อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กันยายน 2561

ไทยเป็นภาษายากหรือง่าย ประโยคยาวไม่มีฟูลสต็อป

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่อง “ภาษาไทย” ประโยคยาว ไม่มีจุดฟูลสต็อป แล้วคนต่างชาติจะมีมุมมองต่อความยากง่ายอย่างไร พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น.


เสียงบ่นว่าในอินเทอร์เน็ตที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือเรื่อง “ขอให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง” หลายๆ คนยังใช้ภาษาไทยแบบผิดๆ ในคำง่ายๆ ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็มีทั้งผิดโดยไม่รู้ว่า คำๆ นั้นสะกดอย่างไร คำง่ายๆ บางทีก็มีปัญหา เช่น คำที่มีตัว ร.เรือควบกล้ำ เช่น กระเพาะ กะเพรา ผงกะหรี่ บางคนไปชินกับการเอา ร.เรือควบไปทั้งสองพยางค์ เป็น กระเพรา ผงกระหรี่ (คำผิด) ซึ่งพอออกเสียงแล้วลิ้นมันจะรัวเสียมั่วไปหมด

บ้างก็ชินกับการเขียนผิดตามการออกเสียงที่ให้ดูมีจริตจะก้านหน่อย เช่น “เลย” ก็ไปเขียนเป็น “เรย” หรือ “เป็น” เขียนเป็น “เปง” หรือไปยอมรับการเขียนผิดที่เกิดจากแป้นพิมพ์ จนกดผิดบ่อยๆ กลายเป็นดูกิ๊บเก๋ เช่น “ครับ” พิมพ์เป็น “ครัช” เพราะ บ.ใบไม้ กับ ช.ช้าง อยู่ใกล้ๆ กัน แม้จะเป็นแป้นพิมพ์คนละแถว ซึ่งคนที่เขาไม่คิดมากก็บอกว่าเป็นการไหลลื่นทางภาษา แสดงว่าภาษายังไม่ตายเพราะมีคนใช้อยู่

แต่คนที่เขาซีเรียสก็มีอยู่พอสมควร เขาว่า ยอมรับการเขียนผิดและไม่ศึกษาว่าจะเขียนให้ถูกทำอย่างไร ระวังจะติดไปจนลืมตัว เขียนภาษาที่เป็นทางการก็ยังใช้ศัพท์วัยรุ่นแบบว่า…มีอารายอ๊ะป่าว หรือคำง่ายๆ ก็ผิดทำให้การเขียนงานทางการดูเป็นงานที่ไม่มีคุณค่า เขาว่าการเขียนผิดมันขัดตา การผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ถูก มันรู้สึกได้ยินเสียงเป็นคำอ่านในหัว ฟังแล้วรำคาญใจเหลือเกิน ยิ่งเด็กวัยรุ่นยิ่งไม่รู้จะเขียนผิดไปถึงไหน



ดราม่าที่เห็นอยู่เป็นพักๆ เกี่ยวกับเรื่องการผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ถูก แล้วทำให้ “เสียงในหัว” เวลาอ่านข้อความสะดุดคือคำว่า “ค่ะ” กับ “คะ” เห็นดราม่ากันวุ่นวายตามเว็บบอร์ดหรือในเฟซบุ๊ก “คะ” ใช้ในประโยคที่ต้องการแสดงเสียงสูง เช่น ประโยคคำถามหรือเรียกอย่างสุภาพ เช่น “ไปไหนคะ” ส่วน “ค่ะ” ใช้กับประโยคบอกเล่าหรือตอบรับ ที่ต้องการเสียงต่ำ เช่น “ขอบพระคุณค่ะ” “ทราบแล้วค่ะ”

ภาษาไทยยากหรือไม่? เอาจริงที่เคยเรียนภาษาต่างประเทศมารู้สึกว่า “ภาษาไทยระดับใช้สื่อสารเบื้องต้นได้” ไม่ได้ยากอะไร ไม่ใช่ภาษาที่มี tense ต้องผันกิริยาตามกาลแบบภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาที่มีเพศต้องจำว่า คำนามอะไรเพศไหนอย่างภาษาฝรั่งเศส ตัวอักษรในภาษาไทยบวกสระอาจมีมากจริง แต่ก็ไม่ได้มีเป็นพันๆ อย่างอักษรจีน หรือใช้พยัญชนะได้ 3 แบบอย่างภาษาญี่ปุ่น

เคยคุยๆ กับชาวต่างประเทศที่ชินภาษาไทยพอควร เขาบอกว่า “ภาษาประเทศไทยยากนะ” เลยถามกลับว่า ภาษาประเทศยากตรงไหนออกจะง่าย เวลาพูดเรียงประโยค ประธาน กริยา กรรม ไม่ต้องผันให้มั่ว เพื่อนตอบว่า ที่คิดว่าง่ายเพราะชิน ใช้อยู่ทุกวัน เหมือนคนไทยใช้ภาษาอังกฤษทุกวันก็จะชิน

“ภาษาไทยยากตรงการเขียน” เขาว่ามันวุ่นวายตรงที่ระบบภาษาไทยไม่ใช่คำโดด คือ เวลาเขียนประโยคมันยาวติดกันทั้งประโยค เช่นภาษาอังกฤษ “this is a cat” ก็แยกเป็นคำๆ แต่ภาษาไทยเขียนติดกัน “นี่คือแมว” ไม่มีจุด full stop กำกับจบประโยคอีก เวลาอ่านความเรียงภาษาไทยบางทีงงๆ ยิ่งเจอประโยคความรวม ความซ้อน แล้วข้อความยาวๆ บางทีเห็นแล้วไม่รู้ว่าจะแบ่งวรรคตอนตรงไหน ให้อ่านแล้วได้ใจความถูก



อันนี้ก็เห็นด้วยกับเขาส่วนหนึ่ง การเขียนความเรียงในภาษาไทยให้อ่านแล้วไหลลื่น ให้นึกถึงตอนอ่านออกเสียง ว่าข้อความต้องไม่ยาวเกินไป นึกถึงว่าเป็นช่วงลมหายใจหนึ่งกำลังดี สังเกตดูข้อสอบทักษะทางภาษาไทยแบบหนึ่งที่ยาก คือ เอาข้อความมาขีดแบ่งช่วงวรรคตอนแล้วให้เลือกว่า แบ่งวรรคแบบไหนอ่านแล้วไหลลื่นที่สุด ใจความไม่เสีย เห็นทำผิดกันเยอะแยะ ซึ่งการแบ่งวรรคตอนผิดๆ อ่านแล้วก็น่ารำคาญเหมือนฟังเด็กสะอึกพูด

“งงกับลักษณะนาม” อันนี้เขาว่าถ้าเป็นภาษาอังกฤษ พูดถึงสิ่งที่เป็นพหูพจน์ เขาจะเอาศัพท์คำนั้นเติม s เข้าไป เช่น แมวสามตัวก็ 3 cats ไม่ต้องมาแบ่งว่า อะไรใช้ลักษณะนามไหน ลักษณะนามบางคำอย่าง “ชิ้น อัน ท่อน ดุ้น เล่ม” นี่ก็น่างงว่าจะใช้อย่างไร สิ่งของบางอย่างบอกลักษณะนามไม่ค่อยจะถูก เช่น มีด เขาว่าตกลงต้องใช้ “เล่ม” หรือ “ด้าม” บางอย่างก็แทบไม่ค่อยได้ยินเขาเรียกลักษณะนาม เช่น แว่นตา (ใช้เป็นอัน)

ลักษณะนามบางทีก็มีระดับอีก อย่างช้าง ช้างป่าเรียกเป็นตัว ช้างฝึกแล้วเรียกเป็นเชือก ช้างในวังเรียกเป็นช้าง

“ภาษาไทยยากเพราะมันมีระดับ” เขาว่าภาษาไทยเวลาสื่อสาร ขึ้นกับระดับความสนิทสนมและระดับความเป็นทางการด้วย ความเป็นทางการต่างกันวิธีใช้ภาษาก็ต่างกันทั้งประโยค แค่คำสรรพนาม สนิทมากๆ ใช้ กู มึง สนิทแต่อยากสุภาพใช้ ผม เรา เธอ ถ้าเป็นทางการใช้ กระผม ดิฉัน ข้าพเจ้า คุณ ท่าน หรือไปถึงขั้นราชาศัพท์ อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย คนไทยก็ยังใช้กันไม่ค่อยถูก ไม่เหมือนภาษาอังกฤษที่สรรพนามน้อย

ความที่ภาษามีระดับ พอมาเป็นภาษาเขียนยิ่งซับซ้อนมาก เช่น หนังสือราชการหรือภาษากฎหมาย หนังสือบางฉบับ คนไทยอ่านยังขอให้แปลไทยเป็นไทย พอภาษามีระดับก็มีหลากคำมากขึ้น ใช้ระดับสูงคำก็ยากขึ้น อย่างคำว่า “ทำ” พอเป็นภาษาทางการใช้คำว่า “ปฏิบัติ” ซึ่งพอเป็นภาษาทางการ หรือภาษาในตำรา บางครั้งใช้คำที่สะกดด้วยตัวอักษรที่ไม่ค่อยใช้กัน อย่าง ฎ ฏ ญ ณ



ฝรั่งรายนี้พูดประมาณว่า ภาษาอังกฤษอาจมีคำในการจำกัดความเยอะ แต่ภาษาไทยมีคำที่มีความหมายเหมือนกันเยอะ จะใช้ให้วิลิศมาหราแค่ไหนก็ได้ ซึ่งมักจะพบในวรรณกรรมหรือวรรณคดี อย่างคำว่า ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้า มีคำที่มีความหมายเดียวกันตั้งกี่คำ อันนี้น่าจะเพราะว่า ภาษาไทยมีคำจากภาษาต่างประเทศ อย่างบาลี สันสกฤต เขมร กระทั่งอินโดนีเซีย เอามาใช้เยอะเพื่อความสละสลวยทางอรรถรสในวรรณกรรม และคำพวกนี้ยาก

“ภาษาไทยยากตรงการออกเสียง” อันนี้มันก็เป็นเรื่องของความคุ้นชินมากกว่า คือให้คนไทยไปออกเสียงฟุตฟิตฟอไฟเป็นอังกฤษ หรือน็องๆ แน็งๆ เป็นฝรั่งเศส หลายๆ คนก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาแม่ เคยดูคลิปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา นำเจ้าหน้าที่ฝรั่งมาออกเสียงภาษาไทย ก็เห็นพูดฟังพอจะออกว่าคำว่าอะไร มันอาจยากตรงคำที่เสียงมันใกล้ๆ กัน แต่ดันมาอยู่ติดกัน ยากที่คำควบกล้ำ หรือเสียง ร.เรือ หรือกระทั่งเสียงวรรณยุกต์ ถ้าไม่ชินก็ยุ่งยากทั้งการออกเสียงและการเขียน

ก็ถือว่าสัปดาห์นี้มาพูดคุยกันด้วยเรื่องเบาๆ ซึ่งคนต่างชาติรายอื่นๆ ก็คงมีมุมมองต่อความยากง่ายของภาษาไทยต่างออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่ามีความสำคัญ คือ เราเป็นคนไทย ใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องน่าสื่อสาร จะดูน่ารักกว่า

จึงอยากให้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน เคยได้ยินชาวต่างชาติพูดว่า ภาษาไทยยากตรงไหนกันบ้างหรือไม่ เผื่อจะรวบรวมให้เป็นทางการ แล้วเป็นเกร็ดความรู้สนุกๆ อีกสักตอนหนึ่ง.   
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 277