อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

สร้างจิตสำนึกป้องกันทุจริต ควบคู่กับบังคับใช้กฎหมาย

สัปดาห์นี้พูดถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องทุจริตได้ สำคัญต้องสร้างจิตสำนึก พึ่งหลักคำสอนทางศาสนาด้วย พุธที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


สมัยที่ผมทำงานอยู่ช่อง 11 เจอผู้คนหลากหลายวงการทุกชนชั้น เพราะต้องดูแลควบคุมการผลิตรายการสนทนา บางสถานการณ์ต้องติดต่อผู้ร่วมรายการวันหนึ่ง 4-5 รายการ รายการหนึ่งผู้ร่วมรายการอย่างน้อยต้อง 1 คนขึ้นไป ส่วนประเด็นแล้วแต่ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ภายใต้กรอบแนวคิดคือ หนึ่ง ประเด็นที่นำเสนอต้องไม่กระทบต่อภาครัฐจนเกินไป หรือถ้ากระทบต้องมีฝ่ายรัฐมาร่วมตอบคำถามหรือร่วมวงสนทนาด้วย สอง ผู้ร่วมรายการต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐจนเกินควร วิพากษ์วิจารณ์ได้พอหอมปากหอมคอ ในฐานะผู้ควบคุมและติดต่อประสานงานผู้ร่วมรายการ จึงมีโอกาสพูดคุยตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงคนเก็บขยะขาย ทำให้รู้ว่า “การบังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องทุจริตได้ การบังคับใช้กฎหมายเพียงแค่บรรเทาได้แค่นั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”



วันหนึ่งผมเชิญ คุณปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาออกรายการ เพราะสถานการณ์ปัญหาทุจริตบ้านเราเยอะเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่กฎหมายออกมาป้องกันการทุจริตเยอะไปหมด ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ดีไม่ดีแม้แต่ในสำนักงาน ป.ป.ช.เอง ก็อาจเกิดการทุจริตแบบไม่มีข้อยกเว้นจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีจิตสำนึก

ก่อนออกรายการผมกับท่านก็นั่งพูดคุยเรื่องปัญหาการทุจริตในบ้านเรา ช่วงนั่นผมจำได้ว่า ป.ป.ช.ไปร่วมทำ MOU กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ก็ถามท่านว่า ทำไมจึงดึงพระสงฆ์เข้ามาเกี่ยวข้องและทำไมต้องเป็น มจร

ท่านก็ตอบว่า “การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเรา กฎหมายอย่างเดียวเอาไม่อยู่ จึงต้องให้พระสงฆ์เข้ามาช่วยอบรมสร้างจิตสำนึกกับประชาชน ในการป้องกันกันทุจริต โดยอาศัยหลักคำสอนทางศาสนาควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย และมหาจุฬาฯ มีเครือข่ายทั่วประเทศ มีพระภิกษุที่มีองค์ความรู้ด้านการเผยแผ่และอบรมอยู่แล้ว จึงทำงานร่วมกัน”



ตั้งแต่นั้นมาผมก็แอบมองบทบาทมหาจุฬาฯ กับ ป.ป.ช.อยู่เงียบๆ ว่าทำอะไรกันบ้าง มีอาจารย์รุ่นพี่คนหนึ่งเคยส่งเอกสารมาให้อ่าน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย เมื่อสัปดาห์ก่อนเห็น ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป พาคนของ ป.ป.ช. เข้าพบอธิการบดีรูปใหม่ของมหาจุฬาฯ เพื่อแนะนำโครงการที่ท่านทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.พร้อมอธิบายว่า...

ป.ป.ช. กับ มจร ทำงานร่วมกันภายใต้กิจกรรม 1.ประสานงานและให้ความร่วมมือ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2.ร่วมจัดให้ความรู้ เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะแนวทางการส่งเสริมด้านคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการเผยแพร่รณรงค์ให้นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป เข้ามา มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 3.สนับสนุนและส่งเสริม เพื่อให้ส่วนงานของ มจร ทุกแห่งเป็น “เครือข่ายรณรงค์ป้องกันการทุจรต” 4.ส่งเสริมให้ มจร นำเนื้อหาสาระองค์ความรู้ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต บรรจุไว้ในหลักสูตรและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย 5.สนับสนุนและส่งเสริมให้ มจร ผลิตสื่อ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในด้านตำราเรียน หนังสือ บทความทางวิชาการ งานวิจัยเชิงพุทธ และสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 6.ร่วมกันดำเนินการอื่นใด ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. และ มจร เห็นสมควรร่วมกัน และสุดท้าย 7.สร้างคู่มือการฝึกอบรมหลักสูตร การป้องกันการทุจริตตามแนวทางพระพุทธศาสนา ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอบรมให้ครูพระสอนศีลธรรมเป็นวิทยากรแม่ไก่กระจายไปทั่วประเทศ...”



กิจกรรมแบบนี้ผมว่า ป.ป.ช. มาถูกทางแล้ว ความจริงควรทำร่วมกับมหาเถรสมาคมด้วยซ้ำไป ส่วนในทางภาคปฎิบัติให้มหาจุฬาฯ กับป.ป.ช. รับผิดชอบ อย่างเช่นตอนนี้ที่รัฐบาลกำลังทำร่วมกับมหาเถรสมาคมอยู่คือ “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” ที่มีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นแม่งาน กำลังเดินสายลงพื้นที่เพื่อให้ครอบคลุมทุกทั่วประเทศ หรือแม้กระทั้ง “โครงการศีล 5” ก็ทำนองเดียวกันนี้

เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ที่แฝงมาพร้อมกับ “ระบบอุปถัมภ์และระบบเกรงใจ” ภายใต้วัฒนธรรมไทย ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไขปีหนึ่งๆ เราเสียหายจากการทุจริตนับแสนล้านบาท ทุกองค์กรทุกภาคส่วนจะต้องขจัดปัดกวาดสิ่งเหล่านี้ให้จางหายไป ไม่เว้นแม้กระทั้งองค์กรที่ป้องกันและปราบปรามกรทุจริตอย่าง ป.ป.ช. และมหาจุฬาฯ.
................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 137