อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 16

สัปดาห์นี้พูดถึง "วิกฤตศรัทธา" อันเกิดจากการทุจริตร่วมกันของ ข้าราชการและพระสงฆ์หลายราย ในคดี "เงินทอนวัด" พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ข่าวารทุจริตคดีเงินทอนวัด ซึ่งมีการกระทำความผิดอย่างเป็นขบวนการ....มีข้าราชการระดับสูงสุดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และข้าราชการระดับรองลงมาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมมือกับวัด...ที่ได้รับงบประมาณทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้สร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว...การทุจริตในวงราชการมักเกิดขึ้นกับหน่วยงานต่าง ๆ  แต่คราวนี้...เป็นการทุจริตที่เกิดขึ้นกับหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์และรัฐโดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครองและส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนาสมบัติ รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทางศาสนา แต่กลับกระทำการทุจริตเสียเอง ถือเป็นบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ทั้งที่เป็นผู้อยู่ในเพศคฤหัสถ์และเพศบรรพชิต

ข่าวการทุจริตเงินทอนวัด เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. 61 เป็นต้นมา ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้เริ่มต้นดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางรวม 60 แห่ง เป็นวัดที่ได้งบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดละมากกว่า 1 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณอยู่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555-2560 เบื้องต้นมีการตรวจพบการทุจริตของวัดต่าง ๆ หลายแห่ง



ต่อมาเมื่อปลายเดือน ก.ค. 61 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอนุมัติหมายจับ นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับพวกรวม 10 คน ในจำนวน 9 คนนี้ เป็นข้าราชการมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีการพัวพันกับคดีเงินทอนวัด ล็อต 1 และล็อต 2 ในจำนวนนี้มี 1 คนที่ไม่ใช่ข้าราชการมีความผิดฐานให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการกระทำความผิด ตำรวจจาก บก.ปปป.จึงได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด ยกเว้นมีข้าราชการ 1 คน ที่หลบหนีการจับกุม  ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกฝากขังผัดแรก โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จึงได้รับการควบคุมตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เป็นการจับกุมข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดคดีเงินทอน



ต้นเดือน ส.ค. 61 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลความผิด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันทุจริตเงินงบประมาณโครงการอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัดเมื่อปี 2556 จากกรณีอนุมัติเงินสนับสนุนวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร โดยเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีของวัดพระพุทธบาทตากผ้า ตามคำร้องขอของเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์ก ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โอนเงินให้วัดพระพุทธบาทตากผ้าจำนวน 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท หลังจากนั้นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้าได้โอนเงินไปยังบัญชีเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์ก โดยการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ไม่สามารถโอนเงินให้วัดที่อยู่ต่างประเทศได้ รวมถึงมีการจัดทำรายงานการประชุมเพื่อขอรับการสนับสนุนอันเป็นเท็จ อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา



ภาพรวมและความคืบหน้า คดีทุจริตเงินทอนวัดอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ปปช. มีทั้งหมด 80 เรื่อง ได้พิจารณาแล้วเสร็จ 19 เรื่อง อยู่ในระหว่างการไตร่สวน 17 เรื่อง และอยู่ในระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง 44 เรื่อง 

การกระทำทุจริตของข้าราชการในคดีเงินทอนวัด และการประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบทในพระธรรมวินัยของสงฆ์ได้ก่อให้เกิด "วิกฤตศรัทธา" แก่พุทธศาสนิกชน

ฝ่ายอาณาจักรและฝ่ายพุทธจักรจะต้องทำงานให้สอดประสานกัน และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องและรักษาพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสืบไป.
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


ติดตามชม'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤต! ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่...คลิก

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%