อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

'หมวดป้อ'จากดินลูกชาวนา เดินหาฝันเป็นนักบินสำเร็จ

สัปดาห์นี้ล้วงชีวิตหนุ่มติดดินดีกรี “นักบิน” จากเด็กบ้านนอกลูกชาวนา ล่าความฝันหวังพ่อแม่หายเหนื่อย สู้ทุกอุปสรรค สอนสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันหมด อาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.


“แรงบันดาลใจ” แต่ละคนเกิดจากอะไร เคยสงสัยกันไหมครับ...ทำไมบางคนที่รู้สึกท้อแท้ บางคนล้มเหลว หรือบางคนมีต้นทุนชีวิตที่ลำบาก เมื่อพวกเขาลุกขึ้นเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง แรงบันดาลใจเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร??

ชีวิตในวัย 29 ปี ของหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นนักบิน “หมวดป้อ” หรือ “ร...ณภัทร เกษนาค” หากดูเผินๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่านักบินคนอื่นๆ เพียงแค่มียศทางตำรวจ แต่เมื่อได้รู้ประวัติและที่มากว่าหนุ่มคนนี้ จะก้าวพ้นผ่านแต่ละช่วงชีวิตได้ เขาต้องฟันฝ่าอะไรมามาก จนเพื่อนๆ ที่ได้รู้เรื่องราวบอกว่า “ชีวิตเอ็งยิ่งกว่าละครอีกนะ”



“ผู้หมวดป้อ” เล่าว่า ในวัยเด็กย้ายรกรากจากจ.หนองบัวลำภู มาอาศัยที่บ้านดงคล้อ หมู่ 6 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ พ่อแม่ยึดอาชีพทำนา ซึ่งหมู่บ้านอยู่ในป่าไร้น้ำไร้ไฟฟ้า มีเพียงแสงตะเกียงที่ให้แสงสว่าง แต่ความเคยชินจึงไม่รู้สึกว่าลำบาก จน 2-3 ปีให้หลังมีไฟฟ้าและประปาเข้ามาในหมู่บ้าน แต่ถนนหนทางก็ยังเป็นเหมือนเดิม กระทั่ง 4 ขวบพ่อกับแม่ตัดสินใจไปทำงานเป็นกรรมกร สร้างห้างที่เชียงใหม่ กาดสวนแก้ว รับจ้างแบกหามค่าแรง 180 บาท/วัน ต้องใช้วันละ 25 บาทเป็นค่าอาหาร 3 มื้อ ที่เหลือก็เก็บหอมรอมริบไว้เป็นเงินเก็บ

โดยมีตากับยายเป็นผู้ดูแล ผู้หมวดและ “นายอัครพนธ์ เกษนาค” อายุ 31 ปี พี่ชายที่อายุห่างกัน 2 ปี มีบ้างที่พ่อแม่จะนั่งรถทัวร์มารับไปอยู่ที่เชียงใหม่ในช่วงปิดเทอม ซึ่งเมื่อพ่อแม่เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงกลับมาเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ที่บ้าน แต่ก็ยังคงยึดอาชีพทำนาทำไร่ไม่เคยทิ้ง และในวันหนึ่งช่วงปิดเทอม..ป้อ วัย 9 ขวบ ออกไปทำไร่กับพ่อ จับจอบ...จับเสียม...ขุดดิน

พ่อถามเขาว่า “การบ้านที่ครูให้มาช่วงปิดเทอม ทำเสร็จหรือยัง” เขาตอบทันทีว่า “ทำเสร็จแล้วครับ ตั้งใจทำวันเดียวก็เสร็จแล้วครับ” พ่อถามต่อว่า “แล้วจับจอมจับเสียมกับจับปากกา อันไหนมันเหนื่อยกว่ากัน” จุดนี้เองทำให้ด.ช.ป้อ คิดได้ว่า...ทำไมพ่อแม่ต้องมาทำงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อเรา จับจอบจับเสียมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้มากี่ปีแล้ว ถ้าเราไม่ตั้งใจเรียน เราก็คงจะเห็นพ่อแม่เหนื่อยแบบนี้ไปทุกๆ วัน เพราะท่านทั้ง 2 จบเพียงป.4





แต่พ่อของเขา “นายวรโชติ เกษนาค” ทำให้เห็นว่า ถ้ายังพยายามและขวนขวายสิ่งดีๆ เราจะมีโอกาสคว้าความฝันและทำมันให้สำเร็จได้ พ่อของเขาเลือกเรียนต่อที่กศน. จนจบม.6 ทำให้ก้าวเป็นผู้นำท้องถิ่นครองตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน 2 สมัยซ้อน

กระทั่งด.ช.ป้อ ย้ายไปเรียนที่ต่างอำเภอ ซึ่งระยะทางกว่า 80 กม. ต้องไปพักอาศัยบ้านครูใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 แต่ระยะทางก็ยังไกล เขาจึงตัดสินใจไปอยู่วัด ขอเป็นเด็กวัด เพราะวัดอยู่ใกล้โรงเรียน ทำให้ช่วงม.5 เกิดคำถามในใจว่า จะทำอย่างไรเพื่อลดความเหนื่อยล้าของพ่อแม่ และแบ่งเบาภาระครอบครัว ถ้ารอจบมหาวิทยาลัย ก็คงต้องใช้เงินพ่อแม่อีกมาก เป็นเหตุให้ตัดสินใจสมัครสอบเตรียมทหาร เพราะฝันอยากเป็นนักบิน แต่ได้คะแนนตำรวจมากที่สุด ก้าวเป็น “นักเรียนนายร้อยตำรวจ” เพื่อนในรุ่นคัดเลือกให้เป็น “รองหัวหน้านักเรียน” จบออกมาเป็นพนักงานสอบสวนอายุ 27 ปี ทำงานที่สน.บางรัก 2 ปี และมาช่วยงานสืบสวนนครบาลอีก 8 เดือน

ระหว่างนั้นพ่อแม่เริ่มป่วย ส่วนพี่ชายจบเพียงชั้นม.6 และออกไปสร้างครอบครัว ผู้หมวดป้อ เริ่มถามตัวเองอีกครั้ง “เราต้องการอะไร ยศ อำนาจ หรืออะไร แต่หน้าที่ของข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน” เราต้องการความสุขเท่านั้นหรือเปล่า?? พ่อของเขาพูดประโยคหนึ่ง “ทำดีไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบ ถ้าเราพร้อมเราจะตอบแทนสังคมได้มากกว่า” ผู้หมวดเลือกลาออกขอเวลาดูแลพ่อแม่ และเดินตามฝันในวัยเด็ก



“มันเป็นความโชคดีที่สนใจภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ ชอบดูสารคดีอังกฤษ หรือพูดคุยกับชาวต่างชาติที่สน.บางรัก ฝึกการสื่อสารเพิ่มขึ้น แต่ครูผู้ที่ทำให้สอบผ่านเข้ามาเป็น Student Pilot (SP) นักเรียนฝึกหัดของสายการบิน คือ ยูทูบและกูเกิล เพราะผมไม่มีสตางค์เหมือนคนอื่น เป็นเพียงเด็กบ้านนอกที่ย้ายเข้ามาเรียนในเมืองเรื่อยๆ ไม่เคยเรียนพิเศษเลย การทำเกรดให้ดีขึ้นแต่ละเทอม คือการอ่านล่วงหน้าก่อนเริ่มเรียนในชั้นเรียนกับเพื่อนๆ การหวังตักตวงความรู้จากครูอย่างเดียว เหมือนเราเป็นแก้วที่ว่างเกินไป อย่าผลักภาระให้ครูเพียงเพราะเขามีหน้าที่สอน”

แต่สิ่งที่ (เกือบ) เป็นอุปสรรค คือ ค่าเล่าเรียนจบหลักสูตรมันสูงถึง 2 ล้านบาท ปัญหาอยู่ที่การกู้เงินจากธนาคารต้องมีผู้ค้ำประกัน หากเป็นญาติทำงานเอกชน จะต้องมีเงินหมุนเวียนหลักล้าน ซึ่งครอบครัวมาจากชาวนาจะไปหาที่ไหน หรือถ้าญาติรับราชการ แต่ต้องนามสกุลเดียวกัน จึงไล่เรียงลำดับมีญาติคนหนึ่งเป็น “ลูกสาวของพี่ชายปู่” มีศักดิ์เป็น “ป้า” อาชีพพยาบาลที่จ.เลย เหลือ 2 วันที่จะชี้แจงลำดับญาติให้ธนาคารฟัง จนผ่านสามารถกู้เงินได้

หลายคนมองว่าอาชีพนี้ เป็นอาชีพที่ได้รับค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง แต่เงินเดือนที่สูงก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่สูงด้วย ต้องรับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินลูกเรือและผู้โดยสาร อีกทั้งยังต้องผ่านภาวะกดดัน เรื่องสภาพอากาศถือเป็นการตัดสินใจของนักบินทุกคน ต้องยึดถือเป็นหลักเดียวกัน จะไม่พาชีวิตทุกคนเสี่ยงต่อสภาพอากาศ แม้จะมีระดับความเลวร้ายต่ำที่สุด



ความฝันที่ทำได้สำเร็จนี้ ผ่านไปได้ 4-5 ไฟลต์ เขาได้ทำหน้าที่เต็มความสามารถ แต่มีบางอย่างที่ต้องเสียไป เขาดูแลพ่อที่ป่วยหลายโรครุม ทั้งนิ่วในไต ปอดติดเชื้อ ไอไม่ทราบสาเหตุ คออักเสบ จนพบมะเร็งตับระยะสุดท้าย แต่เขาไม่รู้เลยว่าจะเป็นอ้อมกอดสุดท้ายจากผู้สร้างแรงบันดาลใจ กอดของการจากลา ก่อนกลับมาทำหน้าที่นักบิน

นักบินจะถูกประเมินภาวะความกดดันต่างๆ รวมถึงความเครียดที่มาจากภาระครอบครัว เพราะต้องคำถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งในเวลานั้น คือ พ่อเสียไปแล้ว (53 ปี) แม่เขารู้ว่าถ้าบอกไปตรงๆ ลูกคงทำงานไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้โกรธแม่ เข้าใจดีว่าทำไมแม่ถึงบอกแบบนั้น

คำถามแรกที่เห็นหน้าแม่คือ “พ่อทรมานไหมครับ” ภาพในหัวผุดขึ้นมาเต็มไปหมด พ่อเป็นตัวอย่างที่ดี สู้ อดทน และพยายาม ไม่บังคับแต่ชี้แนวทาง ทำให้เห็นว่าลูกหลานคนจากในป่า เราก็สู้คนอื่นได้ ทุกวันนี้กลับบ้านจะนึกถึงโรงเรียนดงคล้อ นึกถึงน้องๆ จึงระดมทุนจากเพื่อนๆ นำเงินไปมอบให้เพื่อสร้างห้องคอมพิวเตอร์ และต่อไปจะสร้างสนามเด็กเล่น



นี่อาจเป็นอีกรูปแบบของ “แรงบันดาลใจ” การเป็นผู้ที่ถูกเลือกนั้นไม่ได้ยาก เพียงเราขยันกว่าคนอื่น หากชีวิตไม่ทำอะไรเลย แน่นอนมันก็จะยังคงอยู่ที่เดิม เช่น นักบินหนุ่มคนนี้ได้ฝากทิ้งท้ายว่า...

ผมไม่ได้เป็นคนเก่ง ไม่มีความพิเศษ แต่ได้ตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาตัวเองจากพ่อแม่ ท่านไม่เคยทำให้ผมรู้สึกว่าขาดแคลนหรือด้อยกว่าใคร ได้รับโอกาสจากโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รวมถึงโอกาสจากทางสายการบิน สิ่งที่ทำให้เดินมาถึงจุดนี้ได้ คือ ความปรารถนาที่จะตอบแทนพ่อแม่ ให้ท่านสบายกายและสบายใจ มันเป็นมากกว่าแรงบันดาลใจจากที่ไหนๆ เชื่อว่าถ้าทุกคนมีแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ จะทำอะไร ย่อมสำเร็จได้ไม่ยาก แม้วันที่ท่านไม่อยู่ เราก็จะทำความฝันของท่านให้สำเร็จ แรงบันดาลใจแบบนี้ไม่มีวันหมด.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 6.50K