้ช่วยวัย 11 ขวบ ทั้งสองคนทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีใครช่วยเลย...เชฟ KC ขอให้ผมจับขาไก่และฉีกกินแบบโจรสลัดให้ดูหน่อย “ได้สิครับ” ผมทำตาม เนื้อไก่นุ่ม กัดเข้าไปเนื้อหลุดจากกระดูกอย่างง่ายดายครับ ที่ผมชอบที่สุดคือ ซอสไวน์แดง มันเข้มข้น รสชาติกลมกล่อมมาก มันฝรั่งและแครอตที่อบก็กำลังดี ผมปาดกินซอสจนไม่เหลือเลยครับ

ส่วนอีกเมนู หอยโฮตาเตะเด้งและหวานมาก แซลมอนหนังกรอบ ผ่าออกมาเนื้อด้านในเป็นสีชมพู แสดงว่าสุกพอดี ที่เด็ดคือ Wasabi Sabayon ซึ่งเป็นซอสที่กินแล้วสดชื่นมาก มีกลิ่นวาซาบินิดๆ ครับ

ก่อนลากลับบ้าน ผมฝากบอกพ่อต่อและแม่เปิ้ลว่า ผมอยากเห็นเมนู Signature Dish ของเชฟ KC ไว้ประจำร้าน อาจจะมาแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ก็ได้ เปลี่ยนเดือนละครั้ง หรือไม่ก็ทำช่องสอนทำอาหารออนไลน์ ผมเชื่อว่ามีเด็กรุ่นใหม่ที่อยากทำอาหารและโตขึ้นอยากเป็นเชฟกันเยอะ ยิ่งเป็นเด็กสอนเด็กด้วยกัน ผมว่าเขาน่าจะมีภาษาที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย แถมยังน่าสนุกอีกด้วย ผมเองจะติดตามดูว่าเชฟ KC จะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต จะมีร้านอาหารของตัวเองได้หรือไม่ แต่สำหรับวันนี้ อร่อย อิ่ม ฟินทุกเมนูจริงๆ ครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 351