อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 ตุลาคม 2561

​​​​​​​ความต่างคดีจับโจรในอดีต เดี๋ยวนี้นายต้องดูดีได้แถลง

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องเล่าปนขมขื่น จับโจรในอดีตไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน “นายต้องดูดีได้แถลงข่าว” ตำรวจชั้นประทวนก็ทำหน้าที่รับแจ้งความต่อไป พุธที่ 8 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.


บางทีคุยกับตำรวจรุ่นเก่าๆ มันก็ได้เรื่องราวมาเขียนอย่างน่าสนใจเหมือนกัน บางเรื่องถือว่าดีมากและสะท้อนว่า บางครั้งตำรวจอาชีพที่มีประสบการณ์จับคนร้ายนั้น เขาทำงานกันอย่างไร??

ตำรวจชั้นประทวน ทำงานเดินตรวจตามห้างที่อยู่ระหว่างศึกสถาบันอันโด่งดัง 2 แห่ง เขาชำนาญและมีสายข่าวในห้างเยอะ จึงทราบข่าวกลุ่มคนร้ายงัดขโมยตู้เซฟในร้านทองแห่งหนึ่งได้อย่างเหนือเมฆ ตำรวจชุดสืบสวนวิ่งทำงานกันวุ่น ส่วนตัวเขาเองเดินตรวจความเรียบร้อยในห้างป้องกันการวิวาทของนักเรียนระหว่างสถาบัน

เรามันก็อยากรู้” ตำรวจชั้นประทวนรำลึกความหลัง

ว่าแล้วเขาก็ไปที่ร้านแห่งนี้ ขอดูกล้องวงจรปิดทั้งหมด “สมัยก่อนมันเป็นวีดีโอและเป็นซีดี เจ้าของเห็นหน้าเราบ่อย เขาก็ให้เลย ผมออกเวรกลับบ้านก็ไปนั่งดูภาพวงจรปิด ก็เห็นหน้าคนร้าย เป็นคนต่างชาติ เพราะหน้าไม่ใช่คนไทย” ว่าแล้วก็บอกชื่อสัญชาติประเทศนั้นไป

เรื่องราวก็ผ่านไปนานหลายเดือน ชุดสืบสวนคว้าน้ำเหลวไม่อาจจับโจรกลุ่มนี้ได้

แต่โจรก็คือโจร คนเราเคยชินอะไรก็จะทำแบบนั้นเสมอมา พวกมันก็เหมือนกัน คราวนี้กลับมาอีกครั้ง”



ตำรวจชั้นประทวนจำรูปจากวงจรปิดได้ ขณะเห็นหนึ่งในคนร้ายเดินอยู่ในห้าง เขาเดินประกบและย่องตามทันที สัญชาตญาณตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาให้จับโจร ทำให้รู้ว่าคราวนี้พวกมันเดินกันมา 3-4 คน เขากำลังอยู่ระหว่างกลางวงของพวกมัน ต้องเดินเงียบๆ แต่ตามติดไปทุกที

ส่วนโจรนั้น ก็คือโจร ความกลัวสูงสุดของพวกมันก็คือ กลัวโดนตำรวจจับกุม

ไม่นานเกินรอมันก็รู้ว่ามีคนติดตาม พวกมันรู้ในฉับพลันว่า คือ ตำรวจ ทันใดนั้นพวกมันก็เดินเวียนพยายามหลบหนี แต่ถ้าออกไปจากห้างอาจจะเสี่ยงถูกจับ

สมัยก่อนห้างมันกินเบียร์ได้นิ กินเวลากลางวัน ไม่ได้ห้ามเปิดปิดเหมือนสมัยนี้” ตำรวจชั้นประทวนรำลึกความหลัง ดังนั้นพวกวายร้ายตัวแสบจึงเดินเข้าไปในร้านอาหาร ทำทีสั่งเบียร์กิน ถึงตรงนี้ตำรวจก็คือตำรวจ โจรนั้นต้องจับให้ได้

พี่สั่งปิดร้านเลยให้คนออกให้หมด เหลือแต่ไอ้พวกนี้เท่านั้น เราเดินตรวจในห้างจนซี้กับทุกร้าน เราสั่งได้เองเลย”

เจ้าของและพนักงานร้านทำตาม ตำรวจชั้นประทวนเดินเข้าประกบไปหากลุ่มชาวต่างชาติในทันที “ขอดูหนังสือเดินทางหน่อย” เครื่องแบบสีกากีเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่า คือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยึดเอากฎหมายเป็นอุดมการณ์สูงสุด จะจับโจรก็ต้องมีลีลากันหน่อย

แก๊งต่างชาติ 3-4 คนมองหน้าตำรวจอย่างงงๆ ไม่นานก็หยิบหนังสือเดินทางให้ดู ใบหน้าเรียบเฉยของกลุ่มวายร้าย คาดว่าจะซ่อนรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมไว้ พวกมันรู้ดีว่าทุกอย่างในหนังสือเดินทาง ทั้งวีซ่าต่างๆ นานาถูกกฎหมายเป็นที่สุด

พี่ก็รู้ว่ามันถูกต้องทั้งหมด มันก่อเหตุเข้าไปงัดตู้เซฟในร้าน แล้วยกไปแบ่งของกัน ก่อนออกนอกประเทศ สักพักผ่านไปหลายเดือนก็กลับเข้ามาในประเทศไทย หาร้านที่จะก่อเหตุต่อ โจรก็คือโจร ที่ไหนทำได้ มันก็จะทำที่เดิม มันเลยเกมเสียแบบนี้ จับโจรนะจับไม่ยากหรอก” ตำรวจกล่าว

ถ้าอยากจะจับอะนะ”



ตำรวจประทวนตรวจหนังสือเดินทางเรียบร้อย ก่อนส่งคืนให้กับกลุ่มวายร้ายทั้งหมด “ไปโรงพักกันหน่อย ผมต้องขอตรวจรายละเอียดหนังสือเดินทางอีกครั้ง ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพัก”

วายร้ายฟังแล้ว อาจจะเหงื่อตก แต่พวกมันยังทำใจดีสู้เสือ หากเล่นไพ่รัมมี่ นี่คือการวัดใจครั้งสำคัญ พวกมันอมไพ่สองดอกจิกอยู่ และพยายามแสร้งว่าไม่ได้อม เพื่อวัดใจให้มีการทิ้งไพ่สำคัญลงมา หากสำเร็จก็ได้แต้ม หากไม่สำเร็จ ก็จะต้องอมสองดอกจิกตายคามือ

กลุ่มวายร้ายทั้ง 4 คนลุกออกจากร้าน ตำรวจวอเรียกรถกระบะสายตรวจมารับตัวไปโรงพัก

เมื่อไปถึง เขาจัดให้มันนั่งในห้องสายตรวจ ตำรวจลากโทรทัศน์เครื่องเก่าออกมา เสียบปลั๊ก นำวีดีโอใส่ไปในเครื่อง แล้วเปิดให้ภาพวงจรปิด ไม่นานและไม่นาน “ภาพพวกมันทั้ง 4 คน ขณะลงมือก่อเหตุปรากฏบนโทรทัศน์ ผมหันไปถามว่า เป็นไงใช่พวก_ไหม ไอ้พวกนี้นั่งเหงื่อแตกสั่นเป็นเจ้าเข้าเลย” ตำรวจที่เล่าหัวเราะ ก่อนจะนำไปสู่การสืบสวนจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ



ถ้าเล่นไพ่ พวกมันอมจนต้องเสียรอบวงเลยล่ะ” ตำรวจกล่าว แล้วพูดต่อว่า “สมัยนั้น ได้รับการชมเชยยันอธิบดีตำรวจเลย มอบรางวัลให้ คดีใหญ่แบบนี้ใช้พี่คนเดียว แต่ถ้าเป็นสมัยนี้นะ” แกพูดเสียงเบาลง

นายด่าตายห่าเลย จับคดีเองทำไมไม่รายงานนาย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ทำงานต้องดูนายดีๆ นายต้องได้แถลงเสมอ” ตำรวจเม้มปากยิ้มออกมา ก่อนหันไปหาประชาชนที่เดินขึ้นโรงพักแล้วพูดว่า “มาทำอะไรครับ”

แจ้งความสมุดบัญชีธนาคารหายครับ” ประชาชนกล่าว ตำรวจนายนี้ขอบัตรประชาชนเสียบเข้าเครื่อง แล้วพิมพ์รับแจ้งความ กินเวลาไม่นานก็ปริ้นออกมา เขียนเซ็นก่อนยื่นให้กับประชาชนไป “พี่เป็นมาหมดแล้ว สายตรวจ สายสืบ ในและนอกเครื่องแบบ จับโจรมาก็เยอะ แต่ยุคนี้สมัยนี้นะ” แกพูดออกมา

มานั่งรับแจ้งความแบบนี้....ดีที่สุด” ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา ไม่รู้ว่าเป็นการยิ้มแบบดีใจหรือขมขื่นกันแน่.
....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 463