อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

4 พฤติกรรมฉาวสูบเงิน 'ป่าอยู่ได้'ถ้าขรก.ไม่โลภ!

สัปดาห์นี้ส่องพฤติกรรมฉาว 4 ประเภท “ข้าราชการ” ที่โลภและอยากได้เงิน ทำตัวเป็นมนุษย์ใต้โต๊ะ วิ่งเต้นมุ่งรับใช้นายมากกว่าตอบแทนแผ่นดิน พุธที่ 15 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น.


ข้าราชการต้องไม่โลภและอยากได้เงิน จึงจะรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ได้”

นี่คือพระราชดำรัสของล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2554 กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งประกอบด้วย 9 กระทรวง และ 36 กรม ที่เกี่ยวข้องเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานเรื่อง “แผนจัดการน้ำ”

เป็นพระราชดำรัสที่ยังคงทันสมัย แม้กาลเวลาจะผ่านไปแล้วก็ตาม เพราะข้อเท็จจริงคือ ทรัพยากรป่าไม้ได้สูญหายไปเป็นจำนวนมาก อาจมาจากความโลภและอยากได้เงินของข้าราชการ และหากไม่สามารถหยุดยั้งเปลี่ยนแปลงข้าราชการเหล่านี้ได้ ไทยจะสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ไปอีกอย่างไม่มีวันจบสิ้น



ข้าราชการที่โลภและอยากได้เงิน มี 4 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1.แสวงหาเงินตลอดเวลา แม้คนทั่วไปจะเชื่อว่าการทำงานหนัก การซื่อสัตย์สุจริต จะทำให้เติบโตก้าวหน้า แต่คนพวกหนึ่งกลับเชื่อว่า การหาเงินสะสมไว้มากๆ จะทำให้ชีวิตราชการรุ่งเรืองกว่า เพราะเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง จึงตั้งหน้าตั้งตาหาผลประโยชน์เรื่อยมาอย่างไม่หยุดหย่อน

คนพวกนี้มีความสามารถพิเศษ คือ หาประโยชน์ได้ทุกตำแหน่งและทุกที่ ถ้าเป็นหัวหน้าสวนป่าก็จะเริ่มหาประโยชน์จากจ้างคนงานชั่วคราว เอาชื่อมาเบิกทั้งที่ไร้ตัวตนที่เรียกว่า “คนงานผี” หากทำโครงการเพาะชำกล้าไม้ ก็จะเบิกเงินโดยไม่เพาะชำจริง หรือที่เรียกว่า “กล้าไม้ลม” และการปลูกป่าก็ปลูกไม่ครบ ปลูกครั้งเดียวเบิกเงินซ้ำซ้อน เรียกว่า “สวนป่าคอนโดมิเนียม” คนพวกนี้กล้าคิดทำโครงการที่เป็นไปไม่ได้ เช่น โครงการเพาะชำกล้าไม้ 53 ล้านกล้า ให้เสร็จและพร้อมปลูกภายใน 1 เดือน ซึ่งเป็นไปไม่ได้



เพราะว่าการเพาะกล้าไม้ ต้องใช้เวลาเตรียมการข้ามปี ต่างจากการเพาะถั่วงอกใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เรื่องทำนองนี้ สตง. และ ป.ป.ช.ที่ต้องการทำให้บ้านเมืองโปร่งใส ควรเข้าไปตรวจสอบ อย่าปล่อยให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน เพราะหน่วยงานใดก็ตาม ที่ปล่อยให้เรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นบ่อยๆ มักจะมีคำครหาเรื่องการซื้อตำแหน่งตามมาเป็นวงจร นั่นคือ มุ่งหาเงินเพื่อใช้เงินซื้อตำแหน่ง ส่วนเงินซื้อตำแหน่งก็จะเข้ากระเป๋าผู้มีอำนาจของหน่วยงานวนเวียนเป็นมะเร็งร้ายกัดกินบ้านเมือง

ผู้บริหารหน่วยงานเหล่านี้ ถือเป็นพวกที่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน พร่องธรรมาภิบาล เอาแต่พวกพ้องที่ไว้ใจได้มาทำงาน ไม่กล้าเอาคนนอกหรือต่างทีมมาร่วม เพราะกลัวความชั่วจะแพร่งพราย คิดและทำเฉพาะโครงการที่ได้เงินทอนง่ายๆ และจำนวนมากมาย เช่น งานอีเวนต์ หรือทำประชุมสัมมนา จนข้าราชการบางคนมีอาชีพหลัก คือ นั่งสัมมนา เพราะมีคำสั่งให้เข้าร่วมโครงการอบรมปีละหลายสิบครั้ง หรือเดือนละหลายหน

ประเภทที่ 2.วิ่งเต้นตลอดเวลา เพราะไม่มีฝีมือในการบริหาร จึงต้องใช้ฝีเท้าเพื่อวิ่งเต้นแทน ชอบเสนอหน้าไม่ให้ห่าง จะนั่งรถ กินข้าวก็ต้องใกล้ชิด จะไปต่างประเทศก็ต้องส่งถึงสนามบิน พร้อมเงินที่แลกให้พร้อมสรรพ ยอมทิ้งงานทิ้งการและความรับผิดชอบไปทำในสิ่งที่ “นาย” ชอบ เพราะคนพวกนี้รู้ว่านายชอบและโหยหาอะไร และเมื่อ “นาย” ติดกับดักผลประโยชน์ คนพวกนี้ก็สามารถรักษาอำนาจไว้ได้ และอยู่ด้วยกันอย่างอิ่มหมีพีมันต่อไป

ประเภทที่ 3.พร้อมทำผิดตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า “มนุษย์ใต้โต๊ะ” ชอบทำผิดจนติดนิสัย เลือกใช้วิธีที่ผิดกฎหมายแก้ไขความผิดตัวเอง เช่น ให้ลูกน้องรับแทน หรือให้สัญญากับลูกน้อง ลมๆ แล้งๆ ไปเรื่อยๆ อย่าโวยวายแล้วจะได้รางวัลตอบแทน คนอื่นจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เพียงให้ตนเองพ้นผิดก็เป็นพอ ทำทุกอย่างเพื่อแก้ตัวกับเจ้านาย และใช้ชี้แจงกับสื่อมวลชน เชื่อว่าวิธีที่ทำอยู่นั้น เจ้านายจะโอบอุ้มคุ้มครอง และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ คนพวกนี้จะพาตัวเองไปใกล้ชิดคนในองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ คอยรับใช้พร้อมให้ประโยชน์

ประเภทที่ 4.มุ่งรับใช้นาย มากกว่าเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ทิ้งปัญหาของชาติบ้านเมืองไว้ข้างหลัง เลือกปรนเปรอความสุขให้นาย จนนายลุ่มหลง ปิดหูปิดตาไม่ฟังใคร ซึ่งข้าราชพวกนี้ทำอะไร ขออะไรก็ได้ทั้งนั้น และถูกต้องหมด คนอื่นผิดชั่วร้ายทั้งสิ้น มีดีกันอยู่แค่ตัวเองกับเจ้านาย หรือคนของนาย และรอบรู้ว่าหลังบ้านนายมีกี่คน และตามไปดูแลแบบไม่ตกหล่นทุกบ้าน จัดทำให้ทั้งบ้านพักที่อยู่ บ้านตากอากาศ คอนโดฯ หารถยนต์ไว้ให้ขับ หาเงินทองไว้ให้ใช้จ่าย คนพวกนี้ใช้วิธีจับคนใกล้ชิดนายไว้เป็นตัวประกัน เพื่อรักษาอำนาจได้ให้ยาวนานที่สุด



ทรัพยากรป่าไม้ ไม่มีวันหลงเหลือ เพื่อส่งต่อไปสู่ลูกหลานในอนาคตได้เลย ถ้าข้าราชการพวกนี้ยังคงอยู่ต่อไปโดยไม่มีการขจัดออกไปให้หมดสิ้น

ฉะนั้นจึงรู้สึกสงสัยว่า ฝ่ายข่าวของนายกรัฐมนตรี ที่เชื่อกันว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ทำไมจึงตรวจสอบเรื่องนี้ไม่เจอ ทั้งๆ ที่มีร้องเรียนเข้าไปมากมาย ทำไมเครื่องมือรัฐที่เข้มแข็งอย่าง
ปปช. ปปท. ปปง. หรือ บก.ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ดำเนินการกับคนเหล่านี้ให้หมดสิ้น ทั้งๆ ที่มีร่องรอยความผิด ปรากฏชัดเจนให้ตามหาได้

จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่สุดท่านหนึ่ง สนองรับสั่งของล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการขจัดคนโลภและอยากได้เงิน ให้หมดสิ้น เพื่อทรัพยากรป่าไม้จะคงอยู่ต่อไป และผมพร้อมที่จะชี้เป้าครับ.
................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 284