อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

วอนรัฐบาล'ปลูกป่าถาวร' เฉลิมพระเกียรติฯ เฟส 2

สัปดาห์นี้มาดูข้อเสนอ ถ้าคิดจะทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เฟส 2 ต้องทบทวนอะไรบ้าง พุธที่ 8 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น.


จากการที่ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไปอย่างรวดเร็ว และการฟื้นฟูสภาพป่ากลับทำได้ล่าช้ามาก ส่งผลให้พื้นที่ป่าเหลือน้อย จนถึงกับทำให้ประเทศชาติได้รับผลกระทบ และประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงมีหน่วยงานภายในประเทศ และระดับนานาชาติ เช่น องค์การสหประชาชาติ ยูเนสโก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก องค์กรกรีนพีช มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ที่สำคัญที่สุด คือ พระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้

พระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ ได้มีโครงการพระราชดำริ โครงการพระราชเสาวณีย์ และโครงการตามพระราชประสงค์ มาเพื่อป้องกันการบุกรุก และเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า เช่น โครงการเกษตรที่สูง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการรวบรวมพันธุกรรมไม้ โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์ และอีกกว่าหลายพันโครงการ ล้วนแต่เป็นประโยชน์มากมายต่อประเทศชาติและประชาชน

หลายรัฐบาลพยายามหามาตรการป้องกันการบุกรุกทำลายป่า และฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกบุกรุกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น ให้มีโครงการหมู่บ้านป่าไม้ โครงการ สทก. โครงการ สปก. โครงการปลูกป่า

รัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบงานทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหลายท่าน พยายามคิดทำโครงการเพื่อการป้องกันและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ บางรัฐมนตรีนำทีมจับกุมผู้กระทำผิดด้วยตัวเอง บางรัฐมนตรีผลักดันให้มีการประกาศพื้นที่เป็นป่าอนุรักษ์ เช่น อดีตรัฐมนตรี “เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ได้นำหลักการฟื้นตัวเองของป่า ตามรับสั่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นนโยบาย อดีตรัฐมนตรี “ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” ได้ใช้สมองและเวลาทุ่มเททำงานด้านที่ดินป่าไม้อย่างจริงจัง ทั้งสองท่านคิดการทำงานใหญ่ ไม่รับเงินลูกน้องทุกกรณี และกล้าปฏิเสธต่อหน้า ไม่ทำงานอีเวนต์ ไม่วนเวียนกับการเปิดงาน และเยี่ยมบูทตามที่ลูกน้องจัดให้แต่อย่างใด



มีอีกหนึ่งตัวอย่างของรัฐบาล ที่ทุ่มเททำงานเพื่อทรัพยากรป่าไม้ คือ รัฐบาลที่มี “นายชวน หลีกภัย” เป็นนายกรัฐมนตรี มี พล..สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรมต.เกษตรฯ ได้สั่งยกเลิกป่าสัมปทานทั้งป่าบก ป่าชายเลน จนมีคดีถูกฟ้องร้องตามมามากมาย แต่ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการป่าไม้ ที่รัฐบาลและรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ หาญกล้ายกเลิกสัมปทานป่าไม้ ที่มีอิทธิพลทุกด้านโดยเฉพาะด้านการเงิน และสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง

ส่วนในการฟื้นฟูสภาพป่า รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้จัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 โดยมีมติครม. เมื่อวันที่ 1 ก.พ.37 และมีมติเมื่อวันที่ 8 ต.ค.45 ได้อนุมัติให้ดำเนินงานปลูกป่าตามโครงการฯ ตั้งแต่ปี 37-50 รวม 14 ปี ให้ปลูกป่าจำนวนทั้งสิ้น 5,116,276.46 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกในเขตอนุรักษ์ จำนวน 2,681,307.65 ไร่ พื้นที่ป่าฟื้นคืนสภาพเองตามธรรมชาติ จำนวน 2,434,968.81 ไร่ และพื้นที่ปลูกป่านอกเขตอนุรักษ์ เช่น ปลูกสองข้างทาง สองฝั่งแม่น้ำ จำนวน 1,414,130.17 ไร่

ภาคเอกชนหลักที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าดังกล่าวนี้ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าร่วมโครงการและปลูกป่าจำนวนทั้งสิ้น 1,018,748 ไร่ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 384,000 ไร่ และมีอีกมากมายหลายหน่วยงาน ทั้งนี้จังหวัดที่ปลูกมากเป็นอันดับต้นๆ คือ จ.เชียงราย และจ.ขอนแก่น

โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นโครงการที่ดีที่สุดโครงการหนึ่ง และหากเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการอย่างจริงจัง ก็จะสามารถเพิ่มป่าขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ ได้ประโยชน์ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงขอให้รัฐบาลและรัฐมนตรีชุดนี้ จัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเฟส 2 เพียงแต่ต้องทบทวน สรุปบทเรียนของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วเริ่มโครงการในเฟสที่ 2 ทันที



1.ตรวจสอบ ประเมินผลโครงการเดิม หรือเฟส 1 ให้หมดสิ้นครบถ้วนก่อนว่ามีจุดอ่อนอย่างไร มีจุดแข็งตรงไหน มีรูโหว่และช่องว่างอย่างไร ใช้เงินไปมากน้อยแค่ไหนในการปลูกและบำรุงรักษา คุ้มทุนหรือไม่ การทำในเฟส 2 มีสิ่งใดต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง มีวิธีการใหม่มาเสริมอย่างไรหรือไม่

2.ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เดิมทั้งหมดว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อน หรือที่เรียกว่าปลูกป่าคอนโด สำรวจว่าป่าหายไปเท่าไหร่ ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกหรือไม่ ผลของคดีเป็นอย่างไร ให้มีการตรวจสอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจ.เชียงราย จ.ขอนแก่น ที่ได้รับงบประมาณไปจำนวนมากมาย

3.สำรวจสวนป่าของกรมป่าไม้ ของกรมอุทยานฯ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งหมดว่ามีกี่ป่า สภาพป่าที่แท้จริงขณะนี้เป็นอย่างไร หากพบว่าสวนป่าได้รับความเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับนำมาใช้ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เฟสที่ 2 จะได้ไม่เกิดความซ้ำซ้อนกัน

4.สำรวจป่าสงวนแห่งชาติที่มีอยู่ทั้งหมด ป่าใดเสื่อมโทรมเหมาะสมที่จะนำมาใช้ปลูกป่าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นจำนวนเท่าไหร่ และพื้นที่ที่ถูกยึดถือครอบครอง และไม่สามารถนำมาใช้เพื่อการปลูกป่าเท่าไหร่

5.ต้องไม่ปลูกในป่าอนุรักษ์ที่อุดมสมบูรณ์ เพราะไม่เป็นประโยชน์ ตรวจสอบไม่ได้ เกิดการทุจริตได้ง่าย เป็นช่องทางให้พวกหาประโยชน์กระทำการทุจริต ทำให้สูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปโดยเปล่าประโยชน์



6.ให้เปลี่ยนวิธีการปลูก จากให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ปลูก และตรวจรับ ตลอดจนตรวจสอบกันเอง มาเป็นให้เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับจ้างปลูก ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ตรวจรับและตรวจสอบ หากมีปัญหาการทุจริต ให้ใช้หน่วยงานภายนอกตรวจสอบ เช่น สตง. ปปท. ปปง.ปปช. หรือ บก. ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ตรวจสอบ

7.ใช้หน่วยงานภายนอกที่กล่าวมาแล้ว ตรวจสอบย้อนหลังเจ้าหน้าที่ชุดเดิม ที่รับผิดชอบโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ทุกคน ทุกแปลง ทุกคำสั่ง ตรวจสอบทั้งผลงานและเส้นทางการเงินของบุคคลเหล่านี้ เพราะหากมีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง อาจพบว่าเส้นทางการเงินจากสวนป่านี้ ปูทางให้ใครบางคนได้ตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น หรือหากการตรวจสอบที่จริงจังจะได้เห็นหน้า “มนุษย์ซองขาว” ตัวจริงเสียที

อาจเผยโฉมให้เห็น “นาย” ที่อยู่เบื้องหลังของคนพวกนี้ ซึ่งยอมรับเศษเงินที่ยัดมาให้จนพูดจาไม่ออกต้องโอบอุ้มกระเตงกันตลอดเวลา หากตรวจสอบกันให้ลึกพอ ก็อาจพบว่าบ้านพัก รถยนต์ เงินทองที่มากมายของคนข้างกายนาย อาจส่งต่อจากอดีตหัวหน้าแปลงปลูกป่าของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ก็ได้ ลองตรวจสอบดู

ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรี ต้องรีบสะสางเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ให้หมดสิ้น เพราะเป็นสิ่งกัดกร่อนเครดิตรัฐบาลอยู่ทุกวัน ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งฟื้นฟูสภาพป่าโดยการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เฟส 2 ขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากนี้ผมจะทำหนังสือกราบเรียนเป็นเรื่องๆ ถึงหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แก้ไขเรื่องเลวร้ายอีกหลายเรื่องที่สะสมอยู่ ผมพร้อมจะให้ข้อมูลและพร้อมจะพิสูจน์ในทุกที่ว่า การปลูกป่าที่ผ่านมาเกิดความล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ และหากปปช.รับเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบ ก็จะพบการทุจริตอย่างแน่นอน.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์” 


ขอบคุณภาพจาก : สหกรณ์ออมทรัพทย์กรมป่าไม้ , วิกิพีเดีย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 348