อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

ไม่เคยอายพ่อแม่ทำก่อสร้าง ถูกไล่ที่ดิ้นรนสู้'ฝันเป็นครู'

สัปดาห์นี้สาวน้อยม.6 คิดบวกดีกรีเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เผยเคล็ดลับสู้ชีวิต ยากจนใช่อุปสรรคดักความคิด ฝันเป็นครูหวังจุนเจือพ่อแม่น้องชาย อาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ภายใต้รอยยิ้มของสาวน้อยวัย 18 ปี “น..พิญาดา แก้วบุญเรือง” หรือ “น้องเฟิร์น” ที่แสดงออกมาทางสีหน้า ที่ใครหลายคนได้เห็นต่างก็ต้องยอมรับในความสดใสร่าเริง แต่ภายใต้รอยยิ้มแห่งความสดใสนี้...จะมีใครสักกี่คนที่รู้เรื่องราวชีวิตจริงของเธอ

เด็กสาวชั้นม.6 ที่มีดีกรีเป็นเชียร์ลีดเดอร์และเป็นแดนเซอร์ประจำวงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียน ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ได้ทำกิจกรรมด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่น่ารัก ทำให้เธอกลายเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ และคุณครูทุกคน จึงไม่มีใครเคยถามความจริงเกี่ยวกับความเป็นอยู่ทางบ้านของเธอ ที่ต้องดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตมามากมาย





เธอเติบโตและพักอาศัยในบ้านที่สร้างเป็นเพิงเล็กๆ ปูขึ้นด้วยแผ่นไม้อัดและล้อมด้วยสังกะสีเก่าๆ ซึ่งพ่อแม่มีอาชีพก่อสร้างและเชื่อมเหล็ก รายได้พอเลี้ยงปากท้องพ่อแม่ลูกรวม 4 ชีวิต หากวันใดไร้งานทำ ทั้ง 4 ชีวิตก็ต้องปากกัดตีนถีบ แต่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งไม่ยอมแพ้ เธอกลับลุกขึ้นสู้ยอมรับความจริง แม้พ่อกับแม่จะยากจนมีความรู้เพียงคนงานก่อสร้าง แต่เธอกลับไม่เคยอาย ตรงกันข้ามกลับภาคภูมิใจที่ท่านทั้ง 2 สร้างให้เธอมีชีวิตอยู่ตรงนี้ได้

น้องเฟิร์น พูดอย่างภูมิใจว่า...หนูไม่เคยอายเลย ที่พ่อกับแม่เป็นแค่คนงานก่อสร้าง มันกลับทำให้หนูตั้งใจที่จะลุกขึ้นสู้ สู้เพื่อพ่อกับแม่ หนูอยากเรียนสูงๆ เรียนจบหนูจะสอบไปเป็นครู พ่อกับแม่และน้องชายจะได้ไม่ลำบาก

แม้ทุกวันนี้เธอจะมีอายุห่างจากน้องชาย 10 ปี แต่ “ด..เฟิร์ส” อายุ 8 ขวบ ชั้นป.2 รร.วัดคุณหญิงส้มจีน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก็เชื่อฟังคำพี่เฟิร์น ผู้เป็นพี่สาวที่คอยบอกคอยสอนตลอดเวลา





ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 เดือนก่อน “น้องเฟิร์น” บอกว่า ครอบครัวของหนูซึ่งพ่อกับแม่เป็นชาวจ.นครสวรรค์ หลาย 10 ปีในอดีตได้เข้ามาหางานทำที่จ.ปทุมธานี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะถูกไล่ที่เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา จึงต้องย้ายมาเช่าที่ดินซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีกหลายกิโลเมตร ชีวิตในวัยเด็กๆ ก็จะต้องขึ้นรถสองแถว 5 บาทไปโรงเรียน ระยะทางเกือบ 30 กม. กว่าจะถึงต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที แต่ก็พยายามจนเรียนจบชั้นม.3 และสอบเข้าชั้นม.4 รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าปทุมธานี ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ตกเย็นหลังเลิกเรียนกิจวัตรประจำวันของ “น้องเฟิร์น” จะไม่เหมือนเด็กทั่วไป เพราะทางที่เลือกเดินคือ ต้องฝึกซ้อมเต้นกับเพื่อนๆ ในวงดนตรีลูกทุ่ง ที่โรงเรียนทั้งอาจารย์ เพื่อน ทุกๆ คนต่างพูดกันว่า...เป็นเด็กร่าเริง อัธยาศัยดี มารยาทและเรียนดี เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7-3.8 อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าห้องและคณะกรรมการนักเรียนอีกด้วย

ความสามารถที่เธอพยายามฝึกฝนและหมั่นฝึกซ้อมก่อนจะจบจากโรงเรียนแห่งนี้ เธอรู้สึกภูมิใจมากเพราะเมื่อปี 60 วงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียนได้รางวัลที่ 3 ของประเทศ ในการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 จากทั้งหมด 12 ทีมที่ผ่านระดับภาคเข้ามา เธอบอกว่า “วันนั้นหนูร้องไห้ออกมาเพราะดีใจ สิ่งที่ให้เวลาทุกๆ เย็นไม่ได้สูญเปล่า และนับเป็นปีแรกที่โรงเรียนหนูก้าวเข้ามาในระดับประเทศ จึงเป็นรางวัลที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน”



น้องเฟิร์น บอกว่า การเป็นผู้นำมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆ เขาเป็นกัน แม้แต่การจัดแถวให้เด็กๆ น้องๆ เคารพธงชาติหน้าเสาธงก็เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ฝีมือ การทำอะไรมากกว่าคนอื่น แม้จะโดนดุโดนด่ามีคนเกลียด แต่เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แล้ว สาวน้อยคนนี้ก็ไม่ได้ท้อ เหนื่อยนิดเดียวมันก็หาย แต่สิ่งที่ได้คืนมาคือผลลัพธ์ที่ชื่นใจจากแรงที่ลงมือทำ

โชคดีที่ครอบครัวเธอเป็นคนมัธยัสถ์ การรู้จักเจียมตัวและให้กำลังใจซึ่งกันและกันผ่านการหยอกล้อกันในครอบครัวเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตสาวน้อยคนนี้ “นางจำเรียง แก้วบุญเรือง” อายุ 35 ปี ผู้เป็นแม่สอนเธอว่า “ไม่ต้องไปอะไรมาก มีแค่ไหนเราก็ใช้แค่นั้น ดิ้นรนมากไปเกินตัว และจงอย่าทิ้งความฝันการเรียน”

เมื่อสอบถามไปยัง คุณครูจิราพร เหมพุทธ ซึ่งเป็นครูประจำชั้น เล่าให้ฟังว่า เด็กคนนี้ไม่ได้มีความท้อแท้ให้เห็นเลย เขาพยายามเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด เช่น ค่ารถ 800 บาท/เดือน เขาก็ขอทำงานเป็นส่วนลด โดยรับหน้าที่เช็กชื่อเด็กๆ ว่าครบหรือยัง เพื่อเป็นส่วนลด 500 บาท และจ่ายส่วนต่าง 300 บาทที่เหลือ



เขาเป็นเด็กดีมาก ขยันและอดทน เท่าที่ครูได้คุยกับน้องเฟิร์น เขาตั้งใจว่าฝันอยากเป็นครู แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นครูสายอะไร ครูจึงให้คำแนะนำในเรื่องการเรียนต่อ หากไม่มีเงินเรียนจริงๆ เขาก็จะยอมกู้กยศ. เพราะเขาจะไม่เอาปมด้อยเรื่องฐานะทางบ้านมาทำให้ตัวเองต้องหยุดความสามารถและความฝัน”

เพราะทุกอย่างในชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับ...โชคชะตาที่เราเลือกทางเดิน แม้ทางเดินนั้นจะมีอุปสรรคเพียงใด แต่ถ้าเรายอมรับความจริง ไม่ยอมแพ้และฝ่าฟันอุปสรรคผ่านไปได้ เราจะเข้มแข็งและมีกำลังใจก้าวเดินต่อไป เช่นความตั้งใจของ “น้องเฟิร์น” พาเธอออกล่าความฝัน กำหนดอนาคตของตัวเอง ...หนูอยากเรียนสูงๆ พ่อกับแม่จะได้ไม่ลำบาก ถ้าเรียนจบ...หนูอยากเป็นครู...”

นี่แหละชีวิตภายใต้รอยยิ้มที่แสนหวานของเด็กสาววัยเพียง 18 ปี ที่เธอไม่เคยคิดย่อท้อต่ออุปสรรค เธอกลับลุกขึ้นสู้ ซึ่งไม่ใช่สู้เพื่อแค่ตัวเอง แต่ต้องสู้เพื่อพ่อแม่และน้องชาย ที่สำคัญเพื่ออนาคตของครอบครัว “ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ หนูขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังท้อแท้อยู่นะคะ หนูเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ เชื่อมั่นไว้นะคะว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป ยังไงก็สู้ๆ ไปด้วยกันค่ะ”
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์ 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    12%

บอกต่อ : 613