อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

เหตุเกิดในโรงเรียนมีขโมย นร.บ้านจนถูกพุ่งเป้าว่าผิด

สัปดาห์นี้ไปสืบหาตัวคนผิดกันในโรงเรียน ระหว่างเด็กบ้านรวยกับเด็กจน ใครขโมยมือถือ ครูหนุ่มจะสืบสวนอย่างไร?? พุธที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 08.00 น.


ตำรวจเคยเล่าให้ผมฟังนานแล้วว่า ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีของหายเกิดขึ้นภายในห้องเรียน ในช่วงที่ทุกคนไปเรียนพละฯ อันแสนน่าเบื่อ คุณครูประจำชั้นเรียกนักเรียนมาสอบทีละคน เพราะโทรศัพท์มือถือของหนึ่งในนักเรียนร่วมห้องหายไป

ผมไม่ได้เอาไปครับ” ไอ้จ้อย นักเรียนคนหนึ่งปฏิเสธลั่นออกมา
แล้วทำไมถึงมีคนเห็นเธอเดินเข้าไปในห้อง ตอนเรียนพละ”
ก็ผมมาเอามือถือของผมครับ ครูพละบอกว่าอย่าเอามือถือไว้ในห้องเรียน เอามาไว้ที่ตัวดีกว่า”

คุณครูหลายคนร่วมสอบปากคำ “ไอ้จ้อย” วัยไม่ถึง 10 ขวบ เพื่อนนักเรียนในคาบพละ ยืนยันว่าไอ้จ้อยขึ้นมาที่ห้องจริงๆ เมื่อมือถือเพื่อนร่วมห้องหาย จึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด

รับมานะจ้อย ว่าเอามือถือของเพื่อนไป” ครูคนหนึ่งพยายามขึ้นเสียง “ขโมยของมันไม่ดี มีโทษถึงขั้นถูกไล่ออกนะ”

แต่ผมไม่ได้เอาไปจริงๆ” ว่าแล้วไอ้จ้อยก็ควักมือถือราคาไม่แพงของตัวเองออกมา “ผมมีแค่เครื่องของผมคนเดียว อีกอย่างมือถือสมัยนี้จะเอาไปทำไม ผมจะไปปลดรหัสล็อกได้ไงเล่าครู”

มือถือเธอราคาถูก อาจจะอยากได้ของเพื่อนก็เป็นได้” จ้อยทำสีหน้าไม่เชื่อคำพูดของอาจารย์

จ้อยถูกกักตัวเสียเย็นเพื่อสอบปากคำ ผู้ปกครองของจ้อยถึงขั้นยัวะเมื่อทราบเรื่อง “พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมากักตัวลูกผมไว้”



ลูกคุณน่าสงสัยที่สุดในการขโมยของ”

ถ้าไม่ติดว่าคุณเป็นครูสอนลูกผม ป่านนี้ปากแตกไปแล้ว” พ่อของจ้อยพูดน้ำเสียงเฉียบขาด ครูที่ถอดหัวโขนไปก็พวกผู้ใหญ่อย่างเราๆ นี่เอง เจอลูกนี้ก็ออกแนวสะดุ้งโหยง “แต่ว่าลูกคุณเดินขึ้นมาในห้องตอนที่เขาเรียนพละกัน” ครูคนหนึ่งชี้แจงกับผู้ปกครอง

ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะต้องไปขโมยของนี่ครับ ผมก็แค่มาเอามือถือของผม” จ้อยเถียงสุดชีวิต เวลาคนบริสุทธิ์ไม่ได้ทำและถูกใส่ความก็ต้องสู้ ความผิดไม่ได้ก่อจะให้รับได้อย่างไร จ้อยพูดออกมาว่า “จอนมันก็ขึ้นมาด้วย ตามมาหลังผม ทำไมครูไม่ไปสอบมันบ้าง”

จอนไม่เอาไปหรอก บ้านเขารวยขนาดนี้ มือถือกี่เครื่อง พ่อเขาก็ซื้อได้” พ่อของจ้อยเลือดขึ้นหน้า เขาอยากจะชกครูคนที่พูดเสียจริง “นี่คุณกำลังดูถูกผมกับลูกใช่ไหมว่า เพราะพวกผมจน ถึงต้องขโมยของ ส่วนไอ้พวกคนรวย มันไม่มีนิสัยขโมย เพราะมันรวย มันถึงเป็นคนดีใช่ไหม”

เปล่านะครับ..” ครูหลายคนส่ายหน้าปฏิเสธ “เราไม่ได้พูดแบบนั้น”

“แต่พฤติกรรมคุณมันบอกมาผ่านทางคำพูด เอาล่ะ ถ้าไม่มีหลักฐาน สอบลูกผมยังกะเป็นโจร เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ พวกคุณรุมกันขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกคุณโดนบ้างจะคิดอย่างไร ดี! ผมมันจน! แต่คนจนก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้ถ้าโดนรังแก ในเมื่อไม่มีหลักฐานเอาผิดลูกผม ก็จะต้องขอเอาลูกกลับบ้าน ต้องไปรับน้องรับแม่ของจ้อยอีกต่อ ถ้าขวาง ลองวัดกับผมดูไหม!!”



พ่อของจ้อยยืนตระหง่าน พวกครูต้องหลีกทางให้ “คุณพ่ออย่าลืมคุยกับจ้อยด้วยนะครับ เผื่อเขาจะรับสารภาพ” พ่อจ้อยหันไปสบตาครูประจำชั้น “ทำไมคุณสอบลูกผมคนเดียว ไอ้จอนที่พ่อมันรวยตำแหน่งใหญ่โต มันอาจจะเห็นคนร้ายก็ได้ แม้บ้านผมจะไม่รวย แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาของใคร” ว่าแล้วพ่อก็พาจ้อยกลับบ้านไป “ผมไม่ได้เอาไปครับพ่อ ผมไม่ได้เอาไป” จ้อยพร่ำบอกตลอดเวลา

ครูคนหนึ่งที่พึ่งเรียนจบมา เขาเห็นครูรุ่นเก่าๆ ประชุมกันยกใหญ่ คาดว่าไม่นานจ้อยจะต้องมีครหาเสียงร่ำลือเป็นหัวขโมยแน่ เขาครุ่นคิดในฐานะคนที่ชอบอ่านหนังสือสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะนิยายของฟิลิป มาร์โลว์แสนโปรดที่เป็นนักสืบ จึงตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ตรงไปหาพ่อของจอนที่รอรับลูก ซึ่งกำลังซ้อมบอลกันอยู่

ผ่านไป 30 นาที ครูที่หลงใหลในฟิลิป มาร์โลว์ พาจอนเดินกลับมาหาคณะครูแก่ๆ พร้อมพูดออกมาว่า Kleptomania” ครูทุกคนทำหน้างง

ครูหนุ่มเลยต้องพูดออกไปว่า “มันเป็นอาการของโรคชอบหยิบฉวย ซึ่งเป็นโรคจิตเภท บางครั้งคนที่เป็นโรคนี้จะหยิบของมาโดยไม่รู้ตัว ผมถามพ่อจอน เขายอมรับหลังจากหงุดหงิดไปพอสมควรว่า ลูกป่วยเป็นโรคนี้จริง ชอบหยิบของ พอถามเค้นสอบจอนสักพัก ก็สารภาพว่า เขาขึ้นมาจะเอามือถือลงไปเหมือนกัน เห็นกระเป๋าเพื่อนเปิด เห็นมือถือข้างในจึงหยิบฉวยมาโดยไม่รู้ตัว” ว่าแล้วครูหนุ่มก็วางมือถือที่ถูกขโมย และเกือบถูกพ่อของจอนชก ข้อหาไปกล่าวหาจอนเสียแล้ว ดีที่เขาถือมือถือเตรียมไลฟ์สดไว้เผื่อโดนพ่อจอนชก จะได้ประจานไปทั้งโลก

จอ...” ครูแก่คนหนึ่งทัก “ป่วยนี่เอง ไปรักษานะลูก ไม่เป็นไรหรอก ทุกคนรู้ว่าจอนป่วยมีปัญหา คุณพ่อค่ะ โรงเรียนเราไม่ถือสาหรอก จอนกลับไปกับพ่อนะ เดี๋ยวก็หายไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร” คุณครูแก่ๆ พยายามปลอบจอน ไม่นานพ่อของจอนก็พาลูกกลับบ้าน โดยมีครูเดินตามไปส่งกันยกใหญ่ เรื่องราวน่าจะจบกันด้วยดี ณ ตรงนี้

แต่แล้วต่อมา ไอ้จ้อยก็ได้รับฉายาว่า “จ้อยขี้ขโมย” ทั้งๆ ที่ไม่ได้ขโมย ถูกเพื่อนล้อจนเผลอโมโหสติหลุดชกเพื่อนปากแตก ถูกพักการเรียน จอนหายหน้าไปนาน มีคนบอกไปรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่าขวา “เหมือนพวกนักฟุตบอลดังๆ ก็มีอาการแบบนี้” น่าแปลกที่ของในโรงเรียนยังคงหาย แต่จ้อยไม่อยู่เพราะโดนพักการเรียน “ไอ้จ้อยมันแอบมาแก้แค้นระหว่างถูกพักการเรียนแน่เลย อย่างว่าแหละพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแล ก็จะเป็นแบบนี้แหละ” ครูหลายคนซุบซิบ

ขณะที่ครูหนุ่มผู้หลงใหลในนิยายฟิลิป มาร์โลว์ ถูกบีบไปเป็นครูแนะแนว ไม่นานหลังจากนั้น ก็ได้ทำการ “ลาลับ” ออกจากการเป็นครู มุ่งมั่นว่าจะเขียนนิยายแบบ เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ ผู้ที่สร้างตัวละคร ฟิลิป มาร์โลว์ ให้ได้ในสักวัน โดยย้ำเตือนตัวเองว่า พระเอกของเรื่อง จะต้องชื่อ “จ้อย” อย่างแน่นอน หวังว่าคงจะเป็นจริง สำเร็จในสักวัน.
...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 586