อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

ข่าวในสังคมวันนี้ บางมุมจากเรื่อง'นัท-ของขวัญ'

สัปดาห์นี้ยกเคสหนุ่มสายเปย์ ที่ทำให้รู้ว่า คนดีๆ เขาไม่ขอเงินคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน อย่าหวังหาความรักจากแอพหาคู่ ถ้ามีเงินเข้ามาให้ระวังไว้เลย พฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12.00 น.


เวลาไปไหนต่อไปเดี๋ยวนี้ถ้าบอกว่าเป็นคนทำงานสื่อ ก็มักจะมีความเห็นประมาณว่า “สื่อทำงานกันง่ายจัง” คือหลายสื่อก็ไม่ค่อยได้หยิบเรื่องอะไรเชิงนโยบายลึกๆ มาตีแผ่เท่าไหร่ แต่ไปเล่นข่าวในเชิงเรื่องความขัดแย้งของคน ยิ่งความขัดแย้งที่มีใครเอามาประจานบนอินเทอร์เน็ต สื่อยิ่งหยิบมาเล่น ขยายความเป็นเรื่องใหญ่ รายการทีวีหลายรายการเอาคู่กรณีมาออกให้ซัดกันสะใจชาวบ้านไปหมด

ปีนี้ก็มีข่าวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ในกระแสหลายข่าว ไอ้ที่ดังที่สุดก็น่าจะ  “ครูปรีชาหวย 30 ล้าน”  นี่แหละ ที่ไม่รู้จะจบยังไงดี แต่เรื่องมันขยายไปเรื่อยๆ เอาคนโน้นคนนี้มาสัมภาษณ์ ทั้งเจ๊คนขายลอตเตอรี่ กองเชียร์ครูปรีชา กองเชียร์ฝ่ายตรงข้าม แบบพวกกองเชียร์มาบางทีเราเห็นก็งงๆ ว่า “มาแล้วได้อะไร” คนดูก็แบ่งฝ่ายกันสนุกสนานว่าจะเชียร์ใคร ข่าวแบบนี้เขาเรียกว่า “ข่าวปิงปอง” คือโต้กันไปมารายวัน รอจนกว่าจะถึงบทสรุป



แล้วก็ยังมีข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งอื่นๆ ซึ่งอะไรที่มันเป็นข่าว มันก็ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่สื่อมวลชนจะเป็นคนลงพื้นที่แสวงหามานำเสนอ แต่เดี๋ยวนี้อาจเรียกได้ว่า “ประเด็นประเคนถึงที่” นื่องจากแค่เปิดโซเชียลฯ ดูว่าชาวเน็ตเขากำลังตามกระแสอะไรอยู่ สื่อมวลชนก็เข้าไปจับ เอามาขยายความจนปัญหาคลี่คลาย เพจเฟซบุ๊กที่สื่อชอบก็พวกที่เรียกว่า Dark knight คือ พวกที่เอาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมาขยายต่อ

แต่เรื่องความขัดแย้ง เรื่องข้อร้องเรียนอะไรต่างๆ ที่กลายเป็นข่าวบางครั้งก็คือ “ปัญหาสังคม” ที่ซุกซ่อนอยู่แต่คนไม่เคยคิด หรือไม่เคยเอามาเปิดเผย ดังเช่นกรณี หนุ่มสายเปย์ ที่โดนสาวแปลกหน้าหลอก

เรื่องมีอยู่ว่าหนุ่มรายหนึ่งชื่อ “นัท” บังเอิญไปพบสาวสวยทรงพริตตี้น่าจะในแอพพลิเคชันหาคู่บางแอพ แล้วถูกอกถูกใจนัดคุยกัน แต่ไปๆ มาๆ “น้องของขวัญ” เธอมีความจำเป็นทางการเงินถี่เหลือเกิน เดี๋ยวลืมเติมน้ำมันรถ เดี๋ยวมีปัญหาเรื่องครีมกวนเองแล้วขาย พ่อหนุ่มนัทก็แสนดีเห็นคนสวยเครียดก็อยากเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา วิธีง่ายๆ คือเครียดเรื่องเงินก็โอนเงินให้ น้องของขวัญเห็นว่าของมันได้มาง่ายก็ขอเรื่อยๆ



ขอไปขอมาเป็นน้ำบ่อทราย ความจำเป็นมาทีละนิด หนุ่มนัทก็ดีใจหายโอนไปเรื่อยๆ ด้วยความไว้ใจ จนวันหนึ่งหนุ่มนัททวงเงิน กลับติดต่อไม่ได้คราวนี้ก็เข้าใจแล้วว่า “มิจฉาชีพชัวร์” หนุ่มนัทเลยต้องไปแจ้งความ แล้วแชร์แชทที่คุยกันหว่าง 2 คนเป็นอุทธาหรณ์ให้สังคมฮือฮา และให้สังคมรับรู้กันไป ซึ่งเห็นว่าแค่ระยะเวลาไม่นานมีการแชร์ว่อนทั้งอินเทอร์เน็ต

ถามว่าเป็นเรื่องน่าอายไหม? ตอบว่าน่าอายมาก การที่แชทออกมาเผยแพร่มีแต่จะทำให้มีคนเย้ยหยันไยไพ ดูถูกว่าหนุ่มนัทเอาอะไรคิด แถมมีข้อความประเภทคนรอบตัวเตือนแล้วก็ยังไม่ค่อยจะฟัง แต่สังคมก็ควรต้องขอบคุณหนุ่มนัทที่ทำให้รู้ว่า “ทุกวันนี้เรื่องพรรค์นี้มันก็มีอยู่” และจะได้เป็นภูมิคุ้มกันกับใครต่อใครที่ทุกวันนี้ยังหวังจะหาความรักจากแอพหาคู่อยู่ ให้รู้ว่า “เมื่อไหร่ที่มีความจำเป็นทางการเงินมา ต้องระวัง”

คนเราเปย์ง่ายกับเพื่อนแปลกหน้าจริงหรือ? ตอบว่ามันก็ไม่จริงไปทั้งหมดหรอกมันแล้วแต่คน บางคนเขาก็ค่อนข้างระวังตัว พอเห็นอะไรแปลกๆ ก็เริ่มหนีแล้ว แต่บางครั้งมิจฉาชีพมาในลักษณะที่คาดไม่ถึง พูดดีเหมือนป้ายยาเหยื่อ กว่าจะรู้ก็ยอมควักเอาง่าย...หรือบางคนพอถึงเวลาตัวเองจะโดนเข้าจริงๆ ก็นึกไม่ออกทำอะไรไม่ถูกเสียเงินไปแล้ว





หรือบางทีไอ้ที่ชอบจะซื้อใจใคร มันก็มาจากความต้องการความสัมพันธ์ จะเป็นสัมพันธ์ชั่วคราวหรือหวังถึงตลอดไปก็แล้วแต่ เราต่างก็อยากโชว์ว่ามีความดีงามในบางอย่างเพื่อให้คนอื่นเข้ามาหา หรือสนิทใจจะคบด้วย (ก็มนุษย์เป็นสัตว์สังคม) เราก็ต้องทำตัวใจกว้าง แสดงน้ำใจให้ดูเป็นคนดึงดูด เป็นจุดสนใจ ถ้าใครเล่นเว็บบอร์ดสาธารณะ หรือ dating app ก็จะเห็นว่า บางที่ก็มีคนประเภททำตัวเป็น “พี่ใหญ่” ที่รู้จักทุกคนใจถึงพึ่งได้

การต้องการได้รับการยอมรับ ต้องการความสัมพันธ์ ทำให้เราอาจเปิดรับให้ใครเข้ามาโดยไม่คิดจะระวังตัว แต่มีคนว่าบางกรณีความใจกว้างเกิดขึ้นเพราะ “หวังฟัน” เพราะจะว่าไปคนเดี๋ยวนี้ก็ใช่ว่าจะได้กันยาก บางทีคุยกันในแอพแป๊บๆ ถูกอกถูกใจก็นัดเลย ยิ่งเห็นใครใช้รูปคนสวยแบบตัวขาวๆ หน้าแหลมๆ ตาโตๆ หน้าอกใหญ่ๆ มันเหมือนจะเป็นทรง “พิมพ์นิยม” อย่างว่าเรื่องเพศเป็นแรงจูงใจที่ดิบที่สุด ที่จะล่อให้คนทำอะไรก็ได้

ก่อนเรื่อง “นัท-ของขวัญ” ก็เคยมีข่าวลักษณะนี้ออกมาหลายรอบ ย้อนไปตั้งแต่ยุคโปรแกรม MSN ยังฮิต ก็เคยข่าวมี “สาวหวาน” ป่วยกระแสะเป็นนางเอกหนังเกาหลี ไปคุย ไปพร่ำบ่นกับหนุ่มเรื่องความโชคร้ายของตัวเอง ฝ่ายชายเกิดรักปนสงสารก็โอนเงินให้ โอนไปโอนมา ฝ่ายชายเขาก็ต้องหวังอยากเจอขอนัด ทางนี้ก็บ่ายเบี่ยง พอฝ่ายชายขึ้นเสียงใส่หน่อยก็ขึ้นเสียงกลับ “ไม่มั่นในในความรักของเราเหรอ” ถึงโกรธแต่ก็อ้อนขอเงินไปเรื่อย



คนที่คุยนานมันก็รู้สึกผูกพันกับภาพลมๆ แล้งๆ ที่ตัวเองสร้างขึ้น เมื่อตายังไม่สว่างก็ยังหลอกตัวเอง แต่ในที่สุดเกิดเหตุให้ฝ่ายชายคิดได้ พาตำรวจไปบุกบ้านฝ่ายหญิง “คนสวยอ่อนแอ” ในจินตนาการพังกลายเป็นสาวอ้วนดำหน้าสิวที่นั่งเล่นแชททั้งวันทั้งคืน และอยากบริหารเสน่ห์โดยการหลอกล่อผู้ชายไปเรื่อยๆ

แต่ฝ่ายเปย์ บางครั้งก็เขี้ยวลากไม่เบา บางทีก็อ่อยเหยื่อกันบ้างเล็กน้อยให้เห็นว่า “ป๋าทุ่ม” เพื่อขุดบ่อล่อปลา สักพักพอเหยื่อตายใจก็ล่อลวงมาทำมิดีมิร้าย และไม่ใช่ธรรมดาคือมีการแอบถ่ายคลิปเก็บไว้แบลกเมล์ คราวนี้ไม่ต้องเสียสักบาทได้จับไปถึงไหนๆ เรื่องนี้ก็เคยเป็นข่าวล่อลวงนักเรียนโรงเรียนชื่อดัง ที่ถูกแบลกเมล์จนทนไม่ไหวไปบอกผู้ปกครอง สุดท้ายเรื่องมันก็แดงขึ้นมา

ย้อนกลับไปที่กล่าวข้างต้น เรื่องการเสนอข่าวความขัดแย้ง เรื่องอะไรใกล้ตัวนี่แหละ ถ้าทำประเด็นให้คนเห็นความสำคัญของปัญหาได้ ให้มองลึกไปกว่าอารมณ์ตลกร้ายที่เกิดขึ้น มันก็พบว่า “บางปรากฏการณ์มันเป็นปัญหาจริงๆ” อย่างเรื่องนี้มันคือการที่เราเลือกจะเชื่อใจคนในอินเทอร์เน็ตง่ายเกินไป ซึ่งเอาจริงถึงหลอกกันด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ไม่เห็นหน้าค่าตา แต่เทคโนโลยียุคนี้มันก็แก้ปัญหานั้นได้แล้ว เจอใครมาคุยเหมือนสวย วีดิโอคอลไปสิ

และก็พึงระลึกไว้ว่า “คนดีๆ เขาไม่ยืมหรือขอเงินคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน” เจอกันผ่านแอพฯ บางทีมาแปลกๆ เข้ามาทักแล้วชวนทำบุญ ชวนบริจาคของก็มี เทคนิคและเหตุผลของมิจฉาชีพมันมีไปได้เรื่อยแหละ อย่าคิดจะเอาใจใครเพื่อให้ได้เป็นเพื่อนหรืออยู่ในสังคมเขา จนโดนเขา “หลอกแดก” เอาง่ายๆ.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 
ขอบคุณภาพจาก : @123 คนดีมีน้ำใจ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 95