อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

วางแผนไปดินเนอร์กับคู่รัก ที่ร้านอาหารอิตาเลียน

สัปดาห์นี้ขอเอาใจคู่รัก ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์กลางกรุง อาหารอิตาเลียน ภายในโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ชื่อร้าน Roberto เด็ดแค่ไหนต้องลองไปทาน... จันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


หลังจากผมไปดูคอนเสิร์ต Staying in Love – ติวเรื่องเลิฟ เสิร์ฟพร้อมเพลงรัก” พี่บอย โกสิยพงษ์ ได้บอกคู่รักที่แต่งงานมีลูกแล้วว่า “ขอให้คู่รักหาโอกาสพิเศษเพื่อวางแผนไปดินเนอร์กันสองคน ขอให้ตั้งใจทำเหมือนตอนจีบกันใหม่ๆ” หัวข้อนี้ผมเก็บไว้ในใจมาสักระยะแล้ว จนวันหนึ่งลูกชายผมได้ไปทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่น 6 วันโดยไม่มีพ่อแม่ตามไปด้วย ผมคิดว่าช่วงเวลานี้นี่แหละน่าจะเหมาะสมที่สุด

มีโปรโมชั่นร้านอาหารตามโรงแรมมากมายขึ้นมาตามโซเชียลฯ แต่ผมติดใจชื่อโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ชื่อนี้คุ้นหูค้นตามาก ด้วยความสงสัย ผมเลยลองค้นหาต่อ จึงร้องอ๋อ...เพราะพบว่าต้องขับรถผ่านโรงแรมนี้อยู่เป็นประจำ สัปดาห์ละ 3 วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านที่ไปออกกำลังกายตอนเช้า ถ้ามาจากดินแดง ไม่ต้องขึ้นสะพานข้ามไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าถนนราชปรารถ หัวมุมนั่นแหละครับคือพิกัด



ครั้งนี้เป็นการเลือกร้านที่แปลกมากครับ เพราะรู้จักแค่ชื่อและรู้ตำแหน่งโรงแรม (ยังไม่เคยเข้าไปมาก่อน) แต่ก็ตัดสินใจชวนภรรยาไปทันที เมื่อไปถึงโรงแรมค่อนข้างมีอายุประมาณหนึ่ง แต่เข้าไปแล้วล็อบบี้ดูดีทีเดียว และส่วนที่เป็นร้านขนมหวานก็น่ารักน่านั่งมาก (ภรรยาผมน่าจะชอบเลยล่ะ)

ผมเลือกร้านอาหารอิตาเลียนชื่อ Roberto อยู่ที่ชั้น 2 เปิดเฉพาะดินเนอร์เท่านั้น (เริ่ม 5 โมงเย็น) ผมดูรูปในอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้ว บรรยากาศใช้ได้ ผมขอนั่งหันหน้าไปทางครัวเปิด เพราะชอบดูการทำงานของเชฟ Mr.John Oden เข้ามาดูแล คุณจอห์นเป็นคนอเมริกันตัวใหญ่ แต่พูดภาษาไทยเก่งมาก แนะนำหลากหลายเมนูทั้งพิซซ่าและพาสต้า แต่ผมลดการกินอาหารจำพวกแป้งอยู่ เราจึงขอเน้นไปที่โปรตีนเป็นหลัก โดยสั่งเนื้อกับปลากันมาคนละจาน แต่พอได้เห็นรูป Risotto ซึ่งตามปกติแล้วเป็นเมนูนี้ภรรยาผมชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะขอสั่งมาเพิ่มอีกจาน

ระหว่างรออาหาร ผมเดินไปดูเชฟทำพิซซ่าตั้งแต่นวดแป้งแล้วนำเข้าเตาอบ ระหว่างนั้นเชฟก็ทำ Calzone ที่ดูคล้ายกะหรี่ปั๊บยักษ์ มีไส้ด้านในเป็นไส้กรอกอิตาเลียน บร็อกโคลี่ และชีส ผมรู้จักเมนูนี้จากการ์ตูนที่ลูกชายชอบดูชื่อ We Bare Bears เป็นหมี 3 ตัวออกไปทำ Food Truck แล้วก็ทำเมนู Calzone ขาย ถ้าลูกได้มาเห็นของจริง เขาต้องสั่งเมนูนี้แน่นอน...ตลกดีมาดินเนอร์กับภรรยากัน 2 คน แต่ก็ยังคิดถึงลูกอยู่ดี



กลับมาที่โต๊ะเมนู Risotto with Spicy Sausage มาเสิร์ฟแล้ว ยอมรับว่าว้าวมากๆ ครับ เพราะสีสันสะดุดตาจริงๆ ฝั่งซอสสีส้มทำมาจากพริกหยวกสีแดงปั่นกับเครื่องเทศแซฟฟรอน ส่วนซอสสีเหลืองเป็นพริกหยวกสีเหลืองปั่น ชิมแล้วไม่เผ็ดทั้งคู่ เมื่อเมนู Risotto มาเสิร์ฟแล้วเราต้องกินตอนร้อนๆ เลยครับ ผมตักข้าวชิมดู นุ่มใช้ได้ ชีสที่ใส่มาก็กำลังพอดี ที่อร่อยเด็ดคือไส้กรอกหมูรสจัดจ้าน...ขออนุญาตใช้คำว่า “แซ่บ” กินกับข้าวแล้วเข้ากันมากๆ ครับ

เมนคอร์สที่ตามมาเป็นเมนูของผมคือ Beef Entrecote with Rocket Salad and Balsamic Reduction Sauce เนื้อนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ส่วนที่เลือกมาเป็น Sirloin ที่ติดมัน ผมว่าจานนี้ย่างมาแบบ Medium Rare ตามที่สั่งได้ดีมาก เนื้อตรงกลางแดงอมชมพูนุ่มเลยครับ กินกับสลัดร็อกเก็ตคลุกกับซอสบัลซามิกรสเปรี้ยว มีมะเขือเทศเชอร์รี่ และเบบี้แครอตวางมาด้วย จานนี้โอเคมากๆ ครับ



ส่วนเมนูของภรรยาคือ Seabass Tournedos with Citrus Sauce ภรรยาผมสั่งปลาตลอด เพราะดีต่อสุขภาพ แต่ผมคิดว่ากินปลาทีไรไม่ค่อยอิ่ม แต่คราวนี้ขอชิมหน่อย ปรากฏว่าเมนูปลานี้ดีงามจนต้องเดินไปถามเชฟว่าทำยังไง เชฟบอกว่านำปลากระพงสดมาหมักไวน์ขาวและน้ำมันมะกอก หลังจากทอดในกระทะแล้วค่อยนำไปอบต่อ ผมชิมแล้วเนื้อไม่แห้งไม่แฉะ กัดเข้าปากแล้วชุ่มฉ่ำกำลังดี ปาดกินกับซอสที่ทำจากไวน์ขาวผสมกับเลมอนเปรี้ยวๆ ตัดกันพอดี เครื่องเคียงมีผักโขมใส่ในทาร์ตได้ความรู้สึกที่น่ารักดีครับ



ของหวานตบท้าย ผมสั่งบลูเบอร์รี่ชีสเค้กชิ้นเล็กๆ แต่ภรรยาไม่สั่งอะไรเลย เพราะเธออยากจะลงไปชิมขนมหวานและจิบชาด้านล่างต่อ (ว่าแล้วเชียว!!)...ได้สิครับ คืนนี้พิเศษตามสูตร Happy Wife = Happy Life”

ผมสั่งเช็คบิลล์ ดูราคาบวกโปรโมชั่นประจำเดือน ผมว่าราคาสมเหตุสมผลน่าคบหาที่สุด ที่สำคัญคือเมื่อลองถามภรรยาแล้วเธอถูกใจอาหารค่ำมื้อนี้มาก ก็นับว่าผมประสบความสำเร็จในการวางแผนมาดินเนอร์กันสองต่อสองแล้วครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 101