อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

หมอสูติเผยเทคโนโลยีใหม่ ตรวจDNAแก้ไข'มีลูกยาก'

สัปดาห์นี้ครอบครัวไหนมีลูกยาก แพทย์เผยเทคโนโลยีใหม่ ตรวจดีเอ็นเอแยกพันธุกรรมแฝงได้ ทั้งมะเร็ง 3 ชนิด โรคเลือดจาง หูตึง ตาบอดสี แนะควรเก็บไข่ไว้เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์ ก่อน 30-35 ปีเสื่อมตามอายุ เสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12.00 น.


อย่างที่รู้ๆ กันว่า...ประชากรของประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากอดีตที่มีเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันเฉลี่ยแล้วมีเด็กเกิดใหม่ปีละ 6-7 แสนคน และไทยเองก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว แต่อัตราเด็กแรกเกิดของเราว่าน้อยแล้ว ก็ยังสูงกว่าไต้หวันและสิงคโปร์ที่ประสบปัญหาประชากรลดลงเกือบเท่าตัว

โดยในบ้านเราจะมีกลุ่มผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกยาก...เพราะขยันหาเงิน โฟกัสการทำงาน เรื่องลูกจึงเป็นเรื่องรอง จนกระทั่งเมื่อมีฐานะแล้วอยากมีลูก แต่ประเด็นสำคัญคือ...มันได้เลยวัยที่ควรจะเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเฉลี่ยอายุ 30 ปีขึ้นไปก็เริ่มเสื่อมถอย ถ้าขยันทำการบ้านบ่อยๆ ก็มีโอกาสท้องตามธรรมชาติเพียง 20% เท่านั้น



นพ.พูลศักดิ์ ไวความดี ผอ.คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก บอกว่า ภาวะมีลูกยากคือการที่คู่รักแต่งงานกันมานาน 12-24 เดือนขึ้นไป แล้วฝ่ายหญิงยังไม่ตั้งครรภ์ โดยที่ไม่ได้คุมกำเนิดใดๆ อะไรทั้งสิ้น ซึ่งอาจจะต้องตรวจหาสาเหตุ และแก้ไขภาวะมีลูกยาก

สาเหตุจากคุณพ่อ ที่พบได้ คือ สเปิร์มน้อย แหวกว่ายผิดปกติ ท่อนำเชื้อหรือท่อปัสสาวะตีบตัน โรคภัยไข้เจ็บ การติดเชื้อ โรคหนองในแท้ รวมไปถึงโรคอ้วน ความเครียด เหล้าบุหรี่ มีผลต่อความแข็งแรงของน้องอสุจิทั้งสิ้น

สาเหตุจากฝ่ายหญิง ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด การติดเชื้อ ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน ท่อรังไข่อุดตัน หรือเนื้องอกในมดลูก ไม่ควรปล่อยอาการเหล่านี้เนินนานไป เพราะผู้หญิงยิ่งอายุมาก ยิ่งมีแต่เลยวัยเจริญพันธุ์



แต่ปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงที่การแพทย์ยังเอาชนะไม่ได้ก็คือ “ภาวะเจริญวัยที่ถดถอยตามธรรมชาติ” และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงภาวะที่ไม่ควรปล่อยไว้เนินนานไป ฉะนั้นปัญหาที่พบเมื่ออยากจะมีลูก กลับพบว่า...ภาวะรังไข่เสื่อมถอยด้อยคุณภาพ บางรายอาจทำได้สำเร็จแต่แท้งทีหลัง เพราะว่าตัวอ่อนไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

คุณหมอพูลศักดิ์ พบว่าผู้หญิงวัย 30-35 ปีขึ้นไป จะมีภาวะไข่เริ่มเสื่อม จึงเพิ่มอัตราการมีลูกยากเป็น 2 เท่าจากปกติ เมื่ออีก 5 ปีผ่านไปอัตราการแท้งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ฉะนั้นเมื่ออายุถึง 40 ปี โอกาสก็จะเพิ่มขึ้นจากตอนอายุ 30 ปีอีก 2 เท่า มันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติบ่งชี้ให้เห็นแล้วว่า จริงๆ แล้วถ้ายังไม่พร้อม เทคโนโลยีสามารถเก็บไว้ก่อนได้ อีกี่ 10 ปีข้างหน้าไข่ก็ยังใช้งานได้ เพราะการเก็บไข่ไว้กับตัวเองไม่ได้ดอกเบี้ย มันมีแต่ขาดทุนตามอายุ





แต่ปัญหาถ้าใช้วิธีที่ดีที่สุดเพื่อแก้ไขการมีลูกยากแล้ว เมล็ดพันธุ์หรือไข่ของคุณไม่ได้ วิธีนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเมล็ดพันธ์ของคุณได้ ฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธ์ของคุณด้วย ถ้าเมล็ดพันธ์ของคุณในวันนี้ยังใช้การได้ อย่านิ่งนอนใจปล่อยให้ไข่เสื่อมสภาพไป

ทารกที่เกิดจากวิธีแก้ไขภาวะมีลูกยากต่างๆ มีการเจริญเติบโต สติปัญญา โอกาสเป็นโรคต่างๆ เหมือนเด็กทั่วๆ ไปไหม? แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนอยากได้ลูกที่สมบูรณ์แบบ มีการพิสูจน์แล้วว่าเด็กหยอดแล้วที่ทำมากว่า 30 ปีทั้งในและต่างประเทศ เด็กกลุ่มนี้มักจะมีไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วไป เพราะสิ่งหนึ่งคือ...มีการคัดเลือกแล้ว พ่อแม่ก็มักจะตั้งใจเลี้ยงดูลูกดีกว่าโดยเฉลี่ย ฉะนั้นไม่ใช่ปัจจัยธรรมชาติที่ดีเลิศอย่างเดียว แต่หมายถึงว่าการเลี้ยงดูก็สำคัญ



.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต นักวิจัยทางด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ให้ความรู้ว่า ด้วยเทคโนโลยีการตรวจ...ในระดับดีเอ็นเอทั้งจีโนมในปัจจุบัน ทำให้กรองหาความผิดปกติทางพันธุกรรมหลายพันชนิดได้ในคู่สมรส เพื่อวางแผนการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม ก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Diagnosis) ได้อย่างเหมาะสมและจำเพาะเจาะจงของสามีภรรยาแต่ละรายไป แม่นยำมากถึง 99.99% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีตรวจคัดกรองความผิดปกติในระดับโครโมโซมของตัวอ่อนด้วยการตรวจ Next Generation Sequencing ซึ่งจะทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นในด้านผลสำเร็จของการรักษาภาวะมีลูกยาก และการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงสูงสุด

โดยในปี 2015 มีการตีพิมพ์การวิเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้ศึกษาผู้หญิงในประเทศกลุ่มของอังกฤษ จำนวน 2.5 แสนคนที่ทำเด็กหยอดแก้ว และถูกใช้ยากระตุ้นไข่ตั้งแต่ปี 1991-2010 พบว่ากลุ่มนี้หลังเวลาผ่านมาเนินนาน ไม่พบว่ามีอาการก่อโรคมะเร็งสูงขึ้นกว่าคนที่ไม่เคยทำเด็กหยอดแก้วแต่อย่างใด



บางคนมีโรคทางพันธุกรรมแฝง ซึ่งไม่แสดงอาการในรุ่นพ่อรุ่นแม่และทราบเพียงว่ามียีนส์บางอย่างผิดปกติ ซึ่งถ้าทั้งพ่อแม่แม่ยีนส์ผิดปกติตรงกัน ก็มีความเสี่ยงที่ทำให้ลูกมีความผิดปกติได้ เช่น โรคเลือดจาง ภาวะหูตึง ตาบอดสี กล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่เทคโยโลยีนี้เราสามารถคัดตัวอ่อนที่ไม่มีพันธุกรรมมะเร็งพวกนี้ได้ ได้แก่ มะเร็งสำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด เพื่อทำให้ปัญหาและมรดกทางพันธุกรรมไม่ถูกถ่ายทอดต่อไป ” นพ.วิปร เผยให้ฟัง

คิดง่ายๆ ไข่ที่เป็นเสมือนรถไฟขบวนสุดท้ายแล้ว ทำอย่างไรจะฟื้นฟูคุณภาพไข่ขึ้นมา โดยปกติเซลล์จะมีไข่แดงและไข่ขาว ซึ่งไข่แดงจะปกติส่วนไข่ขาวจะเสื่อมตามอายุ ไข่แดงก็อยู่ไม่ได้เพราะไข่ขาวทำหน้าที่ป้อนอาหารให้ไข่แดงเจริญเติบโต ฉะนั้นตัวอ่อนโตไปได้ 1-2 เดือนก็จะฟ่อ แต่ก็ไม่ยากให้พึ่งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะผู้หญิงมีช่วงอายุที่ไข่จะหมดเช่นกัน รู้แบบนี้แล้วก็ควรจะวางแผนกันเอาไว้นะทุกคน
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay








คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 112