อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

จนถึงบัดนี้สอบโกงกล้าไม้ ทำไมเงียบฉี่ไม่แถลงสักที

สัปดาห์นี้มาดูว่าเมื่อผ่านไป 5 เดือน ทำไมยังไม่มีการแถลงความคืบหน้าเอาผิดคนทุจริตกล้าไม้ หรือจะไม่แถลงให้ใครได้รับทราบ ปล่อยให้สังคมลืมเลือนไปเอง?? พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น.


กรณีที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2561 ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดการเอาผิดกับคนทุจริตกล้าไม้ ด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง ผู้เกี่ยวข้องทั้ง รมต. และปลัดกระทรวง ทส. รีบลุกดำเนินการทันที
 

แต่จนถึงขณะนี้เป็นเวลาร่วม 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีการแถลงความคืบหน้าของการดำเนินการตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด จึงคาดกันว่าหากเป็นการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ไปปกป้องใคร ก็ควรมีความคืบหน้ามาแถลงให้สาธารณะทราบบ้างแล้ว เพราะกรณีนี้เป็นข่าวใหญ่ที่มีผู้คนสนใจกันมากมาย เพราะเป็นการทุจริตการเพาะชำกล้าไม้ เป็นจำนวนกว่า 53 ล้านกล้า และให้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 108 ล้านบาท ซึ่งพูดกันทั่วไปว่าการทำให้สำเร็จได้ภายในเวลา 1 เดือน คนที่สามารถทำได้สำเร็จคือ “คนโกง” เท่านั้น เพราะกล้าไม้ที่มีคุณภาพ ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้น เหมาะกับการนำไปปลูกสร้างสวนป่า มีลักษณะดังนี้

1. ความสูงของกล้าไม้ โดยทั่วไปควรมีความสูงประมาณ 30-40 ซม.
2. ความโตของลำต้น ความโตของลำต้นกล้าไม้ สัมพันธ์กับความแข็งแรงของกล้าไม้
3. ความสมบูรณ์ของกล้าไม้ ดูจากความแข็งแรงของเรือนยอด ขนาดใบ ความหนาแน่นของใบ ยอดอ่อน ลำต้นแกร่ง ไม่มีโรค และแมลงรบกวน
4. ขนาดระบบราก กล้าไม้ที่มีระบบรากขนาดใหญ่และจำนวนมาก จะมีการเจริญเติบโตดีหลังการย้ายปลูก
5. แหล่งเมล็ดพันธุ์หรือแม่ไม้ การเก็บเมล็ดพันธุ์จากแหล่งแม่ไม้ที่ดี เมื่อนำกล้าไม้เหล่านี้ไปปลูกก็จะได้ต้นไม้ที่ดีมีคุณภาพตามที่ต้องการ
6. การเพาะชำกล้าไม้ควรใช้เวลาประมาณ 3-8 เดือน จึงจะได้กล้าไม้ที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะปลูก
 
ฉะนั้นการเพาะชำกล้าไม้ภายใน 1 เดือน ของกรณีที่มีการร้องเรียน และที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้มีการสอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องนั้น จึงไม่อาจได้กล้าไม้ที่มีคุณภาพได้เลย และยากที่ทำได้ครบ 53 ล้านกล้าภายในเวลาจำกัดแค่ 1 เดือน
 


การแถลงให้สาธารณชนได้รับทราบความคืบหน้าเป็นระยะๆ ว่า ผู้ถูกสอบสวนแก้ข้อกล่าวหาว่าอย่างไร มีเอกสารหลักฐานทั้งเอกสาร และพยานบุคคลอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่อ้างว่าเอกสารหลักฐานหายหมดแล้ว เพื่อช่วยเหลือกัน
แล้วปิดเกมโดยใช้ความเงียบฉี่ ไม่แถลงให้ใครได้รับทราบ ปล่อยเวลาให้ทอดยาว เพื่อให้สังคมลืมเลือนไปเอง
 
แม้การปลูกป่าในเมืองไทยจะเริ่มต้นมากว่า 100 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังมีอีกหลายสวนป่าที่ไม่มีการทำอย่างจริงจัง เพราะสวนป่าส่วนหนึ่งทำเพียงแค่การเบิกเงินเท่านั้น เพาะชำกล้าไม้ก็ไม่มีการทำจริง เรียกว่า “กล้าลม” เบิกคนงานผีโดยไม่มีการจ้างคนงานจริง ทำบัญชีผีว่าได้แจกจ่ายกล้าไม้ไปให้ใครและหน่วยงานใด ไม่มีการปลูกป่า และไม่มีการบำรุงรักษาแต่อย่างใด ซึ่งการปลูกป่าแบบนี้ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน แล้วปล่อยให้มีการบุกรุกยึดครองพื้นที่ทำลายหลักฐาน เป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินงบประมาณมากมาย ทำให้คนบางคนร่ำรวย และมีอำนาจมากขึ้นตามมา
 
เคยมีข้อเสนอ 2 ข้อ จากคอลัมน์นี้ เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ที่เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี รมต.ทส. และปลัดกระทรวง ทส.ให้มีการดำเนินการ เพื่อยับยั้งความเสียหายของโครงการ คือ

1.ขอให้ผู้รับผิดชอบทุกฝ่าย ปฏิบัติตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 อย่างจริงจัง ที่ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยกำหนดให้เมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 
 
กรณีที่สอบข้อเท็จจริง แล้วพบว่ามีเหตุน่าเชื่อถือ และเป็นกรณีทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่สรุปความผิดได้ชัดเจน ก็ให้พิจารณาปรับย้ายผู้เกี่ยวข้องไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว โดยไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล และมีอำนาจอยู่ต่อไป

แต่ขณะนี้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่เป็นไปตามมติ ครม. ยังมีความพยายามจะช่วยเหลือกัน โดยไม่กลัวว่าจะผิด ม.157 ข้อเสนอนี้ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีนี้ ได้ดำเนินการตรวจสอบว่าดำเนินการไปถึงไหน และอย่างไร
 


2. ขอให้ ปปช. หรือ ปปท. เข้าไปดูโดยละเอียด เอาผิดต่อผู้กระทำผิด ทั้งผู้ทุจริตเพาะชำกล้าไม้ และเอาผิดหน่วยงานต้นสังกัดที่รวมหัวกันช่วยเหลือผู้กระทำผิด การตรวจสอบติดตามไม่ยาก ดูหลักฐานบัญชีว่าใคร หรือหน่วยงานใดรับกล้าไม้ไป ปลูกที่ไหน หรือดูเส้นทางการเงินว่า จ่ายเงินให้ใครบ้าง หรือซื้อเพชรนิลจินดา รถยนต์ คอนโดฯ ให้ใคร ใครจ่ายเงินเพื่อรักษาอำนาจและตำแหน่ง ตลอดจนเพื่อให้พ้นความผิด ค้นให้พบว่าเกี่ยวพันถึงใคร แล้วเอาผิดทั้งหมด และบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกันที่กำลังสอบอยู่ ต้องเร่งสอบโดยเร็ว และที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รวมทั้งที่กรมทรัพยากรน้ำ ที่เปลี่ยนแปลงไปหลายรายการด้วย ข้อเสนอนี้ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบว่าดำเนินการไปถึงไหน และอย่างไร
 
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากมีสภาผู้แทนราษฎร หากมีคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นเรื่องไม่ยากเลยที่จะทำความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชน และไม่ยากเลยที่จะเอาคนผิดมาลงโทษลงทัณฑ์ได้ ไม่ต้องอาศัยคอลัมน์เล็กๆ นี้ค่อยชี้แนะ
 
หากมีสภาผู้แทนฯ และผมเองได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนอีก ก็จะไปใช้ช่องทางนั้นเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติแทนคอลัมน์นี้ "พุ่มไม้ใบบัง" ที่เขียนลงในเว็บไซต์เดลินิวส์ โดยจะคืนพื้นที่ข่าวนี้ให้ท่านอื่นเป็นคนเขียนต่อไป ผมจะนำเอาทุกเรื่องที่เขียนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไปยืนอภิปรายในสภาฯ บนอุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ได้ และส่งต่อให้ลูกหลานให้ได้มากและสมบูรณ์ที่สุดครับ.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”  
ขอบคุณภาพประกอบจาก : กรมป่าไม้


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.86K