อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

ชมวิวกระจกลอยฟ้า360องศา ที่"มหานคร สกายวอล์ค"

สัปดาห์นี้ใครอยากลองเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ บนตึกสูงที่มีลูกเล่นไฮไลท์ระดับโลก ลองขึ้นมาที่มหานคร สกายวอล์ค จันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น.


ผมได้รับเชิญขึ้นไปชมวิวชั้น 78 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้าสูงที่สุดของตึกคิง พาวเวอร์ มหานครในวันแรกที่เปิดตัว “มหานคร สกายวอล์ค” ผมไม่รอช้าครับ คว้าสูทสีน้ำเงินแล้วไปทันที

ด้วยความที่ผมเป็นเด็กเก่าเมืองชิคาโก เคยขึ้นทั้ง Willis Tower (ชื่อเดิม Sear Tower) ที่ทำเป็นห้องกระจกใสเล็กๆ ยื่นออกไปเรียกว่า Skydeck และผมเคยขึ้นตึก John Hancock Tower ที่ด้านบนมีห้องให้สัมผัสบรรยากาศด้านนอก (ถ้าไปหน้าหนาวนะคุณเอ๊ย สั่นพั่บๆๆ รีบขอออกเลย) ผมก็อยากดูเหมือนกันว่าที่ Mahanakorn Skywalk จะมีลูกเล่นหรือไฮไลท์อะไรไม่ให้แพ้ตึกระดับโลก

ขอไล่จากชั้นล่างไปสู่ชั้นบนสุด ดังนี้ครับ

- เมื่อไปถึงชั้น 1 จะเป็นล็อบบี้ และเป็นจุดจำหน่ายบัตร ซึ่งบัตรเข้าชมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ จุดชมวิวภายในอาคาร (ชั้น 74) ผู้ใหญ่ 850 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปีและผู้สูงอายุเกิน 60 ปี 250 บาท อีกประเภทคือ จุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) ผู้ใหญ่ 1,050 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปีและผู้สูงอายุเกิน 60 ปี 450 บาท เปิดตั้งแต่ 10:00 – 24:00 น (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 23:00 น)
 
- ราคาโปรโมชั่นนี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2562 บัตรเข้าชุมจุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) ผู้ใหญ่ 1,050 บาท เหลือเพียง 765 บาทเท่านั้น


 
- ก่อนขึ้นลิฟต์จะเห็นร้านขายของที่ระลึก ใจเย็นๆ ครับ นั่นแค่ชั้นแรก มีถึง 4 ชั้น เอาไว้ขาลงมาค่อยซื้อครับ ซื้อไปแล้วหิ้วของพะรุงพะรัง ถ่ายรูปลำบากอีก
 
- เมื่อต่อแถวเข้าไปด้านใน ถ้าคนเยอะต้องรอคิว ระหว่างรอจะมีแอนิเมชั่นที่สลับภาพเกี่ยวกับเรื่องราวไทยๆ ขึ้นมา โดยจัดทำเป็นภาพกราฟิกน่ารักมากๆ ครับ นอกจากที่กำแพงยังไม่หมดนะครับ พอเงยหน้าขึ้นมองบนเพดาน จะเห็นโมเดลจำลองของกรุงเทพฯ หรือที่เรียกว่า Bangkok Upside-Down เป็นเมืองสีขาวที่ทุกคนต้องแหงนมอง แต่มีอยู่ตึกหนึ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ลองดูดีๆ…ไม่ใช่สปริงเกอร์ดับเพลิงบนเพดานนะครับ!! แต่ตึกนั้นคือ “คิง พาวเวอร์ มหานคร” ที่เป็นตึกสูงแท่งสีทองโดดเด่นอยู่ตึกเดียวครับ
 
- ลิฟต์ความเร็วสูงมาแล้ว จากชั้น 1 ขึ้นไปถึงชั้น 74 ใช้เวลาเพียง 50 วินาที ผมมัวแต่ดูจอมอนิเตอร์บอกเลขชั้นและความเร็วของลิฟต์ พร้อมกับมัลติมีเดียแอนิเมชั่นรอบทิศทาง ทำให้รู้สึกว่าลิฟต์ขึ้นไปถึงเร็วจัง
 
- พอลิฟต์เปิดออกก็จะถึงชั้น 74 ซึ่งเป็นจุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) สามารถเดินวนได้รอบตึกทั้ง 4 ทิศ แต่ละด้านก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นตึกสูง รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียง เช่น คุ้งน้ำบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ อยู่ทางทิศใต้


 
- นอกจากจะมองด้วยตาเปล่าแล้ว ยังชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวผ่านระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เป็นจอขนาดใหญ่มาก เมื่อชมวิวแต่ละด้านแล้วจะมีการประทับตราพาสปอร์ตด้วย ชั้น 74 นี้มีตราประทับ 4 ดวง (เด็กๆ ชอบเลยครับ ตามล่าหาตราประทับให้ครบ)
 
- มีตู้ไปรษณีย์อยู่ที่ชั้น 74 ด้วยครับ ใครจะส่งโปสการ์ดกับตู้ไปรษณีย์ที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยก็ได้ครับ
 
- ขึ้นไปชั้น 75 มีห้องน้ำนะครับ ที่ผมต้องเน้นเพราะถ้าใครคิดจะเข้าห้องน้ำ ก็ควรจะรีบเข้าเสียตั้งแต่ชั้นนี้ ยิ่งใครรู้ว่าขึ้นไปแล้วหวาดเสียวแน่ๆ แนะนำว่าควรทำธุระให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนเลย เพราะชั้น 78 ด้านบนจากตรงนี้จะไม่มีห้องน้ำแล้วนะครับ
 
- ชั้น 75 เป็นทางขึ้นลิฟต์แก้วอีกตัว เพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้น 78 โดยเฉพาะ มองขึ้นไปเพดานลิฟต์ด้านบนก็จะได้มุมมองที่สวยงามแปลกตาดีครับ
 
- เมื่อลิฟต์เปิดออกมา ท่านจะอยู่ในชั้นที่ 78 ว้าว…ไม่ต่างจากตึก John Hancock Tower เลย ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศด้านนอก แค่เปลี่ยนจากหนาวมากเป็นร้อนมากๆๆๆ เท่านั้นเอง (แต่เชื่อผมเถอะ ยิ่งแดดแรง ภาพที่ถ่ายออกมายิ่งสวยครับ)



- ไฮไลท์ที่สุดของที่นี่คือ Glass Tray หรือกระจกลอยฟ้า เป็นกระจกต่อกัน 6 แผ่น พื้นที่ 63 ตารางเมตร ให้ตายเถอะใหญ่กว่าสระว่ายน้ำหมู่บ้านผมอีก เป็นพื้นกระจกมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงเหนือพื้น 310 เมตร
 
- ก่อนจะเข้า Glass Tray ถ้าท่านสวมแว่น มีมือถือ ปากกา หรือสิ่งของที่อาจตกลงไปกระแทกกระจกได้ ควรขอถุงผ้านุ่มๆ จากเจ้าหน้าที่มาใส่ป้องกันไว้ก่อนครับ (แต่ถ้าถอดแว่นแล้วมองไม่เห็นจริงๆ ก็อนุญาตให้ใส่ได้นะครับ) ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยบนกระจกลอยฟ้า
 
- พิธีการยังไม่จบเท่านี้ ถ้าจะเข้าไปยังกระจกลอยฟ้า ต้องสวมถุงรองเท้า ไม่ต้องถอดรองเท้า แต่ให้สวมถุงครอบรองเท้า ด้านล่างถุงรองเท้าจะหนึบๆ ช่วยให้ไม่ลื่น และช่วยป้องกันรอยขูดขีดได้อีกด้วย
 
- วันที่ผมไปเยี่ยมชม ผมขึ้นไปกลุ่มเดียวกับคุณปิ๊ก – เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์ ถ่ายทำรายการ “คัดข่าวดี” ของช่อง 3 แฟมิลี่พอดี คุณปิ๊กลังเลว่าจะลงไปที่กระจกลอยฟ้า มองดูแล้วมันเสียว ผมเลยลงไปทดสอบให้ก่อน
 
- ในความรู้สึกของผม จะสูง 78 ชั้นหรือ 100 กว่าชั้น ผมว่ามันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เผลอๆ สูง 100 กว่าชั้นอาจจะน่ากลัวน้อยกว่าอีก เพราะมองลงไปด้านล่าง ทุกอย่างมันจิ๋วมาก มองรถที่วิ่งด้านล่างเหมือนมดเดิน แต่สูง 78 ชั้นแบบนี้ มองไปแล้วมันยังเห็นทุกอย่างด้านล่างชัดเจน ก็จะรู้สึกหวิวๆ เหมือนกันนะครับ
 
- ข้างหน้าผมเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง พวกเขาสลับกันลงไปที่ GlassTray เพราะต้องสลับกันถ่ายรูป ซึ่งจริงๆ แล้วมีตากล้องให้บริการถ่ายรูปอยู่ที่ชั้น 78 โดยตลอด เราฝากกล้องหรือมือถือไว้กับตากล้องได้เลยครับ เดี๋ยวเขาจะบริการถ่ายรูปสวยๆ ให้เอง
 
- เรื่องการแอ็คชั่น เชิญใส่เต็มที่เลยครับ ตอนแรกผมยืน หันไปเห็นฝรั่งนั่ง ผมเลยนอนซะเลย (เราต้องไม่แพ้ชาติใดในโลกใช่ไหมครับ) สุดท้ายฝรั่งก็เลยนอนเต๊ะท่าด้วยเช่นกัน
 
- ผมบอกเทคนิคคุณปิ๊กว่า ถ้าเสียวก็ไม่ต้องก้มลงไปมองพื้น ให้มองที่กล้องอย่างเดียวก็พอ คุณปิ๊กทำตามและถ่ายรายการได้สำเร็จ แถมยังนอนเล่นถ่ายรูปอีกต่างหาก



- สนุกกับ Glass Tray กันแล้ว ยังมีบันไดเดินขึ้นไปอีกครับ ด้านบนสูง 314 เมตร ชื่อว่า The Peak เป็นจุดที่สูงที่สุดของตึก ชมวิวได้แบบ 360 องศา
 
- ก่อนกลับ ใกล้ๆ ลิฟต์จะมี Rooftop Bar มีเครื่องดื่มและค็อกเทลสูตรพิเศษ ไม่มีที่นั่งและโต๊ะให้นะครับ ท่านจะยืนจิบชมวิวหรือนั่งชิลล์ที่ขั้นบันไดก็ได้
 
- บนชั้น 78 มีตราประทับบนพาสปอร์ตให้อีก 2 ดวง
 
- ใครมาตอนกลางคืน ท่านจะได้อีกบรรยากาศ (แน่นอนว่าไม่ร้อน) ผมเคยเห็นเพื่อนที่ไปตอนกลางคืนถ่ายรูปมา แสงไฟจากตึกรอบด้านสวยมาก ใครจะไปถ่ายที่ Glass Tray ก็จะได้รูปที่เท่ไปอีกแบบ ใม่ซ้ำใคร
 
- ถ้าจะลงก็ให้กลับไปที่ลิฟต์แก้วเหมือน หรือใครจะเดินลงก็ได้ มีบันไดวนให้เดินลง 3 ชั้นไปยังชั้น 75
 
- ลงลิฟต์จากชั้น 75 ลงมาที่ชั้น 4 นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการชอปปิงครับ มีของที่ระลึกเกี่ยวกับ Mahanakorn Skywalk มากมาย ทั้งเสื้อ หมวก แม่เหล็กติดตู้เย็น ฯลฯ
 
- ทางลงที่วกวน ทำให้ผมได้ดูสินค้าครบทุกประเภท …พอวนมากๆ เริ่มมึนไม่มีสติ อาจจะชอปกระจายได้
 
- มีชั้นที่โชว์ถ้วยแชมป์ English Premier League ของทีมเลสเตอร์ซิตี้ให้ดูด้วย
 
- พื้นที่ช็อปปิ้งจะเริ่มจากชั้น 4 ลงมาถึงชั้น 1 ท่านสามารถเช็คบิลได้ทุกชั้น ไม่ต้องรอให้ลงมาถึงชั้นล่างสุด
 
- ใครที่สะสมตราประทับบนพาสปอร์ตได้ครบ 6 ดวง ให้นำมาแลกของระลึกที่เคาน์เตอร์ด้านล่างได้เลยครับ

ใครอยากมาลองเปิดประสบการณ์แปลกใหม่บนตึกสูงที่มีลูกเล่นและไฮไลท์ระดับโลก ลองขึ้นมาที่มหานคร สกายวอล์คกันดูครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย น้าเมฆ
www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 104