อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

ทำเนียบ'สุภาพบุรุษป่าไม้' คนดีผลงานเด่นแห่งพงไพร

สัปดาห์นี้มาไล่เรียงกันดูว่า “อดีตอธิบดีกรมป่าไม้” ท่านใดบ้าง?? คงฝีไม้ลายมือฝากผลงานไว้ เป็นประโยชน์แก่ชาติและมีผลงานโดดเด่น พุธที่ 1 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น.


กรมป่าไม้ เดิมทีสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่หลังจากปฏิรูประบบราชการเมื่อ 3 ต.ค.2545 ไปสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแบ่งแยกไปเป็นกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กรมป่าไม้ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานคู่กับแผ่นดินไทย มาตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า มีผู้บริหารมาแล้วหลายท่าน บางท่านมีบทบาทที่โดดเด่น บทความนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง และยึดถือเป็นแบบอย่างของบางท่าน เช่น

1.นายพงศ์ โสโน เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2523 จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2526 เพราะท่านผ่านงานกองวิจัยป่าไม้มาก่อน ในยุคท่านจึงมีการจัดตั้งสวนพฤษศาสตร์ สวนรุกขชาติ เป็นจำนวนมากมายหลายสวน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องผืนป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ถือเป็นยุคทองของงานพฤษศาสตร์ ผลงานของท่านควรบันทึกไว้กับแผ่นดิน แม้ช่วงหลังจะมีโครงการอื่นๆ มาบดบังไปบ้าง เช่น เอาไปทำเป็นป่ากลางเมืองบ้าง หรือทำเป็นตลาดนัดในป่าไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามสวนพฤษศาตร์ ที่สร้างด้วยมือของนายพงศ์ โสโน ยังคงอยู่ เพราะไม่มีการสร้างอะไรขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด นอกจากเอาป้ายป่ากลางเมืองมาติดเท่านั้น

นายพงศ์ โสโน เป็นบุคคลที่กล่าวขวัญถึงกันว่า เป็นนักสู้จากภูธรที่มีผลงานที่โดดเด่น กล้าต่อกรกับเจ้าของสัมปทานป่าไม้ ซึ่งถือเป็นอิทธิพลใหญ่ในขณะนั้น เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตหาคนเทียบยาก จนถูกเลือกจาก พล..เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ยิ่ง ให้เข้าทำงานส่วนกลาง คือกรมป่าไม้ที่กรุงเทพฯ โดยเป็นรองอธิบดีเพียง 14 วัน แล้วแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ และอยู่ในตำแหน่งยาวนานด้วยฝีมือการทำงาน ความซื่อสัตย์ และเป็นบุคคลที่พัฒนาหลักวิชาการป่าไม้ ใช้บริหารอย่างจริงจัง เป็นคนที่ปฏิเสธไม่รับเงินจากลูกน้อง เป็นนักวิชาการโดยสายเลือด ไม่ใช่นักวิชาการขูดเลือด



ถือเป็นเพชรแท้ในวงการป่าไม้ เป็นของจริงไม่มีการสร้างภาพ ทุกตำแหน่งที่ได้มาเป็นลำดับนั้น ไม่ได้มาจากการซื้อเลย ไม่เหมือนบางยุคที่ผู้บริหารได้ตำแหน่งมาจากการซื้อทุกตำแหน่ง ซื้อตั้งแต่ซี 7 จนถึงซี 10 ซื้อตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้าสวนป่าจนถึงอธิบดี จนได้ฉายาว่า
“มนุษย์ซองขาว” และอยู่ในตำแหน่งได้เพราะทุ่มเทปรนเปรอเจ้านายและคนรอบกายของเจ้านาย

บั้นปลายชีวิตของ นายพงศ์ โสโน ถูกเลือกจากต่างประเทศให้ไปทำงานการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ในต่างประเทศ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและแวดวงป่าไม้ไว้อย่างมากมาย

2.นายจำนงค์ โพธิสาโร เป็นอธิบดีตั้งแต่ 1 ต.ค.2526-30 ก.ย.2528 มีผลงานที่โดดเด่นในการจัดการด้านที่ดินป่าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกบุกรุกป่าไม้ และแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน โดยมีผลงานที่โดดเด่นมาตั้งแต่ช่วงปี 2522-2524 ขณะที่ดำรงตำแหน่งผอ.กองการจัดที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เป็นผู้พัฒนาโครงการ
“หมู่บ้านป่าไม้” จนประสบความสำเร็จ โดยได้นำราษฎรที่บุกรุกป่าที่กระจัดกระจายมาอยู่รวมกัน แล้วจัดตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้านป่าไม้ และจัดที่ดินทำกินและอยู่อาศัยให้ครอบครัวละ 15 ไร่ โดยได้นำ “วนเกษตร” มาใช้กับหมู่บ้านป่าไม้ และนำประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านป่าไม้ มาเป็นลูกจ้างสวนป่าเพื่อปลูกและบำรุงป่า ด้วยผลงานที่โดดเด่นในด้านนี้ จึงผลักดันจนได้เป็นรองอธิบดีและอธิบดีตามลำดับ และหากมีการทำงานด้านหมู่บ้านป่าไม้ ตามแนวคิดของท่านอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าขณะนี้ทรัพยากรป่าไม้ จะไม่ถูกบุกรุกมากมายขนาดนี้ ประชาชนก็คงไม่มีความเดือดร้อนเรื่องที่ทำกินเช่นนี้

นายจำนงค์ โพธิสาโร เติบโตมาเพราะมีผลงานที่โดดเด่น ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ในบางยุค ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยแม้แต่ด้านเดียว มีแต่อวดตัวยกตนว่าเก่งกับลูกน้องตัวเองได้เท่านั้น สร้างภาพผ่านการจ้างสื่อ อย่าว่าแต่จะมีการว่าจ้างไปเป็นที่ปรึกษาเลย แค่จะจดจำก็ไม่มีใครจดจำอะไรได้เลย ถ้าจะมีการจดจำบ้างก็น่าจะเป็นเจ้านายและคนรอบข้างเจ้านายเท่านั้น เพราะสร้างบ้านให้พัก ซื้อรถยนต์ให้ขับ และให้เงินจากซองขาวได้ใช้จ่าย

บั้นปลายชีวิต นายจำนงค์ โพธิสาโร เข้าสู่การเมือง ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรหลายสมัย และประสบความสำเร็จได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด



3.นายทิวา สรรพกิจ อธิบดีกรมป่าไม้ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2534-30 พ.ย.2535 เป็นอธิบดีที่ให้ความสำคัญด้านสวนป่า ใช้เวลาส่วนใหญ่ของท่านไปกับการตรวจสอบติดตาม การปลูก การบำรุงป่า จนเกิดสวนป่าดีๆ ขึ้นมากมายในยุคนั้น เป็นผู้บริหารที่มีฝีมือจัดจ้าน มีทีมงาน เป็นผู้ใหญ่ที่มีความเป็นธรรม วางหลักเกณฑ์ในการโยกย้ายแต่งตั้งให้คนดีมีฝีมือได้เข้าสู่ตำแหน่ง ไม่เห็นแก่พวกพ้องไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง เป็นคนตรงไปตรงมา ได้วิจารณ์รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านหนึ่ง ในสมัยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมป่าไม้ จนเป็นข่าวใหญ่โตในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ว่า
“ตาบอดคลำช้าง” เป็นเหตุให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงโกรธ จึงถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แต่ด้วยฝีมือ หลังจากนั้นจึงกลับมาเป็นอธิบดีกรมป่าไม้

ไม่เหมือนกับผู้บริหารบางยุค อย่าว่าจะวิจารณ์รัฐมนตรีเลย กลัวลนลานเสียจนถวายตัวรับใช้ใกล้ชิดติดก้นตลอดเวลาเหมือนเลขา นั่งรถคันเดียวคอยเปิดปิดประตูรถเหมือนนายเวร ตักอาหารป้อนข้าวเหมือนเด็กเสิร์ฟ ไร้ทีมงานเพราะเห็นแก่ตัว ขาดธรรมาภิบาล ผู้บริหารบางยุคมองสวนป่าเป็นอาหารอันโอชะ เป็นแหล่งหาเงินเพื่อจะไปสู่ตำแหน่งต่อ โกงได้ทุกขั้นตอนตั้งแต่เพาะชำกล้าไม้ ปลูก และบำรุงรักษา



บั้นปลายในชีวิต นายทิวา สรรพกิจ เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนหลายบริษัทเกี่ยวกับการปลูกไม้เศรษฐกิจ และแปรรูปไม้ส่งออกต่างประเทศ ทุกวันนี้ยังเป็นที่เคารพนับถือของเพื่อนฝูงและลูกน้องเก่า เพราะเป็นคนไม่รับเงินลูกน้องมาตั้งแต่อยู่ในอำนาจ มีคนไปมาหาสู่ มีผู้มาพบปะกราบไหว้เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ยังมีผู้บริหารกรมป่าไม้ในอดีตอีกหลายท่าน ที่มีผลงานและบทบาทที่โดดเด่น ในการปกป้องรักษาป่า ฟื้นฟูสภาพป่า จะทยอยมาเล่าสู่กันฟังต่อไป เพื่อเชิดชูและเป็นกำลังใจให้ท่านเหล่านั้น เพราะผู้บริหารในอดีตหลายคนยังอยู่ในใจของคนในกรมป่าไม้มาถึงปัจจุบัน ผิดกับผู้บริหารบางคน ที่ในอนาคตอาจจะต้องไปอยู่ในใจกลางกรมราชทัณฑ์ก็เป็นไปได้.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์” 

ขอบคุณภาพจาก : วิกิพีเดีย ,  forest


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.37K