อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

จัดสัมมนา'การบริหารยุคใหม่ต้องใช้บล็อกเชน'

เปิดเวทีระดมความรู้ จัดสัมมนา Blockchain Talk ตอนที่ 1 Management & Transformation "การบริหารยุคใหม่ต้องใช้บล็อกเชน" ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในภาคส่วนต่างๆ ศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 02.25 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นิตยสาร MBA ร่วมกับบริษัท SIAM ICO และ SME Bank เปิดเวทีระดมความรู้ จัดสัมมนา Blockchain Talk ตอนที่ 1  Management & Transformation "การบริหารยุคใหม่ต้องใช้บล็อกเชน" เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในภาคส่วนต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและจะทวีเพิ่มขึ้นในอนาคต โดย ดร.สันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม องค์ปาฐกถา ได้มีคำกล่าวในเรื่องนี้ว่า ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คำว่า Blockchain เป็นคำที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เริ่มต้นจากวงการคอมพิวเตอร์ไปสู่วงการทางการเงิน และในปัจจุบัน Blockchain เป็นคำที่ถูกพูดถึงในทุกวงการ เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกได้แบบเดียวกับที่อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งโดยหลักคิดของเทคโนโลยี Blockchain จะแตกต่างจากแนวคิดในรูปแบบระบบรวมศูนย์ หรือ Centralization ที่มีศูนย์กลางในการควบคุมส่วนต่างๆ ของระบบ แต่หลักแนวคิดของเทคโนโลยี Blockchain จะมีวิธีคิดแบบระบบกระจายศูนย์ หรือ Decentralization นอกจากนี้ หลักการสำคัญของ Blockchain คือ การทำให้ทุกหน่วยในเครือข่ายมีการเชื่อมต่อกันและกระจายกันดูแลข้อมูลที่แต่ละหน่วยจะมีข้อมูลเหมือนกันซึ่งหมายความว่าทุกกิจกรรม หรือ ทรานแซ็กชั่น(Transaction) ที่เกิดขึ้นในระบบจะต้องเป็นทรานแซ็กชั่นที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ ทุกหน่วยจึงมีสิทธิ์ตรวจสอบความถูกต้องและประมวลผลด้วยตัวเองตลอดเวลา

ดร.สันติ กล่าวอีกว่า ด้วยรูปแบบนี้ ทำให้ระบบที่นำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาใช้มีความเสถียรและมั่นคงสูง เพราะหากจะแฮกเครือข่าย Blockchain ให้ได้ต้องเจาะระบบของเครื่องในเครือข่ายให้ได้เป็นจำนวนมาก เหตุนี้อุตสาหกรรมในภาคธุรกิจต่างๆ จึงหันมาใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้น จากข้อมูลสถิติเรื่องมูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยี Blockchain พบว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากสถาบันการเงินที่แสดงความสนใจทั้งด้านการวิจัยพัฒนาระบบ และการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ เนื่องจากธุรกรรมการชำระเงินจะได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจนในฐานะที่เทคโนโลยี Blockchain สามารถเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการจัดการการแลกเปลี่ยนมือได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าระบบชำระเงินที่ใช้กันอยู่ รวมถึงการลดบทบาทของตัวกลางออกไป ยิ่งไปกว่านั้น จากการสำรวจของ World Economic Forum (WEF) คาดว่า ภาครัฐของประเทศต่างๆ จะนำร่องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ก่อนภายในปี 2023 และจะนำมาใช้อย่างแพร่หลายภายในปี 2027 ดังนั้น เทคโนโลยี Blockchain จึงเป็นสิ่งที่มีอนาคต และหากสามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์จะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ องค์กรและระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นไปได้

นายทักษ์ศิล ฉัตรแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท สื่อดี จำกัด บรรณาธิการผู้ก่อตั้งนิตยสาร MBA ผู้ร่วมจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า ในขณะนี้เป็นที่ล่วงรู้กันดีว่า เทคโนโลยีได้เข้ามามีอิทธิพลในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยี Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความยอมรับและเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกล่าวขานกันว่า Blockchain จะเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีรุ่นเก่า เราจะเห็นกรณีตัวอย่างต่างๆ มากมายในโลกที่มีการนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ทั้งใน Real Sector โดยเงินลงทุนในโลกขณะนี้ ลงมาในเซ็กเตอร์นี้มีจำนวนมาก ทั้งในเชิงของกิจการยักษ์ใหญ่ เช่น อาลีบาบา ไอบีเอ็ม อมาซอน หรือ consortium ของธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจทั่วโลก และในเชิงของ Venture Capital ที่ทุ่มเทเงินมาลงทุนใน Theme นี้กันมากในรอบสองปีมานี้

นายทักษ์ศิล กล่าวต่อว่า สำหรับ เทคโนโลยี Blockchain ที่เห็นความเติบโตและเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้ว คือ ในภาคของ Cryptocurrencies รวมไปถึงการระดมทุนในรูปแบบ ICO ที่แม้แต่สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ของประเทศไทย ก็ได้ออกกฎเกณฑ์เพื่อรับรองว่า เทคโนโลยี Blockchain สามารถเป็นเครื่องมือที่ยอมรับได้ในการระดมทุนในปีนี้ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นรูปแบบการระดมทุนในรูปแบบ Initial coin offering (ICO)  ที่ผ่านการพิจารณาตามกฎเกณฑ์ เป็นที่ยอมรับ และเป็นกลไกที่สร้างสรรค์ และเป็นโอกาสสำหรับองค์กร หรือผู้ประกอบการ ที่ไม่เพียงรายใหญ่ แต่ยังหมายถึงรายเล็กรายน้อยที่มีศักยภาพ หรือแม้แต่ Social Enterprise และโครงการจิตอาสา ที่จะเข้ามาใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาโอกาสในการสร้างความเติบโตและความเจริญก้าวหน้าให้กับกิจการองค์กรและสังคมเศรษฐกิจของประเทศชาติได้



นายปฐม อินทโรดม CEO บริษัท สยามไอซีโอ จำกัด กล่าวว่า  บริษัทสยามไอซีโอ ถือกำเนิดขึ้นมาจากความร่วมมือของคุณทักษศิล เจ้าของนิตยสาร MBA ซึ่งเป็นสื่อธุรกิจชั้นนำของไทยและคุณโดม เจริญยศ แห่งบริษัทโดมคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ Blockchain ระดับแนวหน้าของไทย กับคุณคณิต ศาตะมานและคุณปฐม อินทโรดม ผู้คร่ำหวอดในแวดวงไอทีมายาวนานกว่า 20 ปี การก่อตั้งสยามไอซีโอ จึงเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญในแวดวงธุรกิจ Blockchain ของไทย โดยการวมตัวกันครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของวงการ Blockchain ไทย ซึ่งประกาศความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการเอนเตอร์ไพรซ์บล็อคเชนโซลูชั่น พร้อมเน้น “รีเวิร์สไอซีโอ” เพื่อระดมทุนผ่านไอซีโอให้กับบริษัทมหาชนที่มีนวัตกรรมและต้องการลงทุนในธุรกิจใหม่ ต่อยอดให้กับธุรกิจเดิมที่ได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนอยู่แล้ว

นายปฐม กล่าวในตอนท้ายว่า สยามไอซีโอพร้อมให้บริการด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้าน Blockchain บิ๊กดาต้า เอไอ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการระดมทุนผ่านไอซีโอ โดยให้คำแนะนำในการสร้างระบบดิจิทัลอีโคซีสเต็มส์ และแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเน้นการทำรีเวิร์สไอซีโอ เพื่อทำไอซีโอให้กับบริษัทมหาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ สยามไอซีโออยู่ระหว่างการจดทะเบียนเป็นไอซีโอพอร์ทัลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อดำเนินธุรกิจไอซีโอพอร์ทัลตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดยมีไอซีโอที่ดำเนินการเป็นที่ปรึกษาให้อยู่ในปัจจุบันแล้ว 3-5 โครงการ และตั้งเป้าอีก 15 โครงการในปี 2562

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16