อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

'6 ข้อเสนอ'ล้างคอรัปชั่น ผลักดันให้เป็น'กรมสีขาว'

สัปดาห์นี้มีข้อเสนอ 6 ประการ เร่งผลักดันให้ไปเป็น “หน่วยงานสีขาว” ไร้มลทินปราศจากปัญหา “ทุจริตคอรัปชั่น” ทำลายประเทศชาติ พุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น.


หลายหน่วยงานพยายามที่จะปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นหน่วยงานสีขาว และก็มีอีกหลายหน่วยงานที่ถูกบังคับผลักดันให้ไปเป็น “หน่วยงานสีขาว” โดยมีนโยบายรัฐบาลบ้าง กฎหมาย ระเบียบ และมติครม. หรือแนวคิดของผู้บริหารองค์กรบ้าง ไม่ก็สังคมช่วยกันกดดันบ้าง เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปตามหลักสากลสู่ความเป็นหน่วยงานสีขาว

โดยที่เห็นพ้องต้องกันว่า...ปัญหา “ทุจริตคอรัปชั่น” เป็นปัญหาทำลายประเทศชาติและสังคมไทย ประหนึ่งสีดำที่อันตราย และมีหลายหน่วยงานจำเป็นต้องเป็นหน่วยงานสีขาวโดยเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรม หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ



เฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นกรมใหญ่ที่ต้องเป็นหน่วยงานสีขาว เพราะมีงบประมาณถือจ่ายปีละร่วม 20,000 ล้านบาท มีกองกำลังติดอาวุธกว่า 10,000 คน มีหน้าที่บริหารทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ มีภารกิจทั้งอนุญาตและอนุรักษ์ มีรายได้จากการเก็บธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ จากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติ ปีละกว่า 2,000 ล้านบาท และมีอำนาจบริหารจัดการเงินส่วนนี้อีกด้วย

หากไม่เป็นหน่วยงานสีขาว ก็จะมีการทุจริตคอรัปชั่น ปล้นชิงงบประมาณ เป็นแหล่งซ่องสุม เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ผู้มีอำนาจที่อธรรม ตลอดจนทำลายการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ ขณะนี้ไม่แน่ใจว่ากรมอุทยานฯ กำลังเดินไปสู่การเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวแล้วหรือไม่ ขอให้ดูที่ปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ดังนี้ประกอบ



1.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...ผู้บริหารกรมมีธรรมาภิบาล ทั้งการบริหารบุคคลและงบประมาณ ไม่หมกมุ่นคำนึงแต่พวกพ้อง ไม่ตามก้นนายจนลืมงานที่เป็นภาระกิจสำคัญ ทำงานอย่างมีเป้าหมายและยึดทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงแค่ประจบนายเท่านั้น เพียงแค่นี้ก็สามารถเป็นหน่วยงานสีขาวได้แล้ว

2.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...การจัดเก็บเงินรายได้เข้าอุทยานฯ หรือค่าธรรมเนียม เปลี่ยนแปลงจากวิธีเดิมคือขายตั๋วกระดาษ หรือที่เรียกว่า “ระบบแมนนวล” ที่หลายฝ่ายมีข้อสรุปกันว่า ตรวจสอบทำได้ยาก เกิดความรั่วไหลจนมี “ข่าว (คาว)บ่อยครั้งว่าสร้างเศรษฐีจากตั๋วอุทยานฯ มาหลายคนแล้ว หากนำข้อเสนอเรื่องการเปลี่ยนแปลงไปใช้ “ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่นายกฯ กำชับไว้ คงเกิดประโยชน์ในการบริการประชาชน และเพื่อสกัดกั้นปัญหาการทุจริตการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ หากเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอแล้ว ก็ถือได้ว่ากรมอุทยานฯ ข้ามมาอยู่ในแดนสีขาวแล้ว



3.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...นำเงินค่าธรรมเนียม หรือเงินรายได้อุทยานฯ ที่เป็นเงินนอกงบประมาณ กลับไปใช้ได้ตรงตามเป้าหมาย คือ นำมาทำสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ผู้ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินก้อนนี้มา ไม่ซื้อของทิ้งๆ ขว้างๆ เพื่อหวังได้เงินทอน หรือไม่นำไปใช้จัดอบรมสัมมนา หรือไปจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งอาจนำมาเป็นเงินทอนได้ง่ายและเป็นจำนวนมาก หากได้ทำแบบนี้มาแล้วก็ถือว่ากรมอุทยานฯ อยู่ในแดนสีขาว โดยไม่เป็นสีดำที่หม่นหมอง และเพื่อให้ขาวหมดจด ควรมีการแถลงข้อสงสัยการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ในแต่ละปีว่าไปทำอะไร จัดซื้ออย่างไร ให้สาธารณะชนได้ตรวจสอบว่า เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว และประชาชนหรือประเทศชาติอย่างไรแค่ไหน

4.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...การใช้งบประมาณแผ่นดินในทุกโครงการโปร่งใสตรงไปตรงมา และเป็นไปตามเป้าหมาย “ไม่เป็นศรีธนญชัย” เช่น ถ้าปลูกป่าก็ต้องครบทั้งจำนวนพื้นที่และต้นไม้ ถ้าใช้งบป้องกันรักษาป่าต้องปกป้องฝืนป่าไว้ได้ ถ้าสร้างป่ากลางเมืองก็ต้องสร้างขึ้นใหม่และอยู่กลางเมืองตามชื่อโครงการ ถ้าใช้งบประมาณทวงคืนผืนป่าก็ต้องได้ป่าคืนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบันทึกจับกุม ถ้าใช้งบประมาณเป็นไปตามข้อคิดเห็นข้างบนแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นกรมสีขาวสะอาด อย่างไร้มลทิน



5.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...มีระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐานเพียงพอ เช่น ปฏิบัติตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 ที่กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเคร่งครัดแล้ว ที่กำหนดให้เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ ให้ต้นสังกัดสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้เสร็จภายใน 7 วัน แล้วรายงานผลต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งต้องเสร็จภายใน 30 วัน กรณีการสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีเหตุน่าเชื่อถือและเป็นกรณีทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่สรุปความผิดได้ชัดเจน ก็ให้พิจารณาปรับย้ายผู้เกี่ยวข้องไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว โดยให้ใช้กับทุกกรณี ไม่ใช่ยกเว้นบางโครงการ

ดังเช่นโครงการ “เพาะชำกล้าไม้” ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เพราะเรื่องนี้มีผู้ร้องที่ลงชื่อจริงและอ้างตัวเองเป็นพยาน ซึ่งร้องมาหลายเดือนแล้ว มีมูลค่าความเสียหายต่อเงินงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และความเสียหายต่อกล้าไม้กว่า 53 ล้านกล้า จึงต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด ไม่กลัวลูบหน้าปะจมูก หรือเพราะเป็นคนใกล้ชิดติดก้น จึงยกเว้น หากดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาแล้ว กรมอุทยานฯ ก็เป็นกรมสีขาวได้ โดยไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ อีกแล้ว



6.จะเป็นอุทยานแห่งชาติสีขาวได้ ก็ต่อเมื่อ...มีระบบทำงานที่ฉับไว ทันต่อเหตุการณ์ มีความรับผิดชอบ เช่น กรณีเด็กหายที่ถ้ำหลวง ถ้ากรมอุทยานฯ มีระบบการเข้าออกพื้นที่ที่มีมาตรฐาน มีความพร้อมช่วยผู้ประสบภัยทันที ไม่ช้ากว่าและยืนอยู่ข้างหลังหน่วยงานอื่น เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ถือาเป็นกรมสีขาว 100% อย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าการดำเนินการเป็นไปตามข้อเสนอทั้ง 6 ข้อข้างต้นเป็นอย่างน้อยแล้ว กรมอุทยานฯ จะเป็น
“หน่วยงานสีขาว” ได้ และที่สำคัญจะเป็นหน่วยงานที่เป็นความหวังของประชาชน และประเทศชาติในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แม้ในยามมีภัยพิบัติเกิดขึ้น ก็สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้. 
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพบางส่วน : กรมป่าไม้

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 198