อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

เข้าสู่ยุคใหม่'มหาจุฬาฯ' เปลี่ยนแปลง'อธิการบดี'

สัปดาห์นี้หนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองใน “สังคมสงฆ์” คือ มจร. จะเปลี่ยนแปลงอธิการบดีจาก “พระพรหมบัณฑิต” เป็น “พระราชปริยัติกวี” พุธที่ 15 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ช่วงนี้สถานการณ์ในสังคมสงฆ์เงียบสนิท คงจะรอทิศทางลม “คณะกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่” ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และพระภิกษุที่จะเข้ามาเป็นรูปใดบ้าง เมื่อรู้แล้วคงจะรู้ว่า “ลมจะพัดไปแบบไหน”

แต่โชคดีของความเป็นสถาบันสงฆ์ก็คือ...มีกฎจารีตธรรมเนียมปฎิบัติเป็นของตนเอง มีพระวินัยควบคุมทุกรูปต้องยึดเป็นสรณะ และมีกฎหมายบ้านเมืองกำกับอีกชั้น อันนี้ไม่นับ “โลกุตระ” บางเรื่องที่ประชาชนรู้บ้างไม่รู้บ้างคอย “จับผิด” อีกชั้นหนึ่ง การจะเปลี่ยนแปลงอะไร “ไม่มีแรงกระเพื่อมเหมือนทางโลกิยะ”



สังคมสงฆ์ตอนนี้มีความเปลี่ยนแปลงหนึ่ง ที่น่าจับตามองก็คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มีการเปลี่ยนแปลงอธิการบดีจาก พระพรหมบัณฑิต ที่ครองตำแหน่งมาประมาณ 20 ปี เป็น พระราชปริยัติกวี คุณูปการของพระพรหมบัณฑิตต่อประเทศไทย ต่อคณะสงฆ์ไทยและต่อมหาจุฬาฯ ไม่ต้องพูดถึงไม่มีใครเทียบได้

พระคุณเจ้าเป็นปราชญ์ราชบัณฑิต การยอมรับนับถือไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทั่วโลกยอมรับโดยเฉพาะคณะสงฆ์นานาชาติ ในยุครัตนโกสินทร์ตลอด 236 ปีมานี้ หาพระภิกษุที่มีเพียบพร้อมด้วยวัตรปฎิบัติ เพียบพร้อมด้วยองค์ความรู้ ทั้งทางธรรมและทางโลกแบบนี้หายาก หากพระพุทธเจ้าดำรงชีพอยู่ คงยกย่องให้เป็น “เอตทัคคะ” ด้านใดด้านหนึ่ง





มีคนถามว่าหลังจากนี้ไปพระพรหมบัณฑิตจะไปทำอะไร ผมคาดว่าน่าจะไปดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ และคงได้รับมอบหมายให้เข้าไปกอบกู้ภาพลักษณ์คณะสงฆ์ คงไปมีบทบาทด้าน “บริหารกิจการพระพุทธศาสนาด้านใดด้านหนึ่งใน 6 ด้าน และทราบว่าการลงจากตำแหน่งอธิการบดีของท่าน ก็เพื่อหลีกทางให้รองอธิการรูปอื่นได้ทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง เพราะหากอยู่อีกสมัยรองฝ่ายต่างๆ ก็คงจะพ้นวัยเป็นอธิการบดีกันหมดแล้ว”

ส่วนว่าที่อธิการบดีรูปใหม่ จะรับพระบัญชาแต่งตั้งอธิการบดีมจร.ในวันศุกร์ที่ 17 ส.ค.ที่จะถึงนี้ เวลา 10.00 น. ณ อาคารมวก. มหาจุฬาฯ วังน้อย ตั้งใจว่าจะย่องไปดูบ้าง แต่พิธีรับพระบัญชาแต่งตั้งอธิการบดี ก็คงทำเงียบๆ แบบฉบับของคณะสงฆ์ คงจัดแค่พอสมเกียรติ “การรับตราตั้งพระบัญชา”



โดยมีเพื่อนๆ สื่อมวลชนหลายคนสอบถามว่า อธิการบดีคนใหม่ท่านเป็นอย่างไร บุคลิกท่าทาง แนวคิด และองค์ความรู้ บอกตรงๆ ว่าผมไม่สนิทกับท่าน ผมไม่เคยพูดคุยกับท่าน แต่เจอกันตามงานก็แค่ไหว้กราบ

สังเกตสายงานท่านเติบโตมาจากสายวิชาการ จบด็อกเตอร์จากประเทศอินเดีย เป็นศาสตราจารย์ “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” คงซึมซับการทำงานบริหารพอสมควร แต่ทราบว่าบุคลิกภาพท่าน “เป็นไม้บรรทัด” เหมือนกับอดีตอธิการบดีก่อนพระพรหมบัณฑิตคือ พระราชรัตนโมลี (นคร เขมปาลี) ไม่ค่อยพูดและเป็นคนตรงๆ “ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่”



“ผมในฐานะศิษย์เก่ามอง การเปลี่ยนผ่าน ผู้บริหารสถาบันการศึกษาของพระภิกษุสามเณรที่ครอบคลุมไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ครอบคลุมทั่วโลกด้วยความตื่นเต้นว่า จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ลึกๆ เชื่อว่า ระยะแรกคงไม่มีอะไรเปลี่ยนมากมาย โดยเฉพาะตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี เพราะอย่างน้อยเชื่อว่าอธิการบดีรูปใหม่ จะทำอะไรคงต้องปรึกษาอธิการบดีคนเก่าแน่แท้”

สัปดาห์หน้า พระราชปริยัติกวี จะนั่งบัลลังก์ในตำแหน่งอธิการบดีเต็มที่แล้ว ต่อจากนี้ไปสังคมไทยและสังคมสงฆ์นานาชาติ คงจะจับตาและติดตามบทบาทของท่านว่า มีศักยภาพจะนำพามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่เปรียบเสมือน “มหาวิทยาลัยนาลันทาแห่งที่สอง” โลดแล่นท่ามกลางความท้าทายนี้ได้อย่างไร เพราะอย่าลืมว่ามีคนพยายามจะ “ยุบล้มมหาจุฬาฯ”
................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณภาพ : MCU.TV


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 2.70K