อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

ชีวิต'อดีตสจ๊วด'ถูกด่าวิปริต ลุกขึ้นกำหนดเพศพิสูจน์ตน

สัปดาห์นี้อดีตสจ๊วดหนุ่มเผยแง่คิด กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคถูกเพศตีกรอบชีวิต น้ำตาตกถูกด่าวิปริต แต่ขอพิสูจน์ตนจนพ่อแม่ยอมรับในตัวลูกชายคนนี้ อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น.


เพศที่ถูกกำหนดจากสังคมให้มีเพียง “ชาย” และ “หญิง” บางครั้ง...หลายต่อหลายคนก็รู้สึกอึดอัดเพราะมันไม่ได้ตรงกับความเป็นจริง เช่นเดียวกับชีวิตของเขาผู้นี้ “จตุรงค์ จันทร์นาค” หรือ “ฮอลล์” วัย 29 ปี อดีตสจ๊วดที่ลุกขึ้นมากำหนดเพศของตัวเอง หลังแบกความหวังของคนในครอบครัวผ่านคำว่า “ผมเป็นผู้ชายครับ”

“ฮอลล์” ถ่ายทอดเรื่องราวในวัยเด็กให้ฟังว่า การเป็นเด็กต่างจังหวัด (จ.พิษณุโลก) ซึ่งบ้านอยู่แถบชานเมือง เป็นลูกชายคนเดียวจึงเป็นความหวังของบ้าน โดยที่พ่อรับราชการตำรวจ ส่วนแม่ขายของในห้างสรรพสินค้า แต่เขาก็รู้ตัวดีว่า “เราคงจะไม่ใช่ผู้ชายที่พ่อแม่อยากจะให้เป็น” แต่สังคมพยายามหล่อหลอมว่าเขาคือ “เพศชาย” ที่นอกเหนือจากนั้นคือ
วิปริตผิดเพศ แล้วยิ่งเป็นสังคมต่างจังหวัดจึงไม่ค่อยจะเปิดรับในเรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



เขาโชคดีที่พ่อแม่ไม่ได้บังคับ แต่ยังให้โอกาสเลือกเรียนในสิ่งที่รักและชื่นชอบ ให้อิสระในการเรียนหนังสือ ขอเพียงแค่ “ลูกอย่าได้ผิดเพศ” เพราะหัวอกคนเป็นพ่อแม่ กลัวลูกจะลำบาก ใช้ชีวิตยาก ใครจะมารักและจริงใจด้วย แล้วบั้นปลายชีวิตใครจะเลี้ยงดู มันเป็นสารพัดความห่วงใยที่พ่อแม่มีให้แก่เขา

ส่วนเรื่องการเรียนไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง สอบได้ที่ 1 ของห้องมาตั้งแต่ชั้นประถมฯ และคว้าเกรด 4 มาโดยตลอด ทำให้จบม.6 มาด้วยเกรดเฉลี่ย 3.96 เด็กสายวิทย์-คณิตที่สอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งเดียวในโรงเรียนและของจังหวัด มันคือความภาคภูมิใจที่สุดที่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ



ความสำเร็จก้าวแรกนี่ทำให้ลบคำครหา ซึ่งเป็นคำถามที่บาดใจของเขามาตลอดเวลา โดยเพื่อนๆ ของพ่อมักถามว่า “ลูกเป็นตุ๊ดหรือเปล่า??” แม้เขาจะไม่เคยตอบและบอกใครว่าเขาเป็นอะไร แต่เขาก็ภูมิใจที่เขาไม่เคยเกเร และยังสามารถใช้การเรียนลบปมด้อย จนเพื่อนๆ ของพ่อเลิกถามแต่กลับชื่นชมในตัวเด็กผู้ชายคนนี้

แต่ความจริงก็คือความจริง แม้เขาจะเลี่ยงและไม่อยากให้คำพูดที่ว่า กะเทย...ตุ๊ด...ผิดเพศ เข้ามาในบ้าน เพราะมันรู้สึกอึดอัด ส่วนที่มหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องของการปรับตัว การได้เข้ามาเป็นนิสิตจุฬาฯ เมื่อปี 51 กลายเป็นว่ามีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น จนในที่สุด...กรอบซึ้งไร้ขอบเขต ทำให้เกรดตกไปอยู่ที่ 2.82 จึงกลับมาทบทวนตัวเองว่า เขาจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนจะทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจได้อย่างไร

การผลักดันตัวเองทำให้เกรดแต่ละเทอมได้ A เกือบทุกวิชา จนเกรดไปแตะที่ 3.76 กระทั่งปี 4 เทอมสุดท้ายคว้าเกรด 3.82 สามารถจบเป็นบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย และวิชาโทภาษาอังกฤษ มาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจอย่างที่หวังไว้



แต่เขาก็ไม่เคยบอกแม่พ่อว่า..ใจเขาเป็นหญิงในร่างชาย และความฝันต่อมาได้เริ่มขึ้น ทุกคนอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน “ตอนนั้นฮอลล์อยากเป็นสจ๊วด เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ และก็ไม่ใช่ทุกวัยที่ทำได้”

เพื่อรอเวลาสอบเป็นสจ๊วด เขาเลือกหาประสบการณ์โดยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมนาน 6 เดือน แต่ด้วยภาระงานที่ต้องรับชอบ จึงไม่มีเวลาเตรียมตัวอย่างจริงจัง แต่พยายามขวนขวายฝึกทักษะด้านภาษา กระทั่งสอบติดที่กรมประชาสัมพันธ์ ในตำแหน่งลูกจ้างนักประชาสัมพันธ์ภาษาอังกฤษ ซึ่งทำได้ราว 1 ปีควบคู่กับการเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อสอบสจ๊วด จนวันนั้นมาถึง เขาล่าความฝันสอบเป็นสจ๊วดสายการบินเช่าเหมาลำได้สำเร็จ



ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เป็นสจ๊วดทำให้ได้รู้เรื่องราวต่างๆ สายการบินแบบเช่าเหมาลำก็จะมีข้อแตกต่างไป เพราะรายได้ก็จะขึ้นกับลูกทัวร์ จึงเป็นขีดจำกัดของรายได้ จวบจนปี 58 จึงได้เปลี่ยนงานอีกครั้ง โดยสมัครเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน ตำแหน่งต้อนรับลูกค้า VIP ที่เปิดเป็นเลาจน์ในสนามบิน

มันเหมือนกับว่าไม่มีใครรู้ว่าใจเราเป็นอย่างไร ทั้งๆ ที่ต้องทำตัวแมนๆ บางอาชีพเขาไม่ได้เปิดกว้างให้เราแต่งหญิง” เขาตัดสินใจบอกพ่อแม่ว่า...ฮอลล์อยากเป็นผู้หญิง แน่นอนว่าทำให้ท่านทั้งสองตกใจ แต่หัวอกพ่อแม่คงคิดแล้วว่า ลูกชายคงกลับคืนมาไม่ได้แล้ว จากนั้น 1 ปีให้หลังคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต “ฮอลล์ขอทำหน้าอกนะ” เป็นประโยคที่พ่อออกอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง

ทำไมจะต้องทำ ไม่พอใจเหรอที่เป็นแบบนี้” และลุกลามไปจนถึงมีคำพูดที่ต้องน้ำตาตก “ไม่อายเขาเหรอ เดี๋ยวจะไปติดโรคทำไง คงหวังให้ผู้ชายมารักสินะ วิปริตผิดเพศ”

ตลอดระยะเวลาลูกชายคนนี้ไม่เคยถามพ่อแม่เลยว่า การที่มีลูกเป็นแบบนี้เสียใจหรือไม่?? แต่หนุ่มคนนี้ก็รับรู้ได้ในฐานะที่เป็นลูก “เราก็รู้แหละว่าพ่อแม่คงจะเสียใจมาก แค่ไม่แสดงออกมาให้เราเห็นก็แค่นั้น” ซึ่งพ่อเคยถามเขาว่า “ทำไมต้องเป็นแบบนี้” เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบไป และกว่าพ่อแม่จะยอมรับอย่างเข้าใจในตัว "เขา" ที่เป็น "เธอ" แบบทุกวันนี้ ก็ใช้เวลาหลังจากทะเลาะกันครั้งนั้นกว่า 3-4 เดือน หลังจากนั้น 1 ปีก็ได้เปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองให้เป็นผู้หญิงมากขึ้น



ปัจจุบัน “ฮอลล์” เธอได้ย้ายมาทำงานที่บริษัทเอกชน โดยทำงานในตำแหน่ง AE ให้กับเว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ แม้ทุกวันนี้ก็ยังถูกคนบางกลุ่มตะโกนใส่หน้าว่า...สายเหลืองๆๆๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจ มันก็แค่คำเหยียดเพศที่ไม่สมควรตีราคา เราควรตั้งใจสร้างความสุขให้การยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นดีกว่า และเพียงสังคมให้โอกาส เราจะรักตัวเองมากขึ้น

“เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เลือกจะใช้ชีวิตของเราได้ เราเกิดมาในชีวิตแบบนี้ครั้งเดียว อยากให้ทำอะไรที่เรามีความสุขไม่เดือดร้อนคนอื่น การเป็นตัวเองยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้เรามีความสุข อย่าให้สังคมหรือสิ่งรอบตัวมาทำให้เราอึดอัด” จตุรงค์ หรือ “ฮอลล์” เผยแง่คิดอีกมุมหนึ่ง

คงพูดได้ไม่เต็มปากว่า...วันนี้ไทยเราเปิดกว้างให้กับเพศทางเลือกอย่างเสรี แต่ในที่สุดเห็นแว็บๆ ว่าร่าง “พ...คู่ชีวิต” ก็ออกมาแล้ว คงต้องดูกันต่อไป...ไทยจะเป็นชาติแรกในเอเชียหรือไม่ ที่ให้สิทธิ์คนเพศเดียวกันสมรสกัน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBT
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 2.17K