อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

พี่ชายรู้สึกผิด'ฆ่าน้องสาว' มือกำคัตเตอร์เก็บตัวเงียบ

สัปดาห์นี้เรื่องหลอนที่ซ้อนอยู่ในตัว “พี่ชาย” เก็บตัวเงียบในห้อง จมอยู่กับเสียงอ้อแอ้ของ “น้องสาว” ที่ไร้ตัวตน เพราะในใจรู้สึกผิดที่ทำให้น้องตาย พุธที่ 7 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น.


ครอบครัวหนึ่งมีฐานะอยู่พอสมควร มีพ่อ มีแม่ มีลูกชาย และน้องสาวซึ่งมีอายุห่างจากพี่ชาย 12 ปี ทั้ง 4 คนน่าจะอยู่เป็นสุข มีบ้าน 3 ชั้นเนื้อที่ใหญ่โต รั้วสูงขอบชิด เป็นครอบครัวในความฝันที่ทุกคนก็อยากจะเป็นและก้าวให้ถึง แต่เรื่องจริงไม่เหมือนในนิยาย มันโหดร้ายกว่า เมื่อน้องสาวคนเล็กวัย 5 ขวบเริ่มป่วย ครอบครัวทุกคนก็เอาใจใส่

แต่เมื่อลูกสาวคนเล็กหายป่วยไป ครอบครัวนี้ก็เริ่มผิดเพี้ยนไป

เพราะอยู่ดีๆ พ่อก็ป่วยกระเสาะกระแสลงอย่างเห็นได้ชัด แม่ก็ดูโทรมลงไปอย่างมาก ขณะที่ลูกชายคนโตเริ่มเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สำหรับลูกชายคนโต ณ ตอนนี้ คนที่ร่าเริงที่สุดในบ้านคือน้องสาวคนเล็กที่ส่งเสียงอ้อแอ้มีความสุข คอยเป็นยาชูใจให้กับครอบครัวนี้ได้

ลูกชายคนโตเริ่มมีอาการที่ใครซึ่งมาเยี่ยมบ้าน ต่างลงความเห็นแบบหมอ งูๆ ปลาๆ ว่า “ป่วยทางจิต” เพราะเริ่มไม่ยอมสุงสิงกับใคร เขาเริ่มบอกว่าบ้านหลังใหญ่แห่งนี้มีวิญญาณซ่อนตัวอยู่

พวกมันส่งเสียงดังรบกวนผมตอนนอน กระซิบข้างๆ หู บอกว่าน้องผมตายไปแล้ว ผมนอนไม่หลับมาตลอดเลย บนเตียงผมกระสับกระส่าย ต้องลงจากเตียงมาดูว่าน้องยังหลับสนิท ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ปรากฏว่ายังนอนหลับสนิท มีชีวิตอยู่ แต่ผมสิหลับไม่สนิท มันมีคนนอนอยู่ข้างๆ ผม เมื่อลืมตาตื่นก็ไม่เห็นใคร”

ทุกคนลงความเห็นว่า เขาเป็นบ้าอย่างแน่นอน คนรู้จักลงความเห็นว่าครอบครัวนี้อาจจะโดนเล่นของ



ในค่ำคืนหนึ่ง ลูกชายคนโตกรีดร้องดังทั่วบ้าน เขาอ้างว่าโทรทัศน์เปิดเอง ประตูบ้านเปิดเอง น่าจะต้องมีวิญญาณหรือภูติผีปิศาจอยู่ในบ้านหลังนี้แน่นอน ทุกคนในบ้านโทรมกายและจิตวิญญาณไปเป็นอย่างยิ่ง พ่อเริ่มปรากฏตัวน้อยลง แม่ใส่ชุดนอนเดิมๆ ขณะที่ลูกชายคนโตหวาดระแวงทุกอย่าง สิ่งที่ชูใจได้ทั้งหมดก็คือ

“น้องสาวยังคงมีความสุขดี น้องชอบนั่งหน้าโทรทัศน์ แม้จะไม่มีการเปิดทีวี แต่ก็ส่งเสียงอ้อแอ้อย่างมีความสุข” ลูกชายคนโตบอก “ดูสิ น้องยังกินข้าวอร่อยอยู่เลย ทำไมตั้งแต่น้องหายป่วยมา พ่อกับแม่ไม่ยอมอุ้มน้องเลย เป็นอะไรไป”

พ่อกับแม่มองหน้าลูกชายคนโต

เมื่อมีคนมาเยี่ยมบ้าน ลูกชายคนโตก็จะบอกว่า พ่อกับแม่หน้าโทรมๆ ลงไปมากครับ ผมก็แย่ ยังมีคนกระซิบเสียงอยู่ข้างๆ เหมือนเคย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมจะต้องหาย น้องสาวคนเล็กของครอบครัวเรายังคงมีความสุข ส่งเสียงอ้อแอ้ได้เหมือนเดิม”

แต่ความอดทนของมนุษย์ก็มีจำกัด...ในคืนหนึ่ง ลูกชายคนโตสะดุ้งตื่นกลางดึก ไฟเปิดจ้าไปทั่วบ้าน เขาลงไปสำรวจ น้องสาวหายไป หายไปจากเตียงชั้นล่างที่พ่อซื้อมาไว้ เพื่อให้เขากับน้องนอนด้วยกัน ลูกชายคนโตเปิดประตูหาทั่วบ้าน ในห้องนอนของพ่อกับแม่ไฟเปิดและเห็นแม่นั่งอยู่บนเตียงใส่ชุดนอน เขาตื่นตะลึงหน้าแม่โทรมมาก เหมือนไม่ใช่แม่ที่คุ้นเคย ใช่สิ...นี่ต้องไม่ใช่แม่ เขารีบเดินหาน้องสาวไปทั่วบ้าน

เขาเจอน้องอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่าง น้องนั่งเล่นกับจอทีวีที่ปิดไว้ ลูกชายคนโตรีบเข้าไปอุ้มน้องขึ้นมา แล้ววิ่งพากลับไปยังห้องของตัวเองบนชั้น 3 ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่า บ้านหลังนี้มีวิญญาณ เขาล็อกห้องของตัวเอง เอาทรัพย์สินข้าวของมาปิดประตูห้องไว้หมด มือกำมีดคัตเตอร์ไว้แน่น



ถึงตอนนี้เสียงประตูถูกเคาะดังขึ้น ทุบดังจนเขาตกใจ ลูกชายคนโตวิ่งไปทุบประตูคืน เป็นไงเป็นกัน “อย่าเข้ามานะ อย่าหวังจะพรากน้องสาวของผมไปอีก ถ้าเข้ามาจะฆ่าให้หมดทุกคน” เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“นี่ลูก...” เสียงพ่อกับแม่กล่าวแทบจะพร้อมๆ กัน ในเสี้ยววินาทีต่อมาความเงียบยาวนาน “พ่อกับแม่พาตำรวจมาด้วย ลูก...ฟังนะ...ที่พ่อกับแม่ป่วยไม่ได้เกิดจากน้องสาวของลูกเลย แต่เกิดจากลูกป่วยนั่นแหละ...” เสียงพ่อดังขึ้นแล้วตามด้วยเสียงแม่ที่พูดต่อมาว่า

“ลูก...น้องคนเล็กของครอบครัวเราตายไปแล้ว น้องป่วยไงแล้วตาย ไม่มีน้องสาวในบ้านหลังนี้อีกแล้ว น้องตายไปนานแล้ว ขอให้ลูกคิดนะว่าน้องอายุเกือบ 5 ขวบแล้ว ทำไมถึงยังส่งเสียงอ้อแอ้พูดไม่ได้อยู่ ลูกมักจะบอกว่าน้องใส่เสื้อสีเขียว กระโปรงสีแดงทุกครั้งเลย นั่นไม่ใช่น้องนะลูก ครอบครัวเราไม่เคยมีชุดนี้ให้น้องใส่เลย”

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ตำรวจตะโกนก้อง พวกเขาพยายามพังเข้าไป “แล้ว...ถ้าน้องสาวของครอบครัวนี้ตายไปนานแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ครับ” ร้อยตำรวจโท สายตรวจถาม “ลูกชายคนโตเขาอยู่กับใคร อุ้มใครเข้าไปในห้อง”

ไม่มีค่ะ เพราะลูกป่วย พ่อต้องมาดูแล คอยนอน คอยคุยกับเขาข้างหู บอกความจริง พยายามบอกให้เขาย้ายห้อง เขาก็ไม่ยอมไป บอกว่าน้องนอนชั้นล่างอยู่ แต่บ้านเราเอาเตียง 2 ชั้นออกไปแล้ว เขานอนเตียงใหม่ชั้นเดียวตลอด นอนกับพ่อทุกคืน ทุกวันเขาคุยกับใครก็ไม่รู้ แล้วบอกว่าคุยกับน้อง” แม่พูด น้ำตาไหลพราก “ก่อนตายเขากับน้องเล่นน้ำกลางสายฝน น้องเป็นปอดบวม หมอบอกว่าอาจจะเป็นความรู้สึกผิดในใจ ทำให้เขาสร้างน้องสาวขึ้นมาเพื่อปิดกั้นความทรงจำ แล้วบอกว่าน้องยังไม่ตาย”

ทางสิบตำรวจโทที่มาด้วยกันพูดว่า “แต่ผมได้ยินเสียงเด็กร้องอ้อแอ้ในห้องนะครับ”

เขาต่างหากที่ทำเสียงน้องสาว ลูกคนโตของผมคิดว่าน้องยังไม่ตาย เพราะเสียงของน้องอ้อแอ้ แต่จริงๆ แล้วเขาต่างหากทำเสียง” ตำรวจต่างขนลุก พวกเขาพยายามพังประตูเข้าไป ระดมกำลังมาช่วยเหลือ คนของรพ.ประสาท เดินทางมาถึง



ลูกชายคนโตเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ เหมือนครุ่นคิดอะไรได้ เขาพยายามเทียบเคียงหน้าตาของน้องสาวแล้วก็พบความจริง ความทรงจำเริ่มไหลกลับคืน น้องไม่เคยใส่ชุดนี้ ก่อนตายน้องเริ่มพูดได้แล้วและพูดเก่งด้วย

แต่หากน้องตายไปแล้ว ใครกันที่อยู่ข้างหลังเขา เสียงอ้อแอ้ดังออกมาจากข้างหลัง เสียงประตูถูกทุบดังขึ้น ลูกชายคนโตขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง ค่อยๆ หันไปข้างหลัง มือกำมีดคัตเตอร์ไว้แน่น เมื่อหันหลังไป ตาเขาเบิกโพลง พร้อมกับเสียงประตูถูกทุบเพื่อจะพังเข้าไปข้างใน

ถึงตอนนี้ขนทั่วร่างของลูกชายคนโตลุกซู่ กับภาพที่เห็นเบื้องหน้า มีดที่กำคัตเตอร์คลายตัวลงไป ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมา นอกจากเสียงเคาะประตู และเสียงเรียกของพ่อแม่ ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากรพ.ประสาท.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 57