อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

หลักคิดพระราชา พึงน้อมพิจารณาเพื่อความสามัคคี

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่อง “สามัคคี” คือการเห็นแก่บ้านเมือง จึงขออัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในหลวงร.9 มาให้น้อมพิจารณาดังนี้ พฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ผู้คนทั่วไปในสังคมคงได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากชีวิตจริงในห้วงเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา สภาพการณ์บ้านเมืองมีความระส่ำระสายโกลาหลวุ่นวายในลักษณะอนาธิปไตย (Anachy) ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง บ้านเมืองที่เคยสงบร่มเย็นกลับแปรเปลี่ยนลุกเป็นไฟอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน คนในชาติเกิดการแตกความสามัคคี แบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายและจงเกลียดจงชังในสังคมทุกระดับ ซึ่งแม้แต่ครอบครัวที่เป็นหน่วยเล็กที่สุดของสังคมก็ยังไม่เว้น

การที่คนในชาติมีความรู้ความเข้าใจในความเป็นไปของบ้านเมืองไม่ตรงกัน ความคิดที่แตกต่างจึงนำไปสู่ความกินแหนงแคลงใจและจงเกลียดจงชังเหมือนกับไม่ใช่คนไทยด้วยกัน มีการเผชิญหน้าระหว่างกันพร้อมที่จะประหัตประหารกันทุกเมื่อ นับเป็นเรื่องที่น่าอเนจอนาถใจยิ่งนัก

ปัจจุบันบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การแก้ปัญหาประเทศในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง ซึ่งจะนำไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่อิงหลักสากลและมีความเหมาะสมสอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทย เพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและประชาชนมีความความเจริญผาสุกอย่างแท้จริง จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทมาให้ได้น้อมพิจารณา เพื่อความรู้รักสามัคคีของคนในชาติดังต่อไปนี้



พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสเสด็จฯ ออกให้ประชาชนเฝ้า ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมวันที่ 19 ม.ค.2504 ความว่า "...ประเทศไหนถ้าประชาชนพลเมือง มีความสามัคคีกลมเกลียวกันดี มีระเบียบวินัย ประเทศนั้นก็เจริญและอยู่ ในฐานะดีจึงเห็นได้ว่าความสามัคคีกลมเกลียวกันระหว่างคนในชาติ และความเข้าใจรักษาระเบียบวินัยเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่ง ที่จะช่วยนำประเทศชาติสู่ความวัฒนาถาวร..."

พระบรมราโชวาทในพีธีตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ลานพระราชวังดุสิต วันที่ 3 ธ.ค.2504 ความว่า "...การที่ประเทศของเราได้รักษาอธิปไตย และดำรงฐานะมา ด้วยดีได้ตลอดมานั้น ก็ด้วยอาศัยความร่วมมือ ของทุกๆ ฝ่าย ต่างช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยความสามัคคีและความพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม...”

พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารและอาสาสมัคร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร วันที่ 30 ต.ค.2508 ความว่า "...ชาติของเรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยความสามัคคี ผู้ใดเดือดร้อนก็ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนนี่เป็นหลักสำคัญของการปกครองประเทศไทยมาแต่โบราณกาล..."

พระบรมราโชวาทพระราชทาน เพื่อเชิญไปอ่านในการประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ณ จ.กาฬสินธุ์ วันที่ 17 ธ.ค.2512 ความว่า "...ประเทศชาติกำลังพัฒนาในทุกด้านและต้องการความสามัคคี ความเรียบร้อย ผลดีทั้งปวงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ด้วยประชาชนมีหลักของใจอันมั่นคง มีศรัทธาและปัญญาอันถูกต้อง ปฏิบัติตนอยู่ในทางที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม..."



พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพลวันที่ 15 ม.ค.2519 ความว่า "...สามัคคี คือการเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง...”

พระราชดำรัสพระราชทานในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านจ.ขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 19 ก.พ.2519 ความว่า "...เมืองไทยนี้อยู่ได้ด้วยความสามัคคี ด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความเสียสละ อาศัยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน และถ้ารักษาความเห็นอกเห็นใจนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็จะ เป็นที่อาศัย ที่อุดมสมบูรณ์และน่าสบายต่อไปชั่วกาลนาน..."

พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในรัฐเยอรมันฯ เพื่ออัญเชิญลงพิมพ์ในหนังสือเพื่อนไทย ส.ค.2521 ความว่า "...ความสามัคคีพร้อมเพรียงแห่งหมู่คณะที่จะเกิดมีขึ้นได้นั้น ย่อมจะเนื่องมาจากความคิด ความเห็น และใจจริงที่มุ่งหมายและยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งรวมกัน..."



พระราชดำรัสในการเสด็จออกมหาสมาคม เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธ.ค.2530 ความว่า "...ความสามัคคีนี้ เป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งหมู่ชนผู้อยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมี ต้องถนอมรักษา และต้องนำมาใช้อยู่สม่ำเสมอ เนื่องด้วยสรรพกิจการงานที่เป็นส่วนรวมทุกด้าน ทุกระดับ ต้องอาศัยบุคคลหลายฝ่ายร่วมกันทำกิจกรรม..."

พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะประชาชนจ.ราชบุรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 16 พ.ย.2531 ความว่า "...บ้านเมืองไทยสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้โดยดี เพราะว่าจิตใจสามัคคีและแสดงออกซึ่งสามัคคี ถ้าตราบใดเรารักษาความสามัคคีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันไว้ได้ เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความ สุขตราบนั้น..."

พระบรมราโชวาทในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต วันที่ 3 ธ.ค.2534 ความว่า "...ประเทศของเรารักษาเอกราช อธิปไตยและอิสรภาพให้ สมบูรณ์มั่นคงมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะคนไทยทุกหมู่เหล่ารู้รักความสามัคคี และรู้จักทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ประสานส่งเสริมกัน เมื่อทุกคนมุ่งใจปฏิบัติดังนี้ ความถูกต้องเรียบร้อย ความพัฒนาก้าวหน้า และความมั่นคงเป็นปึกแผ่น จึงบังเกิดขึ้น..."
.................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : @infodivohm

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 186