อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

รับมือกับ'ไฟไหม้รถยนต์' เอาตัวรอดก่อนเกิดเหตุจริง

สัปดาห์นี้มาเรียนรู้การเอาตัวรอดจากเหตุ "ไฟไหม้รถยนต์" อันตรายใกล้ตัวที่ไม่คาดคิด แต่ป้องกันได้หากหมั่นเช็กความปลอดภัย ศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


เป็นข่าวที่ช่วงนี้ได้เห็นกันบ่อยครั้ง กับอุบัติเหตุ "ไฟไหม้รถยนต์" วันนี้ "ช่างเอก" จึงขอพามาทำความรู้จักกับสาเหตุและวิธีรับมือที่คนใช้รถควรรู้ ก่อนที่จะเกิดเหตุจนสายเกินแก้

สาเหตุไฟไหม้รถยนต์
-ระบบเชื้อเพลิงรั่ว สาเหตุอันดับต้นๆ มาจากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงมีจุดเผาไหม้ต่ำเพียงแค่อุณหภูมิสูงเกิน 72 องศาก็มีโอกาสติดไฟได้
-ระบบไฟฟ้าบกพร่อง สาเหตุอันดับสองคือระบบไฟฟ้าในรถอันมีต้นเหตุจากแบตเตอรี่ที่ก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ หากสายไฟในห้องเครื่องชำรุด หลุดหลวมนับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
-เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต เกิดจากหลายสาเหตุทั้งน้ำมันเครื่องรั่วซึม พัดลมห้องเครื่องไม่ทำงาน ไปจนถึงการดัดแปลงเครื่องยนต์ให้ผิดไปจากมาตรฐาน
-ของเหลวรั่วซึม ทั้งน้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง  น้ำยาหล่อเย็น หากมีการรั่วซึม อาจเป็นสาเหตุให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ได้
-แคทฯตันจนเกิดความร้อนสูง คืออุปกรณ์กรองก๊าซพิษไอเสีย (Catalytic Converters) เมื่อใช้ไปนานๆ อาจอุดตันและทำให้ระดับอุณหภูมิสูงขึ้นถึงพันองศาจนแผ่นพรมใต้พื้นเกิดการลุกไหม้ได้
-แบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้จากปัญหาของตัวแบตเตอรี่
-ขวดน้ำ หรือขวดน้ำหอมติดรถที่เป็นขวดแก้วอาจกลายเป็นปริซึมรวมแสงโดยบังเอิญ จนเป็นจุดเริ่มต้นของการไฟไหม้ได้
-การผลิตและออกแบบที่ผิดพลาด ชิ้นส่วนที่ออกแบบไม่ดีหรือมีจุดอ่อนของผู้ผลิตรถยนต์
-ขาดการดูแลรักษา ไม่หมั่นตรวจเช็กความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ระบบของเหลวหรือสายไฟต่างๆ
-รถชน หากเกิดรถชนรุนแรงหนักหน่วง ก็อาจส่งผลให้ถังน้ำมันแตกร้าวและเกิดประกายไฟได้

วิธีป้องกันไฟไหม้รถยนต์
-ควรตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เติมน้ำหม้อน้ำในระดับที่กำหนด
-เช็กสายไฟ ต้องไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยน้ำมันรั่วซึม
-เช็กท่อน้ำมันเชื้อเพลิงต้องไม่มีรอยรั่ว ไม่มีเศษวัสดุติดในหม้อน้ำและท่อยาง 
-ปรับตั้งสายพานมีความตึงในค่าที่กำหนด 
-สังเกตกระโปรงหน้ารถ หากมีเขม่าดำเกาะ  แสดงว่า  เครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ 
-ตรวจสอบใต้ท้องรถ หากมีรอยน้ำมันหยดควรรีบแก้ไขโดยด่วน
-สังเกตน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซหากลดลงอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ร้อนจัด ได้กลิ่นเหม็นไหม้ของยางหรือพลาสติก กลิ่นก๊าซรั่ว เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติให้รีบนำรถไปตรวจสอบและซ่อมแซมทันที

ทางรอดหากเกิดไฟไหม้รถ
-รีบนำรถจอดริมข้างทางในทันที
-รถติดตั้งระบบก๊าซ ให้ปิดสวิตช์ เพื่อตัดการทำงานของระบบก๊าซ แล้วดับเครื่องยนต์
-หากไฟไหม้รถเพียงเล็กน้อย ให้ควบคุมเพลิงด้วยตนเองในเบื้องต้น โดยใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดพ่นบริเวณต้นเพลิงให้ดับสนิท
-หากมีเปลวไฟออกมาจากฝากระโปรงรถ เร่งปลดสลักฝากระโปรง และฉีดพ่นผ่านทางช่องฝากระโปรงที่แง้มไว้ ห้ามเปิดฝากระโปรงในทันที เพราะจะทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น เมื่อไฟเริ่มสงบ จึงค่อยๆ เปิดฝากระโปรง 
-ใช้ผ้ารองหรือสวมถุงมือ เนื่องจากฝากระโปรงมีความร้อนสูง หากเปิดได้แล้ว ควรฉีดพ่นให้ทั่วห้องเครื่องจนมั่นใจว่าไฟดับสนิท
-ไฟดับสนิทแล้วควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออก ป้องกันมิให้เปลวไฟปะทุ

ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการหมั่นตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานรวมไปถึงการหมั่น สังเกตความผิดปกติของรถ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเก่าที่ผ่านการปรับแต่งสภาพและใช้อะไหล่ที่ไม่มีคุณภาพหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายโทร 191 ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 และสายด่วนนิรภัย 1784...

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย “ช่างเอก” 
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com
..........................
ขอบคุณข้อมูลจาก
-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 271