อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 16

สัปดาห์นี้พูดถึง "วิกฤตศรัทธา" อันเกิดจากการทุจริตร่วมกันของ ข้าราชการและพระสงฆ์หลายราย ในคดี "เงินทอนวัด" พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ข่าวารทุจริตคดีเงินทอนวัด ซึ่งมีการกระทำความผิดอย่างเป็นขบวนการ....มีข้าราชการระดับสูงสุดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และข้าราชการระดับรองลงมาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมมือกับวัด...ที่ได้รับงบประมาณทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้สร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว...การทุจริตในวงราชการมักเกิดขึ้นกับหน่วยงานต่าง ๆ  แต่คราวนี้...เป็นการทุจริตที่เกิดขึ้นกับหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์และรัฐโดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครองและส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนาสมบัติ รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทางศาสนา แต่กลับกระทำการทุจริตเสียเอง ถือเป็นบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ทั้งที่เป็นผู้อยู่ในเพศคฤหัสถ์และเพศบรรพชิต

ข่าวการทุจริตเงินทอนวัด เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. 61 เป็นต้นมา ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้เริ่มต้นดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางรวม 60 แห่ง เป็นวัดที่ได้งบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดละมากกว่า 1 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณอยู่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555-2560 เบื้องต้นมีการตรวจพบการทุจริตของวัดต่าง ๆ หลายแห่ง



ต่อมาเมื่อปลายเดือน ก.ค. 61 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอนุมัติหมายจับ นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับพวกรวม 10 คน ในจำนวน 9 คนนี้ เป็นข้าราชการมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีการพัวพันกับคดีเงินทอนวัด ล็อต 1 และล็อต 2 ในจำนวนนี้มี 1 คนที่ไม่ใช่ข้าราชการมีความผิดฐานให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการกระทำความผิด ตำรวจจาก บก.ปปป.จึงได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด ยกเว้นมีข้าราชการ 1 คน ที่หลบหนีการจับกุม  ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกฝากขังผัดแรก โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จึงได้รับการควบคุมตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เป็นการจับกุมข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดคดีเงินทอน



ต้นเดือน ส.ค. 61 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลความผิด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันทุจริตเงินงบประมาณโครงการอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัดเมื่อปี 2556 จากกรณีอนุมัติเงินสนับสนุนวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร โดยเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีของวัดพระพุทธบาทตากผ้า ตามคำร้องขอของเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์ก ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โอนเงินให้วัดพระพุทธบาทตากผ้าจำนวน 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท หลังจากนั้นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้าได้โอนเงินไปยังบัญชีเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์ก โดยการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ไม่สามารถโอนเงินให้วัดที่อยู่ต่างประเทศได้ รวมถึงมีการจัดทำรายงานการประชุมเพื่อขอรับการสนับสนุนอันเป็นเท็จ อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา



ภาพรวมและความคืบหน้า คดีทุจริตเงินทอนวัดอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ปปช. มีทั้งหมด 80 เรื่อง ได้พิจารณาแล้วเสร็จ 19 เรื่อง อยู่ในระหว่างการไตร่สวน 17 เรื่อง และอยู่ในระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง 44 เรื่อง 

การกระทำทุจริตของข้าราชการในคดีเงินทอนวัด และการประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบทในพระธรรมวินัยของสงฆ์ได้ก่อให้เกิด "วิกฤตศรัทธา" แก่พุทธศาสนิกชน

ฝ่ายอาณาจักรและฝ่ายพุทธจักรจะต้องทำงานให้สอดประสานกัน และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องและรักษาพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสืบไป.
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


ติดตามชม'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤต! ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่...คลิก

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 270