อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

เตือน2มะเร็งมรดกตกถึงลูก ฤทธิ์ยีนกลายพันธุ์จากพ่อแม่

สัปดาห์นี้มาดูว่า “มรดกทางพันธุกรรม” ยีนกลายพันธุ์จากพ่อแม่ ก่อโรคมะเร็ง 2 ชนิดในลูกสาว ส่วนในลูกชายจะแฝงอยู่ จนกว่าจะแต่งงานมีลูกสาวเป็นของตัวเอง เสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 เวลา 12.00 น.


การขาดความรู้และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มักเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้น กรณี “มะเร็งเต้านม” ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เนื้อเยื่อเต้านมเติบโตผิดปกติ ทำให้ร่างกายควบคุมการเติบโตที่ผิดปกติไม่ได้ เซลล์เหล่านั้นจึงกลายเป็นเซลล์มะเร็งและโตอย่างรวดเร็ว

โดยในสัปดาห์นี้ .นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ ผอ.ศูนย์เต้านม รพ.วัฒโนสถ ให้ความรู้ว่า มะเร็งเต้านมคร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ในประเทศอเมริกา และพบเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย จากเดิมที่เป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พบได้มากขึ้น แม้ยังเป็นโรคที่ไม่รู้สาเหตุ แต่ถ้าตรวจพบเร็วรักษาหายขาดได้ และเก็บรักษาเต้านมไว้ได้โดยไม่ต้องตัดทิ้ง

อย่างที่คุณหมอบอก โรคมะเร็งเต้านมไม่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่มีปัจจัยหนุนคือ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” กระตุ้นให้เซลล์เนื้อเยื่อเต้านมเปลี่ยนแปลงผิดปกติ และอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งในปี 60 ประกาศออกมาแล้ว มีผู้ป่วยทั่วโลก 2 ล้านคน เสียชีวิต 1 แสนคน ส่วนในบ้านเราพบผู้ป่วย 2 หมื่นคน เสียชีวิต 6 พันคน/ปี



ความจริงแล้วมะเร็งเต้านมมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยคือ...ชนิดที่เกิดจาก “ท่อน้ำนม” เมื่อเซลล์มะเร็งแบ่งตัวจนทะลุเนื้อเยื่อของท่อน้ำนมเข้าไปถึงท่อน้ำเหลืองหรือเส้นเลือด ก็จะแพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆ เช่น กระดูก ตับ ปอด หรือสมอง ซึ่งเริ่มแรกจะไม่แสดงอาการ ไม่เจ็บ ไม่ปวด จะมีเพียงก้อนเนื้อให้สัมผัสได้ แต่ก็ยังไม่รู้สึก

หลายคนจึงละเลยเข้าสู่ “ระยะลุกลาม” ปล่อยทิ้งไว้เกิดอาการตามมา เช่น เต้านมบวมผิดปกติ แตก เน่า เป็นแผล ซึ่งถึงตอนนั้นก็รักษาให้หายไม่ได้แล้ว และอายุเฉลี่ยที่พบคือ 40 ปีขึ้นไป แต่เซลล์มะเร็งอาจก่อตัวก่อนหน้านั้น แต่เพิ่งตรวจพบ เพราะมะเร็งเต้านมเติบโตช้า กว่าจะโตจาก 1 ซม.ไป 2 ซม. ต้องใช้เวลา 90-180 วัน

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม คือ บุคคลที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านมเกิน 2 คนขึ้นไป เช่น แม่ พี่สาว หรือน้องสาว มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า ดังนั้นต้องตรวจหาความผิดปกติด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ

เมื่อสอบถามไปยัง นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ แพทย์ศัลยกรรมมะเร็งเต้านม บอกว่า มะเร็งเต้านมสามารถคลำหาได้ด้วยมือ ผู้หญิงเกินกว่าร้อยละ 85 มักมาหาหมอหลังจากคลำพบก้อนเจอ โดยแบ่งออกเป็นระยะ 0 เป็นระยะเริ่มต้นยังไม่ลุกลาม และรักษาหายได้ ระยะที่ 1จะมีขนาดไม่เกิน 2 ซม. และยังไม่ลุกลามถึงต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 2 มีขนาดระหว่าง 2-5 ซม. และเริ่มลุกลามไปสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ระยะที่ 3 จะมีขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. ลุกลามเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ แต่ก็ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น และระยะที่ 4 มะเร็งได้แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นเรียบร้อยแล้ว



หากพบก้อนมะเร็งขนาดไม่ถึง 1 ซม. เปอร์เซ็นต์การรักษาหายจะลดลงเหลือร้อยละ 98 และถ้าเข้าสู่ระยะที่ 1 ที่ก้อนมะเร็งมีขนาด 1-2 ซม. โอกาสหายเหลือเพียงร้อยละ 80 เท่านั้น ยิ่งก้อนมะเร็งใหญ่ขึ้นโอกาสที่จะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นยิ่งมีมากขึ้น ดังนั้นวิธีที่จะพบเซลล์มะเร็งได้เร็วคือ ตรวจด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ ซึ่งสามารถหาเซลล์ที่ผิดปกติได้ตั้งแต่ขนาดเล็กในระดับมิลลิเมตร

ปัจจัยเสี่ยงสําคัญนอกเหนือจากการมีญาติสายตรงใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมแล้ว การกลายพันธุ์ของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในครอบครัว ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งเช่นกัน โดยมียีน BRCA ทําหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ มี 2 ชนิด คือ BRCA 1 และ BRCA 2 หากยีนทั้ง 2 ชนิดนี้กลายพันธุ์ จะถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูกได้โดยตรง ส่งผลให้ลูกสาวเพิ่มโอกาสการเป็น “มะเร็งเต้านม” และ “มะเร็งรังไข่”

ถ้ามีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 ในผู้หญิง โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปีสูงถึง 60-80% แต่ถ้ามีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 2 ในผู้หญิง โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปีสูง 50-70% และประมาณ 5-10% ที่สามารถเป็นมะเร็งเต้านม และ 10-15 % สามารถเป็นมะเร็งรังไข่ได้โดยการถ่ายทอดการกลายพันธุ์ของยีน ญาติสายตรงจึงมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และเพิ่มโอกาสเกิดโรคมะเร็งทั้ง 2 ชนิดมากกว่าคนทั่วๆ ไป



การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ จึงเป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติของยีน BRCA ที่ทําได้โดยการเจาะเลือด 6-10 ซีซีด้วยคุณหมอด้านพันธุศาสตร์มะเร็ง หากผลตรวจพบความผิดปกติของยีนเหล่านี้ ก็จะวางแผนจัดการลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมในอนาคต เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายมากยิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนมีมา 5-6 ปีแล้ว แค่จำกัดเฉพาะในโรงเรียแพทย์ ซึ่งการตรวจแบบเก่าใช้เวลานานอย่างต่ำ 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ จึงรู้ผลได้ใน 1-2 สัปดาห์ พันธุกรรมนี้จะถ่ายทอดสู่ลูกชายและลูกสาวอย่างละ 50% แต่จะแฝงอยู่ในเพศชายไม่ปรากฏออกมา จนกว่าลูกชายจะแต่งงานและมีลูกสาวเป็นของตัวเอง ฉะนั้นถ้าตรวจพบการกลายพันธุ์ได้เร็ว เราจะมีข้อมูลของทั้งตระกูล อย่างเช่น แองเจลินา โจลี ผ่าตัดหนีมะเร็งเต้านม เพราะคุณยายและคุณเเม่ของเธอก็ป่วยเป็นมะเร็ง 2 ชนิดนี้ เธอจึงตัดสินใจตัดเต้านมทิ้งทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันไว้ก่อน เพราะรู้ว่าอนาคตมีความเป็นไปได้และโอกาสเสี่ยงมีอยู่

ส่วนความเชื่อผิดๆ ที่ว่า...หน้าอกเล็กเกิดขึ้นได้น้อย?? คนที่ไม่มีหน้าอกก็มีโอกาสเป็น เพราะมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นที่ท่อน้ำนม ด้านคนที่เสริมหน้าอกมาก่อน ยังไม่มีรายงานว่าซิลิโคนไปเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง และไม่ได้มีผลต่อการตรวจคัดกรอง

ดังนั้นสาวๆ ควรใส่ใจและหมั่นตรวจเช็คเต้านมของตัวเองบ้าง หากมีความผิดปกติหรือสงสัยให้รีบปรึกษาคุณหมอ เพราะมะเร็งเต้านมเมื่อตรวจพบในระยะแรกๆ การรักษาจะมีประสิทธิภาพเพิ่มโอกาสกลับมาหายได้ อีกทั้งเพื่อให้ญาติๆ ของผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม และผู้ที่อยู่ในเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ได้รับการตรวจคัดกรอง และเข้าถึงการรับการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 831