อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

'สน'ไม่ห่วงหล่อเน้นคุณภาพงาน รับสเปกสูงทำชวดมีแฟน(คลิป)

สัปดาห์นี้คอลัมน์ Talk Online พาแฟนๆ "เดลินิวส์ออนไลน์" ไปพูดคุยและรู้จักตัวตนจริงๆ ของหนุ่ม "สน-ยุกต์" ให้มากกว่าเดิม อาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


มีพัฒนาการทางด้านการแสดงให้แฟนๆได้เห็นกันเสมอ สำหรับพระเอกหนุ่มสุดหล่อ สน-ยุกต์ ส่งไพศาล เพราะเจ้าตัวมักจะเลือกทำงานในบทบาทที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของตัวเองในอีกขั้นหนึ่ง ล่าสุด “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มสนถึงมุมมองการทำงานต่างๆ รวมถึงข่าวเม้าท์สุดฮอตของเจ้าตัวกับผู้จัดคนดัง ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา งานนี้บอกเลยว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ยังไงก็อย่าลืมช้าไปอ่านบทสัมภาษณ์ของหนุ่มสนกันเลยจ้า



คาแรกเตอร์ในซีรีส์ล่าสุด “มารร้ายคู่หมายรัก” เป็นอย่างไร?
“ผมรับบทเป็น “หมอปั๊บ” คาแรกเตอร์จะเป็นหมอที่ปากร้ายมากๆ พูดจาขวานผ่าซาก ซึ่งเราแคร์เลยว่าใครจะเป็นยังไง ผู้ใหญ่หรือเด็กคือเราเป็นคนถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด เรียกว่าชัดเจนและแรง ในเรื่องผมก็จะเล่นคู่กับน้องมุก-วรนิษฐ์ นางเอก ซึ่งน้องเขาเป็นคนที่ทำงานด้วยง่ายมาก เปิดใจตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้วเขาก็ตั้งใจทำงานมากๆ อยากจะให้ผลงานออกมาดี ซึ่งดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับน้อง เราสองคนก็มีการซ้อมกันเยอะว่าตรงนี้ควรจะเป็นยังไงบ้าง เราปรับจูนกันไม่ยากนะ ด้วยความที่รู้จักกันมาอยู่แล้วเพราะว่าทำธุรกิจร่วมกัน เราก็เลยคุยกันง่าย วันแรกก็เล่นกันได้เลย”

ในบทต้องต่อปากต่อคำกันเยอะมากๆใช่ไหม?
“ในบทผมกับน้องมุกเป็นคู่กัดกัน มีการทะเลาะกันทั้งเรื่อง ซึ่งเราก็เล่นไปตามคาแรกเตอร์และบท ถามว่าดีไซน์ไหมเราไม่ได้ดีไซน์อะไร แต่บทมันมาอย่างนี้จริงๆ ก็อย่าเล่นให้ต่ำกว่าบท เล่นให้เหนือความคาดหมาย บทนี้ถือเป็นบทที่ฉีกจากที่ผมเคยเล่นมาเลย คือผมอยากจะเล่นมานานแล้วบทนี้ ไม่เคยได้กวนใครเลย ครั้งนี้ผมเลยเต็มที่ใส่เต็มที่จริงๆ นึกอะไรออกก็ใส่เลยด้วยความที่บทเปิดให้เราเล่นอะไรได้เยอะมากเพราะตัวละครมันไม่ใช่ตัวที่เก็บความรู้สึก คิดอะไรพูดเลย ไม่ชอบอะไรก็ชักสีหน้าชัดเจน”



หมอปั๊บมีความคล้ายกับสนตัวจริงอย่างไรบ้าง?
“เรียกว่าเป็นสนคูณสิบ (ยิ้ม) เพราะว่าความกวนเลย จริงๆ คนจะคิดว่าผมเป็นคนนิ่งๆ ดูเป็นคุณชาย เงียบๆ แต่ไม่ใช่เลยผมเป็นคนกวน คุยเล่นง่าย สนุก เฮฮา เข้าถึงง่าย”

บทละครนี้เป็นได้รับความนิยมมาก ได้อ่านบทมาก่อนไหม?
“ก็มีการศึกษาคร่าวๆ อ่านเรื่องย่อมาว่าตัวละครเป็นยังไง ผมก็มีการทำการบ้านเพิ่มเติมด้วยว่าลักษณะของหมอเป็นยังไง แต่ว่าหมอคนนี้ไม่ใช่หมอปกติเป็นหมอกวนๆ ผมก็ต้องไปละครคนอื่นเล่นบ้าง หรือว่าไปดูทอล์คโชว์บ้างเพื่อเพิ่มความกวนให้ตัวเอง แต่เรื่องการเรียนเพิ่มเติมในคอร์สหมอ ผมเชื่อว่าทุกคนก็เคยไปหาหมออยู่แล้ว ซึ่งหมอแต่ละคนก็ไม่ได้ทำอะไรเหมือนกันไปซะหมด เรื่องนี้เราก็แค่ฝึกท่าทางให้มันทะมัดทะแมง ส่องดูคอกดลิ้นอะไรต่างๆ ใช้การสังเกตเอามากกว่า”



ครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับจีเอ็มเอ็มทีวีเป็นอย่างไรบ้าง?
“ผมก็รู้สึกว่าทุกคนเฟรนด์ลี่และต้อนรับเราดีมากๆ เขาค่อนข้างเอาใจเราเยอะมาก ซึ่งบางทีผมยังไม่เคยเจอที่ไหนที่เอาใจขนาดนี้มาก่อนเลย เขากลัวเราหงุดหงิด ไม่พอใจ ก็อยากบอกว่าอย่าคิดมาก ผมสบายๆ ชิลๆ เรามาทำผลงานที่ดีร่วมกันดีกว่า ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงานกัน อาหารก็อร่อยด้วยครับ (ยิ้ม)”

วิธีการทำงานเหมือนช่องวันไหม?
“จริงๆ ก็ทำงานคล้ายกันแหละครับ กองถ่ายก็คล้ายๆกัน”

เราอยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว?
“10 ปีครับ (ยิ้ม) ซึ่ง 10 ปีไม่ได้แปลว่าแก่นะ แค่เข้าวงการเด็กเท่านั้น ในส่วนของการทำงานเราก็โตขึ้น มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รู้จักการเข้าหาคนและคุยกับคนมากขึ้น เมื่อก่อนผมเป็นคนเงียบๆ ไม่กล้าแสดงออกไม่กล้าคุยกับใคร ขี้อาย แต่ทุกวันนี้เราเต็มที่มาก แทบไม่เหลือยางอายแล้วตอนนี้ (หัวเราะ) คือคุยได้กับทุกคน สามารถทำอะไรก็ทำได้ไม่กลัว”



มุมมองเราเปลี่ยนไปไหม?
“ผมเป็นคนไม่ได้ไปสนใจอะไรกับข่าวมากมาย ผมตั้งใจพัฒนาฝีมือตัวเองมากกว่าเพราะวงการบันเทิงสำหรับผม ผมเรียกว่ามันว่าอาชีพ ผมพยายามรักษาคุณภาพและพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นทุกๆ ปีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆอยู่แล้ว ดังนั้นเราต้องมีอะไรที่มันดีขึ้น เราจะไม่อยู่ที่เดิม ซึ่งมันก็สอดคล้องกับคติในการทำงานของผมก็คือ “คุณภาพ” ถึงแม้ว่าซีนไหนที่เราต้องทำหน้าไม่หล่อ เราก็ไม่แคร์ เอาคุณภาพให้ดีที่สุดมากกว่า อย่าห่วงหล่อ นี่คือคติของผมครับ”



ตอนนี้มีบทที่อยากเล่นอยู่ไหม?
“จริงๆมีบทบาทอีกเยอะมากๆ ที่อยากเล่น ผมอยากท้าทายตัวเอง แม้กระทั่งเป็นตัวร้ายก็ตาม หรือตัวที่ตลกมากๆผมก็ไม่เคยเล่นนะ อยากลองอะไรใหม่ๆบ้าง ที่ผ่านมาก็มีบทที่ฉีกแนวมากๆติดต่อมาเหมือนกันคือ “เมืองมายา” ที่ต้องเล่นเป็นผู้หญิงแปลงเพศเป็นผู้ชาย อันนี้ยากข้างในก็เล่นยาก เป็นดราม่ามากๆ เป็นละครที่ยากที่สุดแล้วตั้งแต่ผมเล่นมา”

เสน่ห์ของเราที่แฟนๆหลงรักคืออะไร?
“ผมว่าผมเป็นคนตั้งใจทำงานและผมเป็นคนเฟรนด์ลี่ คนทุกคนที่ไม่เคยคุยกับผม จะคิดว่าเราเป็นคนหยิ่งแต่พอได้คุยกับผมปุ๊บ ผมเชื่อว่าทุกคนจะรักผม”



มีใครเป็นไอดอลที่เรายึดถือเป็นแบบอย่างไหม?
“ผมมีพี่ไก่-วรายุฑ เป็นไอดอล ทุกวันนี้ท่านก็ยังใช้ชีวิตสนุกสนานได้ งานก็ทำได้ดี ชีวิตก็ดี ยังเล่นกีฬาไปเจอเพื่อน ทำทุกอย่างเหมือนตอนหนุ่มๆอยู่เลย ผมเห็นเขาเป็นไอดอล ผมก็ได้บอกพี่ไก่ตลอดว่ามีเขาเป็นไอดอล ผมบอกว่าอยากเป็นเหมือนเขา ไม่อยากแก่ตามอายุ (ยิ้ม) ผมก็ได้ยึดหลักของพี่ไก่มาใช้ในการทำงานคือการทำในสิ่งที่รัก พี่ไก่เขาทำทุกอย่าง งานของเขาที่ทำก็เพราะใจเขาชอบ ผมเชื่อว่าคนทุกคนถ้าทำอะไรตามหัวใจตัวเองมันทำได้ดีอยู่แล้ว”

จุดเริ่มต้นไปรู้จักพี่ไก่ได้ยังไง?
“ตั้งแต่ผมเดินแบบก่อนเข้าวงการ ก่อนเล่นละครเรื่องแรกคือพี่ไก่เขาก็เกริ่นๆ มาแล้วว่าเดี๋ยวโตขึ้นมาเล่นละครพี่นะ ผมก็ตอบว่าได้ๆ แต่ตอนนั้นผมก็ยังเฉยๆกับการแสดง ไม่ได้อยากจะเล่นละคร แต่พอโตปุ๊บก็มาเข้าเอ็กแซ็กท์ก่อน ได้มีการเติบโตฝึกพัฒนาตัวเองอยู่ในค่ายนี้ หลังจากนั้นพอพี่ไก่อยากใช้งานเราก็มาติดต่อ ก็เรียกว่าเห็นแววกันก็ได้”

สนิทกับพี่ไก่มากไหม?
“สนิทครับ พี่เขาถือเป็นผู้ใหญ่ในวงการที่ผมสนิทที่สุดแล้ว มีอะไรผมปรึกษาเขาตลอด มีละครมีงานอะไรติดต่อมาผมก็คุยกับพี่เขาตลอด”



สนิทจนมีข่าวคบหากันเลย?
“อ๋อ...จริงๆตัวเขาเองไม่ได้พูดขนาดนั้นนะ ข่าวก็ตีออกไปต่างๆนานา แต่ไม่เป็นไรคือสรุปเนื้อความสั้นๆ ได้ใจความก็คือรักกันแบบพี่น้อง ดูแลกันไปแบบพี่น้องจริงๆ ผมก็ไม่ได้คุยเรื่องข่าวนี้กับพี่ไก่นะ มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคุย ตลก ก็พูดพี่ไก่ผมเห็นข่าวแล้วแค่นั้นขำๆ เขาก็ชิลๆ ไม่ได้ว่าอะไร”

ความรักในแบบของสนต้องเป็นแบบไหน?
“ผมจะรักใครคนนึงต้องไม่ใช่เพราะฐานะหรือสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น ผมต้องรักเขาเพราะผมอยากจะรักเขาเอง เลือกเองหรือผมได้เห็นข้อดีในตัวเขาเอง ไม่ใช่คนอื่นมาบอก และก็ไม่เกี่ยวเลยว่าจะต้องเป็นคนในหรือนอกวงการด้วย”



ไม่เคยมีหรือเปิดตัวแฟนเลยเพราะอะไร?
“คนอาจจะเห็นว่าผมไม่เคยมีแฟนเลย ผมเป็นคนเลือกมาก (ยิ้ม)คนไหนที่ยังไม่ใช่จริงๆ คิดว่าในอนาคตไม่น่าอยู่ด้วยกันได้หรืออะไร ผมก็คุยเป็นพี่น้องเพื่อนกันไป ไม่อยากจะคบแล้วเลิกๆ ผมว่ามันไม่น่าจะดีเลย แต่ผมไม่ได้บอกว่ามีคนคุยคือมันอาจจะดูเหมือนคนเจ้าชู้ แต่ผมเลือกมากมากกว่า”

เรียกว่ามีสเปกสูงเลยใช่ไหม?
“สเปกของผมคือผมชอบผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง เซ็กซี่ ซึ่งคำว่า เซ็กซี่ ผมไม่ได้หมายถึงต้องหน้าอกใหญ่หรืออะไร แต่เป็นการเซ็กซี่จากข้างในมีจริตเซ็กซี่และก็ชอบผู้หญิงดูแลตัวเอง ที่สำคัญต้องเข้ากับที่บ้านและเพื่อนผมได้ จริงๆ คือมันมีหลายข้อและรายละเอียดมากกว่านั้น (ยิ้ม)”
 


ที่ผ่านมาต้องมีคนตรงสเปกเข้ามา ทำไมไม่ตกลงคบใครบ้าง?
“ก็มีบางทีที่เขาก็ไม่เอาเรา (ยิ้ม) บางทีเขาก็ไม่คุยกับเราเอง มันยังไม่เจอก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้รีบอยู่แล้ว ก็จะตั้งใจทำงานตรงนี้ให้มันดีที่สุดก่อน แต่ผมไม่ได้กลัวว่าถ้าเปิดตัวแฟนกระแสความนิยมจะลดลงนะ เพราะผมไม่เคยคิดเรื่องนั้นเลยเพราะว่ายังไม่เจอคนที่เราอยากจะเปิดตัวหรือเป็นแฟนกับเขาจริงๆ ซึ่งถ้าผมมีแฟนตอนนี้ผมก็สามารถเปิดตัวเขาได้นะเพราะผมเองก็ไม่ได้เด็กๆ แล้ว”



คาดหวังการแต่งงานอายุเท่าไหร่?
“ผมอยากมีลูกก่อนอายุ 35 ปี ก็ประมาณอีก 5-6 ปี แต่ก็ไม่เป็นไรคือผมไม่ได้กำหนดอยู่แล้วต้องแต่งตอนไหน อันนี้แค่พูดถึงความฝันเฉยๆ คือผมไม่อยากแก่เกินไป ถ้ามีลูกอยากจะเล่นกับลูก มีแรงไปลุย พาเขาไปเดินป่าแนวๆ นั้น ที่บ้านผมเขาก็ไม่ได้เร่งเรื่องนี้ แต่เขาพูดๆว่าก็หาแฟนได้แล้วนะ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเขามาผมบอกแน่ถ้าเจอ อย่าคาดหวัง ก็แล้วแต่คือผมเอาตัวเองให้ดีที่สุดก่อน พร้อมจะดูแลคนอื่นก่อน ผมไม่แคร์ว่าเขาจะเป็นใคร ผมแค่อยากดูแลเขาได้”

ผลงานที่ดีของดารานักแสดงไม่ได้นับที่จำนวนเรื่องว่าคุณแสดงไปกี่เรื่อง แต่ผลงานที่ดีคือผลงานที่เกิดจากการ “พัฒนา” ตัวเองและยอม “เหนื่อย” ในการท้าทาย “ขีดจำกัด” ของตัวเองต่างหาก
................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย "สมคิด แซ่คู"
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @sonyuke



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 92