อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

คนมันซวยถูกไล่ออกไร้งาน ซ้ำหมารุมกัด&มีหมายจับ

สัปดาห์นี้เมื่อชีวิตถึงคราวซวย จะมีอะไรฉุดดวงไว้ได้? หนุ่มดวงตกโดนหมารุมกัด หลังถูกไล่ออกเพราะพิษเศรษฐกิจ ถูกยึดบ้านแถมมีหมายจับติดตัว พุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น.


เรื่องมันเริ่มง่ายๆ เลยคือ กระทาชายคนหนึ่งดวงซวยสุดกู่ โดนสุนัขรุมกัดบาดเจ็บนอนโรงพยาบาล จังหวะโดนกัดนั้น มีคนเห็นเหตุการณ์นำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานาเรื่องเจ้าของสุนัข ที่ควรจะต้องรับผิดชอบในความผิดของสุนัข

ชายนอนโรงพยาบาลเพราะสุนัขกัด แต่อาการไม่สาหัส แพทย์รักษาไม่นานก็น่าจะหาย แต่เมื่อเป็นกระแสในอินเทอร์เน็ตแล้ว คนก็มาแสดงความคิดเห็น มีคนโพสต์เรื่องราวของกระทาชายคนนี้ที่พึ่งโดนไล่ออกจากบริษัทหลังจากทำงานมาได้ 5 ปี เพราะบริษัทแย่ตามสถานะทางเศรษฐกิจ

วันแรกที่โดนไล่ออกจากงานกลับมาที่หอพัก ก็โดนสุนัขหลายตัวเขม่นเหมือนนักเลงหน้าปากซอยเข้ารุมทำร้าย ชีวิตช่างน่าอับเฉายิ่งนัก มีคนแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ทำเอานักข่าวต้องไปไล่ล่าตามหาไปสัมภาษณ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งต่างดีใจได้ออกโทรทัศน์ เป็นดาราดัง 30 วินาทีก็ถือว่าคุ้มค่า เจ้าของสุนัขต้องออกข่าวพร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด



มีคนมาเยี่ยม ขนาดผู้กำกับการโรงพักในพื้นที่ยังต้องไปตามนายที่พาสื่อมวลชนยกโขยงกันไป

นายกำลังมาแรง ต้องตามหน่อย เดี๋ยวไม่ตามจะโดนเด้งไปไกล” ผู้กำกับกระซิบกับลูกน้อง

เมื่อผู้กำกับการไปตามนาย รองผู้กำกับการที่ครบวาระขึ้นผู้กำกับได้แล้ว ก็ต้องติดตามไปด้วย เผื่อหวังฟลุกได้ขึ้นผู้กำกับการเลยก็คงจะดี และจะให้ดีกว่านี้ถ้าจะได้ขึ้นเป็นผู้กำกับที่โรงพักแห่งนี้

เมื่อรองไปกัน สารวัตรก็ต้องไป และเมื่อสารวัตรไปกัน รองสารวัตรก็ต้องไปกันด้วย

ดังนั้นห้องสืบสวนจึงเหลือเพียง...สิบตำรวจเอก นั่งทำงานอยู่คนเดียว หลังรองสารวัตรให้เช็กพวกหมายจับ ซึ่งไม่ได้ทำกันง่ายๆ เช็กหมายจับนั้นมันไม่ยาก แต่จะจับคนที่มีหมายจับนั้นมันไม่ใช่เล่นๆ สิบตำรวจตรีนั่งทำงานเอกสารไป 1 ชม. ยังไม่มีใครกลับโรงพักมากัน



ด้วยความเบื่อผสมความเซ็งกลมกล่อมเป็นอย่างดี สิบตำรวจเอกนั่งเล่นมือถือดูไลน์ พักสายตาสักพัก ก่อนจะหันมามองหนังสือพิมพ์ที่นักข่าวสักคนมาแจกทิ้งไว้ที่ห้อง ด้วยความเวิ้นเว้อจึงหยิบหนังสือพิมพ์มานั่งอ่าน เห็นข่าวหนุ่มดวงซวยโดนหมารุมกัด แล้วแอบขำ “คนมันจะซวย”

ว่าแล้วก็เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา

บัตรประชาชนของสารวัตรเสียบคาเครื่องอ่านการ์ด สิบตำรวจเอกเข้าไปพิมพ์ข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ พิมพ์ชื่อหนุ่มดวงซวยไปกะขำๆ แต่ผลที่ได้มันไม่ขำด้วยนะสิ

ผ่านไป 2 วันหลังจากหนุ่มโดนสุนัขรุมกัดออกจากโรงพยาบาล กระแสข่าวเริ่มเงียบลง แต่นายยังจะอยากดูแลให้ดีที่สุด อยากให้นักข่าวมาทำข่าว ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะทำโครงการอะไรกับหนุ่มดวงซวยคนนี้ ก็นึกได้ว่าต้องถามรองผู้กำกับที่มาแนะนำดูแลเป็นอย่างดีกว่าเจ้าผู้กำกับเสียอีก

นายคิดถึงผู้กำกับโรงพักแล้วไม่ค่อยพอใจทำงานไม่ค่อยสนองนโยบาย มีโอกาสจะเตะไปให้ไกลสุดขอบฟ้าเลย ระหว่างนั้นก็เรียกรองผู้กำกับมาพูดคุยเรื่องการดูแลหนุ่มดวงซวย รองผู้กำกับลิงโลดความหวังจะได้ขึ้นผู้กำกับโรงพักสว่างวาบราวกับพระอาทิตย์ตอนเที่ยง

แต่พลันเมื่อผู้กำกับโรงพักโทรมารายงานข้อมูลให้กับนายอยู่ราว 5 นาที เมื่อวางสายนายก็บอกให้รองผู้กำกับโรงพักกลับไปเสีย พับเก็บโครงการไปก่อน พระอาทิตย์เลยแปรเปลี่ยนเป็นหลุมดำมืดเสียในฉับพลัน

เอ็งแน่ใจนะ!!” ผู้กำกับถามไปยังสิบตำรวจเอก และเหล่านักสืบของโรงพัก

แน่ใจครับนาย ดูสิครับหมายชัดขนาดนี้ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ของโรงพักต่างจังหวัด ผมถามพฤติการณ์ร้อยเวรที่ออกหมายแล้ว เป็นเรื่องวิวาท เมามีเรื่องในผับแล้วดันไปรุมกระทืบอีกฝ่ายจนน่วมเมื่อ 2 ปีก่อน”

ผู้กำกับการเกาหัว ก่อนพูดสั้นๆ ว่า “งั้นก็ไปจับเลย”

ไม่นานเกินรอหนุ่มดวงซวยก็ย้ายตัวเองจากห้องพักมาที่ห้องขังโรงพักแทน หลังสิบตำรวจเอกกดเช็กหมายจับหนุ่มดวงซวยปรากฏว่ามีหมายจับจากโรงพักต่างจังหวัด และเมื่อมีหมายจับตำรวจก็ต้องจับ เมื่อข่าวแพร่ออกไป หน่วยงานที่จะดูแลต่างเงียบเสียงไป นายที่อยากจะช่วยเหลือหนุ่มคนนี้ก็หายเข้ากลีบเมฆ



เอ็งโชคดีนะ ที่สมัยนี้เขาไม่เอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวแล้ว ไม่งั้นเอ็งจะซวยไปกว่านี้อีก”

หนุ่มดวงซวยนั่งหน้าเศร้ากับสิบตำรวจเอก ทุกอย่างดูแย่เวรกรรมไปหมด นี่ชีวิตมันทำไมซวยแบบนี้


เรื่องมันเกือบ 2 ปีมาแล้วครับ ไปเที่ยวต่างจังหวัด เมากันในผับนิดเดียวเอง ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้ว ไหงมันมีหมายมา บ้านผมก็โดนยึดไปแล้ว ต้องมาอยู่หอหมายเรียกคงไม่ไปถึง ชีวิตซวยจริงๆ เลย” หนุ่มครวญ

เอาน่า...” สิบตำรวจเอกตบไหล่หนุ่มดวงซวยเบาๆ “ค่อยไปประกันที่ศาล ค่อยสู้คดีกัน ผิดถูกว่าไปตามหลักฐาน” หนุ่มดวงซวยมองหน้าตำรวจ เหมือนจะถามว่า มาจับฉันทำไมกันขอรับ

เป็นตำรวจก็ต้องจับคน เอ็งมีหมายจับตำรวจก็ต้องจับ ถ้าไม่จับก็ไม่ควรเป็นตำรวจ” สิบตำรวจเอกบอกเรียบๆ หลังอ่านสายตาไอ้หนุ่มดวงซวยออก

ถือเสียว่าอันนี้อาจเป็นความซวยที่สุดของเอ็งแล้วกันนะ...ต่อจากนี้อาจจะมีอะไรดีๆ ขึ้นบ้างนะหนุ่ม” สิบตำรวจเอกปลอบใจหนุ่มดวงซวยระหว่างรอรถตำรวจจากโรงพักที่ออกหมายจับมารับตัวหนุ่มไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 97