อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กันยายน 2561

วอนทส.ขอความกระจ่าง ตอบคำถามเรื่องที่ยังสงสัย

สัปดาห์นี้เปิดลิสต์เรื่องฉาว วอนนายกฯ ช่วยสั่งหน่วยงานรัฐตอบคำถาม ขอความกระจ่างจากกระทรวงทส. บางเรื่องทำ หลายเรื่องไม่ทำ และทำตรงกันข้าม พุธที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.


ประชาชนคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ มีสิทธิ์โดยชอบที่จะติดตาม ขอความกระจ่างจากหน่วยงานรัฐทุกหน่วย โดยเฉพาะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่าได้ดำเนินงานเป็นไปตามหลักความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน หรือได้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นโยบายรัฐบาล มติ ค.ร.ม. และคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา หรือไม่อย่างไร หน่วยงานรัฐต้องตอบคำถามเพื่อให้ความกระจ่างทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง...

1.เรื่อง
 "การป้องกันและแก้ไขอุบัติภัย"  ทั้งๆ ที่นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เคยสั่งการให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลาเพื่อรับมือ แต่กรณีเด็กนักฟุตบอลหายไปในถ้ำในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย หน่วยงานในกระทรวง ทส. โดยเฉพาะกรมอุทยานฯ แม้ไม่มีเครื่องมือ และไม่มีความพร้อมเพียงพอเท่าหน่วยงานอื่น แต่ในฐานะเจ้าของพื้นที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงต้องมาเป็นหลัก และสั่งการด้วยตัวเอง ซึ่งขณะนี้เวลาก็ผ่านไปหลายวัน เห็นจะมีก็แต่เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ในพื้นที่ และจากหน่วยงานอื่นที่ออกมาช่วยเหลือแทน และต้องอาศัยหน่วยงานอื่นอยู่เสมอในทุกคราวที่มีปัญหา จึงขอความกระจ่างว่าในภายภาคหน้าจะแก้ไขนี้อย่างไร



2.เรื่อง
"รุกขกร" หรือเจ้าหน้าที่ตกแต่งต้นไม้ เรื่องนี้นายกฯ สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ตกแต่งต้นไม้ ให้มีตำแหน่ง "รุกขกร" เพราะการตบแต่งกิ่งไม้ที่ผ่านมามีปัญหามาก โดยต้องมีทั้งศิลป์และศาสตร์ แต่เรื่องนี้ได้รับการตอบสนองน้อยมาก ไม่มีความก้าวหน้าแต่อย่างใด คนตัดต้นไม้ยังทำแบบเดิม คือ ตัดจนต้นไม้หมดสวย และบางที่ถึงตาย มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ โดยเฉพาะที่จ.ตรัง จึงขอความกระจ่างว่าในกรณีนี้ ที่ไม่ปฏิบัติตามบัญชานายกฯ จะรับผิดชอบกันอย่างไร

3. เรื่องการ
 "ทวงคืนผืนป่า"  เรื่องนี้มีการตีปี๊บโฆษณาว่า ประสบความสำเร็จ ยึดคืนฝืนป่ากลับมาได้อย่างมากมาย แต่มีข่าวสวนทางว่าที่จ.เลย ป่าถูกบุกรุกทำสวนยางกว่า 7 แสนไร่ และยังอยู่อย่างครบถ้วนเช่นเดิม และมีข่าวไร่ข้าวโพดในป่าหลายแสนไร่ที่จ.น่าน ก็ยังไม่ลดลงเลย จึงขอความกระจ่างว่าการยึดคืนฝืนป่าตามนโยบายรัฐบาลได้ทำกันอย่างไร หรือยึดคืนได้เฉพาะเอกสารเท่านั้น หากโฆษณาเกินจริงก็จะเป็นภัยต่อความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติหรือไม่ สวนทางกับบัญชานายกฯ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

4.
"การปราบปรามการทุจริต" เรื่องนี้นายกฯ สั่งการจนเป็น มติ ครม. เช่น มติ ครม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยกำหนดให้เมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต และประพฤติมิชอบของข้าราชการ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการ และรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน กรณีที่สอบข้อเท็จจริง แล้วพบว่ามีเหตุน่าเชื่อถือ และเป็นกรณีทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่สรุปความผิดชัดเจน ก็ให้พิจารณาปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว

จึงขอความกระจ่างจากกระทรวง ทส. ว่าโครงการเพาะชำกล้าไม้ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เมื่อมีผู้ร้องที่ลงชื่อจริงและอ้างตัวเองเป็นพยาน ซึ่งร้องมาหลายเดือนแล้ว มีมูลค่าความเสียหายต่อเงินงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และความเสียหายต่อกล้าไม้กว่า 53 ล้านกล้า กรณีนี้มีปฏิบัติเป็นไปตาม มติ ครม.ดังกล่าวแล้วหรือไม่อย่างไร หากมีการบ่ายเบี่ยงไม่ตั้งกรรมการสอบสวน และยังหาทางช่วยเหลือกันอยู่ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นจำเลยในฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติ



5.
เรื่องนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยให้หน่วยงานรัฐนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานและบริการประชาชน เช่น การจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ เพราะที่ผ่านมาข่าวคราวว่ามีรั่วไหลทุจริต เป็นแหล่งผลประโยชน์หล่อเลี้ยงอำนาจ แต่กรมอุทยานฯ ก็ไม่นำเทคโนโลยีมาใช้ ขัดขืนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ใช้วิธีเดิมที่ยากในการตรวจสอบ บางอุทยานฯ จัดเก็บรายได้ก็มีการปรับขึ้นบ้าง แต่สำหรับที่ที่หัวหน้าเป็นเพื่อน หรือลูกน้องสายตรงกับผู้มีอำนาจในกรมอุทยานฯ เช่น อุทยานฯ ทางทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ส่วนใหญ่ยังคงพฤติกรรมเช่นเดิมอยู่ โดยเฉพาะการจัดสรรให้นำกลับไปใช้ ที่ปกปิดไม่เคยแถลงอย่างตรงไปตรงมาให้สาธารณะได้รับทราบ จึงขอความกระจ่างว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะไม่สนองนโยบายของรัฐบาล

6.เรื่อง
"ป่ากลางกรุง" เรื่องนี้เกิดจากที่นายกฯ สั่งการเรื่องป่าไม้หลายเรื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ป่าในเมือง เรื่องนี้กรมอุทยานฯ ต้องให้ความกระจ่าง แม้ไม่มีการปลูกต้นไม้เพิ่มเติม แม้ไม่มีการสร้างป่าขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ของส่วนราชการ หรือเอกชน และกรมอุทยานฯ ต้องยืนยันว่าได้ตอบโจทย์แนวคิดนายกณฯ ครบถ้วนแล้วในการมำป่ากลางกรุง แม้แค่ติดป้ายชื่อมาทับซ้อนหน่วยงานเดิมที่มีอยู่แล้ว และไม่อยู่ในเมือง หรือกลางชุมชนแต่อย่างใดเลย



ส่วนการปลูกป่าทั่วไปก็มีปัญหาเช่นกัน แทนที่จะปลูกป่าในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม กลับปลูกป่าในพื้นที่ที่สมบูรณ์ เพราะจะได้เบิกเงินมากๆ และปลูกป่าน้อยๆ มีตัวอย่างให้ตรวจสอบได้ทั่วไป ที่เห็นได้ชัดเจนก็แถว จ.อุบลราชธานี หากนายกฯ ส่งทีมงานไปตรวจสอบ ก็พบเห็นได้ง่ายอย่างแน่นอน แล้วใครจะรับผิดชอบ

7.เรื่องการ
"ชูป้ายต้อนรับ" เรื่องนี้นายกฯ สั่งการห้ามนำประชาชนมาต้อนรับ หรือชูป้ายสนับสนุน จึงขอความกระจ่าง เมื่อเร็วๆ นี้ชาวชุมชนไทดำ จ.เลย รวมตัวถือป้ายให้กำลังใจอธิบดีกรมอุทยานฯ กรณีที่มีคนร้องเรียนว่าทุจริตงบประมาณเพาะชำกล้าไม้กว่า 100 ล้าน ทำให้สูญเสียกำลังใจเป็นอย่างมาก ถ้ามากันเองก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีการชักชวนนำมา สามารถทำได้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้สวนทางกับนโยบายและข้อสั่งการของนายกฯ

เพื่อให้เรื่องทั้งหมดเกิดความกระจ่างอย่างไร้ข้อสงสัย จึงต้องขอพึ่งท่านนายกฯ ช่วยให้หน่วยงานรัฐตอบคำถามเหล่านี้ หรือแต่งตั้งให้มีคนคอยช่วยติดตามการปฏิบัติตามนโยบาย ว่าส่วนราชการรับไปปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน อย่างไหนไม่ทำ อย่างไหนทำแบบสวนทาง อย่างไหนหาประโยชน์ อย่างไหนประชาชนเดือดร้อน แบบไหนควรให้รางวัล และแบบไหนควรลงโทษ เริ่มต้นที่บางกรมในกระทรวง ทส.ก็ได้ ที่นี่ตรวจสอบง่ายไม่ซับซ้อนมาก มีเรื่องให้ตรวจสอบ ไม่กลับบ้านมือเปล่าแน่ แค่ไม่กี่เรื่องแค่ไม่กี่วันก็จะได้เห็นพฤติกรรมของข้าราชการในยุคนี้ว่าเป็นเช่นไร

ถ้าหน่วยงานเพิกเฉย ไม่ตอบสนอง ให้ความกระจ่างจากหน่วยงานเหล่านั้น ท่านนายกฯ ก็ควรดำเนินการจัดการกับคนและหน่วยงานที่ทำให้นโยบายของท่านคลุมเครือ.
................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 149